posttoday
กกต.ปิดประตูครัว บล็อกรหัสบัตรเลือกตั้ง

กกต.ปิดประตูครัว บล็อกรหัสบัตรเลือกตั้ง

01 มิถุนายน 2554

ใกล้การเลือกตั้งเข้ามาทุกขณะ กระแสข่าวการทุจริตก็มีมากขึ้นตามเป็นลำดับ

ใกล้การเลือกตั้งเข้ามาทุกขณะ กระแสข่าวการทุจริตก็มีมากขึ้นตามเป็นลำดับ

แม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เฝ้าจับตาการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นระยะๆ รวมถึงสกัดซุ้มมือปืนที่เริ่มออกมาอาละวาดก่อเหตุประกบยิงผู้สมัคร สส.ตามใบสั่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ทุ่มกำลังเฝ้าระวังแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะสแกนได้ครบทุกทิศทาง กกต.จึงได้หันกลับมามองท้ายครัวบ้านของตัวเอง หลังจากที่ วิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้ง กทม. พรรคเพื่อไทย อ้างว่า “ได้รับแจ้งเป็นการภายใน” ว่ามีความพยายามพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด และมีความพยายามที่จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งจำนวน 3 ล้านใบ ที่มีการพิมพ์เคลือบมัน ทำให้ไม่สามารถกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายได้ และจะกลายเป็นบัตรเสียในที่สุด

กกต.ปิดประตูครัว บล็อกรหัสบัตรเลือกตั้ง

 

ความคลางแคลงใจที่เกิดขึ้น ทำให้ กกต.เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยคุมเข้มในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยตั้งคณะทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย สำนักงาน กกต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโรงพิมพ์ ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ทาง กกต.จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโอกาสที่จะมีการทุจริตจากการพิมพ์บัตรตามข้อสังเกตของพรรคเพื่อไทยเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ ได้มีการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ผลัด ชุดละ 4 คน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และผลัดที่ 2 เวลา 20.00-08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดชุดเจ้าหน้าที่จำนวน 4 นาย แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 2 นาย

คำยืนยันจาก ประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่า การนำบัตรมาเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ส่งผลต่อการลงคะแนน หรือการเวียนเทียนบัตรเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่า กกต.ได้ว่าจ้างให้โรงพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 53.5 ล้านใบ ซึ่งเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ 47.3 ล้านคน

ด้วยเหตุที่ว่าเป็นการเตรียมเพื่อให้บัตรเลือกตั้งเพียงพอในแต่ละเขตจังหวัด จะขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งในปี 2544 และปี 2548 ที่เคยทำมาแล้ว

ขณะที่บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต กกต.ได้จ้างโรงพิมพ์ของกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งทั้งสองโรงพิมพ์เป็นโรงพิมพ์ของรัฐ ที่ตลอดการดำเนินการพิมพ์จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลควบคุมการผลิต 24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถที่จะพิมพ์เกินกว่าที่ กกต.สั่งไปได้

รวมถึงไม่มีผู้ใดสามารถนำบัตรออกจากโรงพิมพ์ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้บัตรเลือกตั้งปลอมก็ไม่สามารถทำได้อีกเช่นกัน เนื่องจากหลังจากที่ กกต.จัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง กกต.จังหวัดต่างๆ แล้ว ก็จะต้องมีการประทับตราบัตรอีก 1 ครั้ง

แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ตรายางที่ใช้ในวันเลือกตั้ง (3 ก.ค.) 2.ตรายางสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า และ 3.ตรายางแบบเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ดังนั้นบัตรปลอมจะไม่มีตราประทับบัตรดังกล่าว

“หีบบัตรเลือกตั้งของ กกต. จะมีกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วยปิดผนึกหีบด้วยกระดาษกาว พร้อมกับเซ็นชื่อกำกับ ใครมาเปลี่ยนหีบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนกระบวนการนับคะแนนที่กำหนดให้นับคะแนนที่หน่วยนั้นก็เป็นเรื่องเปิดเผย หลังจากตรวจนับก็จะติดประกาศผลการเลือกตั้งไว้หน้าหน่วยเลือกตั้งทันที มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นพยาน”

“หากมีการเปลี่ยนแปลงใบรวมคะแนนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสามารถตรวจสอบผลได้ที่หน้าหน่วย ตรงนี้จึงอยากให้ประชาชน หรือตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมกันช่วยสังเกตการณ์การเลือกตั้งในทุกหน่วย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นโดยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และไม่มีข้อครหาในภายหลังว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส” ประพันธ์ กล่าว

ด้าน วันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อธิบายขั้นตอนการผลิตบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 53.5 ล้านใบ ว่า ได้เริ่มพิมพ์ไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งมีขนาดเท่ากระดาษ A4 โดยรูปแบบของบัตรจะมีหมายเลขรับสมัคร ชื่อ และสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองต่างๆ คือ 1 แผ่นจะมีทั้งหมดจำนวน 40 พรรคการเมืองพอดี

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการพิมพ์จะมีการใส่รหัสลับลงบนบัตรเลือกตั้ง และใช้กระบวนการพิมพ์ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทำการตรวจสอบหลังการพิมพ์เสร็จสิ้น

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย จะมีเจ้าหน้าที่ กกต.ร่วมควบคุมตรวจสอบทุกขั้นตอนการจัดพิมพ์ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการทุกจุด รวมถึงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ตลอด 24 ชั่วโมง

จากนั้นจะแยกบรรจุลงกล่องแพ็กด้วยแผ่นพลาสติกแน่นหนา แล้วกองสลากจะทำการส่งไปยังบริษัท ไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ วันละ 1 เที่ยว เที่ยวละ 4 คัน รวมทั้งสิ้น 2 ล้านใบ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา และแม้แต่ตัวพนักงานเองก็ยังต้องแสดงบัตรประจำตัวเพื่อป้องกันคนนอกด้วย

จุดที่น่าสนใจอยู่ที่บัตรเลือกตั้งจะมีการใส่รหัสลับที่จะมีเจ้าหน้าที่ 2 คนเท่านั้นที่รู้รหัสดังกล่าว ซึ่งการออกรหัสจะมีทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้แต่ตัวผู้อำนวยการก็ไม่มีทางล่วงรู้ได้เช่นกัน

หากมีการทำบัตรปลอมขึ้นมาก็สามารถตรวจสอบได้ทันที เพราะกระบวนการตรวจสอบรหัสของบัตรจะทราบทันทีว่าบัตรใบนี้มาจากที่ใด ถูกพิมพ์ขึ้นที่ใด ซึ่งเป็นการพิมพ์ด้วยระบบ“อิเล็กทรอนิกส์พรินต์” จะเป็นการพิมพ์ฝังรหัสลับลงไปในกระดาษ ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้

“สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่าขั้นตอนการพิมพ์บัตรแบบบัญชีรายชื่อมีความโปร่งใส เป็นไปตามกระบวนการ หากบุคคลใดมีความสงสัย หรือคลางแคลงใจ ก็สามารถตรวจสอบได้ กองสลากยินดีเปิดให้สาธารณชนร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่สามารถทำการเคลือบบัตรในบางช่องลงคะแนนได้” วันชัย ระบุ

ทั้งนี้ เนื่องจากการพิมพ์จากแท่นพิมพ์เดียวกัน และไม่สามารถหยุดเครื่องพิมพ์เพื่อทำการเคลือบบางช่องได้ อีกทั้งยังต้องเร่งผลิตให้ได้วันละ 2.8 ล้านใบ และหากจะทำได้ก็จะต้องเปลี่ยนเครื่องพิมพ์ใหม่ทั้งชุด

อย่างไรก็ดี หากพบว่ามีบัตรเลือกตั้งที่มีรอยเปื้อน หรือไม่ได้มาตรฐาน ทางกองสลากก็จะสั่งทำลายด้วยเครื่องซอยกระดาษ โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.ร่วมกันทำลายด้วย

ทว่า แม้มาตรการคุมเข้มโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งเป็นการป้องกันท้ายครัวบ้านของ กกต.อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาได้ว่าถูกล้วงคองูเห่าเสียเอง สิ่งสุดท้ายจะต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของพรรคการเมือง นักการเมือง และประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง จะเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการมีส่วนชี้นำสร้างอนาคตประเทศไทยต่อไป 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท