
แห่ยื่นแก้หนี้บัตรเครดิตพุ่ง4.8พันคน
วันแรกกรุงไทยอิสลามนำโด่งเตรียมถกคลังขอเพิ่มวงเงินกู้
วันแรกกรุงไทยอิสลามนำโด่งเตรียมถกคลังขอเพิ่มวงเงินกู้
ลูกหนี้บัตรเครดิตลุยทะเบียนแบงก์รัฐวันเดียวกว่าพันล้าน แบงก์อิสลามคาด 10 วันเกลี้ยง
โครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตของรัฐบาลวันแรก (1 มิ.ย.) มีลูกหนี้มาลงทะเบียนกับ 3 ธนาคารรัฐประมาณ 4,800 ราย หรือประมาณ 1,160 ล้านบาท จากทั้งหมด 1 หมื่นล้านบาท
นางจิรารักษ์ กุลสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า มีผู้ยื่นใบสมัครแก้หนี้บัตรเครดิตผ่านธนาคารทั่วประเทศกว่า 3,000 ราย หรือคิดเป็นวงเงิน 300-900 ล้านบาท และยังมีผู้ที่สนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลอีกกว่า 1,000 ราย
ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการนี้เต็มวงเงินที่ 4,500 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 ส.ค. จึงได้เตรียมวงเงินสำรองพิเศษเอาไว้รองรับลูกค้าชั้นดีกลุ่มนี้เพิ่มเติม
ขณะที่นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีลูกค้ามาใช้บริการวันแรก 1,000 ราย วงเงินรีไฟแนนซ์รายละ 1.2-1.5 แสนบาท หรือคิดเป็นประมาณ 120-150 ล้านบาท คาดว่าภายใน 10 วัน วงเงิน 1,000 ล้านบาทจะหมดลง อาจหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะเพิ่มวงเงินได้หรือไม่ หรือจะแบ่งสัดส่วนเงินจากธนาคารกรุงไทยกับธนาคารออมสินที่มีเป้าหมายแห่งละ 4,500 ล้านบาทมาให้
“ธนาคารอนุมัติลูกค้าไปแล้ว 40 ราย สามารถที่จะเบิกจ่ายเงินได้ภายใน 3 วัน หากเอกสารมาครบสามารถอนุมัติได้ภายในวันเดียว และส่วนใหญ่ลูกค้าที่มายื่นจะอนุมัติ 60%” นายธีรศักดิ์ กล่าว
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า มีลูกหนี้บัตรเครดิตมาขอร่วมโครงการรีไฟแนนซ์แล้ว 800 ราย คิดเป็นวงเงิน 110 ล้านบาท จาก 446 สาขาทั่วประเทศ ถือว่าไม่มากนัก เพราะลูกค้าไม่สามารถรับเงื่อนไขต้องถูกยึดบัตรเครดิตได้
ที่ถืออยู่ได้ เนื่องจากยังมีความจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตอยู่ ทำให้มีลูกค้าเฉพาะที่ต้องการปลดหนี้จริงๆ อย่างไรก็ดี ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะออกบัตรเครดิตของธนาคารให้กับลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการและมีวินัยชำระหนี้ที่ดีเป็นเวลา 1 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 10% เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีผู้มาร่วมโครงการมากขึ้น สอดคล้องกับธนาคารกรุงไทยที่มีแผนลดดอกเบี้ยต่ำกว่า 10% ถ้าชำระหนี้ดี 1 ปี
โครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิต จะเปิดรับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31ส.ค.54 โดยมีวงเงินสินเชื่อรวม 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธนาคารออมสิน 4.5 พันล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 4.5 พันล้านบาท และธนาคารอิสลามฯ 1 พันล้านบาท โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรืออัตรากำไรที่ 10% รับรีไฟแนนซ์หนี้ต่อรายไม่เกิน 3 แสนบาทนายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ มั่นใจว่าธนาคารจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารมีการชำระเต็มวงเงินสูงถึง 60% เนื่องจากลูกค้าที่ผ่อนชำระส่วนใหญ่ไม่ต้องการยกเลิกบัตรเครดิตและโครงการดังกล่าวเป็นโครงการระยะสั้น ที่มีวงเงินไม่มาก ขณะที่ลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารก็เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 หมื่นรายต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐยังมีการผลักดันโครงการรูปแบบนี้ออกมาอีก อาจส่งผลกระทบต่อลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีในระบบธนาคารได้เช่นกัน
“สิ่งที่กังวลในขณะนี้คือ โครงการดังกล่าวอาจสร้างวินัยทางการเงินที่ไม่ดีให้กับลูกค้า และยังสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากใช้กฎเกณฑ์แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ หากเราโดนปาดหน้าเค้กไปบ่อยๆ ก็แย่” นายญนน์ กล่าว







