posttoday
ย้อนเกล็ดเขมรไม่ทักท้วงคือยอมรับ

ย้อนเกล็ดเขมรไม่ทักท้วงคือยอมรับ

01 มิถุนายน 2554

การให้การด้วยวาจาของไทยและกัมพูชา

การให้การด้วยวาจาของไทยและกัมพูชา

กรณีกัมพูชายื่นคำร้องให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก ตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 และขอให้ศาลโลกออกมาตรการชั่วคราว สั่งให้ไทยถอนทหาร ดำเนินมาเป็นวันที่สอง หลังจากคู่ความทั้งไทยและกัมพูชา กล่าวแถลงเปิดคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ก็ถึงคราวที่แต่ละประเทศจะโต้แย้งคำชี้แจงของอีกฝ่าย

ย้อนเกล็ดเขมรไม่ทักท้วงคือยอมรับ

การชี้แจงในวันที่สองเริ่มต้นด้วยกัมพูชาขึ้นให้การในช่วงเช้า ประเด็นตอบโต้ของกัมพูชา คือแผนที่ระวางดงรัก มาตราส่วน 1 : 200,000 โดยย้ำว่าคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 ได้ใช้แผนที่ดังกล่าวในการตัดสิน ดังนั้นพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร จึงอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา แต่ฝ่ายไทยได้โต้แย้ง โดยอ้างว่าคำพิพากษาเมื่อปี 2505 เป็นเรื่องอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่เส้นเขตแดน ดังนั้นกัมพูชาจึงต้องร้องขอให้ศาลตีความว่าพื้นที่ใกล้เคียงรอบปราสาทมีพื้นที่แค่ไหน

ฝ่ายกัมพูชาได้ย้ำถึงความจำเป็นของการออกมาตรการชั่วคราว ให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าจะรับตีความหรือไม่ เนื่องจากไทยมีแผนรุกรานกัมพูชาตลอดแนวชายแดน

ฝ่ายกัมพูชาโต้แย้งอีกว่า กระบวนการเจรจาแบบทวิภาคีไทยกัมพูชา ต้องใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องกรอบข้อตกลงการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา ดังนั้นการเจรจาที่ผ่านมาจึงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีมาตรการชั่วคราว ไม่เช่นนี้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่อง และจะกระทบต่อปราสาทพระวิหารที่เป็นมรดกโลก

ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า การชี้แจงของกัมพูชาย้ำให้ไทยต้องถอนทหาร โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ต่อเนื่องที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งไทยจะโต้แย้งว่า ในปัจจุบันการระบุว่ากำลังทหารไทยอยู่ที่ไหน และกัมพูชาวางกำลังที่ไหนเป็นอีกเรื่อง อีกคดีจะมาพูดรวมกันกับคดีเดิมไม่ได้ ดังนั้นคำขอของกัมพูชาจึงไม่อยู่ในขอบข่ายอำนาจศาล และไม่ต่อเนื่องตามมาตรา 60 แห่งธรรมนูญศาลโลก

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ประเด็นที่ฝ่ายไทยจะขึ้นให้การต่อศาล คือการยืนยันคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 ว่าศาลพิพากษาว่าประเทศใดมีอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลตัดสินให้อยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา แต่ไม่ได้ตัดสินในเรื่องเขตแดน รวมทั้งที่ผ่านมากว่า 40 ปี ไทยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาทั้งสามข้อของศาลไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

“ในคำพิพากษา 2505 ศาลระบุว่าแผนที่ดังกล่าว เป็นเอกสารประกอบการตัดสินใจ ดังนั้นจะนำเอกสารประกอบมาเป็นตัวตั้งการพิจารณาไม่ได้” นายกษิต กล่าว

รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า หลังคำพิพากษาศาลโลก รัฐบาลไทยมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2505 กำหนดแนวเขตปราสาทพระวิหาร มีการล้อมรั้วปราสาทเป็นที่เข้าใจทั่วกันว่า รั้วดังกล่าวคือขอบเขตของปราสาทฯ เป็นมาอย่างนี้ตลอด ซึ่งกัมพูชาก็ไม่เคยโต้แย้ง ซึ่งเท่ากับยอมรับโดยปริยายเป็นเวลาถึง 49 ปี แต่มีปัญหาขึ้นมา เพราะกัมพูชาเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

“เขาอ้างพื้นที่รอบปราสาทให้เป็นไปตามแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 เราจึงยืนยันว่าศาลไม่มีอำนาจตัดสินในประเด็นเขตแดน เพราะได้ปฏิเสธในประเด็นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว การที่กัมพูชาอ้างว่ามีความต่อเนื่องที่ไทยไม่ถอนทหารตามคำพิพากษา จึงไม่สามารถรับฟังได้ หากศาลมีมาตรการชั่วคราวสั่งให้ไทยถอนทหาร ก็จะก้าวล่วงในประเด็นเส้นเขตแดน ไทยจึงยืนยันค้านว่าศาลไม่มีอำนาจออกมาตรการชั่วคราว” นายกษิต กล่าว

น่าสังเกตว่า ประเด็นโต้แย้งของไทย โดยการยกมติ ครม. ปี 2505 เรื่องกำหนดขอบเขตพื้นที่ปราสาทพระวิหาร โดยการล้อมรั้ว อาจกล่าวได้ว่า เป็นการย้อนเกล็ดคำพิพากษาเดิมในปี 2505

ครั้งนั้นศาลพิจารณาว่าแผนที่ซึ่งกัมพูชายกขึ้นมาอ้าง เป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามฝรั่งเศส แม้ไทยอ้างว่าไม่ยอมรับ แต่ไม่เคยโต้แย้ง ก็เท่ากับว่ายอมรับ ตามหลักกฎหมายปิดปาก และตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา

ครั้งนี้ไทยเสนอว่ากัมพูชาไม่เคยโต้แย้งการล้อมรั้วกำหนดขอบเขตปราสาทมาถึง 49 ปี ถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายเช่นกัน

การพิจารณาคดีพระวิหารในศาลโลกครั้งนี้น่าลุ้นอย่างยิ่ง  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท