
ปชป.บุกเหนือตีท้ายครัวพท.
การ “ปราศรัยใหญ่” ที่เป็นจุดแข็งของประชาธิปัตย์ จะมีการระดมขุนพลฝีปากกล้าไปเรียกคะแนน เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป ไล่เรียงไปทีละภาคปิดท้ายการปราศรัยที่กรุงเทพฯ.....
การ “ปราศรัยใหญ่” ที่เป็นจุดแข็งของประชาธิปัตย์ จะมีการระดมขุนพลฝีปากกล้าไปเรียกคะแนน เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป ไล่เรียงไปทีละภาคปิดท้ายการปราศรัยที่กรุงเทพฯ.....
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ปล่อยให้ “นารี” ควบม้าขาวนำทัพตะลุยลงพื้นที่หาเสียง ทั้งขึ้น “เหนือ” ล่อง “อีสาน” บุกท้องไร่ ท้องนา ก่อนย้อนกลับมาปราศรัยใหญ่ ใน กทม. จนคะแนนนิยมค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ
สอดรับกับผลโพลของหลายสำนักยังเทน้ำหนักให้ “เพื่อไทย” เป็นต่อ “ประชาธิปัตย์”
แม้จะออกตัวช้ากว่า... แต่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” โคลนนิงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายวางตัวมาขึ้นแท่นเบอร์ 1 บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กลับเปิดตัวแรงไล่บี้รดต้นคอ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มาติดๆ
“ประชาธิปัตย์” ซึ่งประกาศตัวลงสนามก่อนชาวบ้านยังออกแนวเอื่อยๆ เฉื่อยๆ ด้วยการไล่เก็บแต้มแบบไม่รีบร้อนในพื้นที่ กทม. และ จังหวัดรอบๆ ก่อนชิมลางให้ “อภิสิทธิ์” บุกภาคอีสานและภาคตะวันออกแบบเช้าไปเย็นกลับ
งานใหญ่ที่สุดที่ผ่านมามีเพียงแค่การปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครภาคใต้ ที่ จ.ภูเก็ต ขณะที่การลงพื้นที่อื่นๆ ยังเป็นเพียงแก่การโฉบไปพบปะพูดคุย นำเสนอนโยบายกับชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ เพียงแค่ไม่กี่สิบกี่ร้อยคน
เรียกว่าผิดฟอร์มประชาธิปัตย์ที่เคยเน้นเรื่องการเปิดเวทีปราศรัย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของพรรค และใช้เป็นยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรคที่สำคัญในการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา
ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขสำคัญในสภาพบ้านเมืองเที่ยวนี้ ที่ความขัดแย้งสะสมในสังคมตลอดหลายปีที่ผ่านมายังไม่จางหาย สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงว่าการลงพื้นที่หาเสียงจะถูกปั่น ป่วนจากกลุ่มสีเสื้อต่างๆ เริ่มมีปรากฏให้เห็นตั้งแต่วันแรกของการประ กาศนโยบาย “วันแรกทำได้ทันที” ที่วัดอรุณราชวรารามฯ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ยิ่งภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งออกมาอธิบายว่า การกระทำเช่นนี้ยังไม่เข้าข่ายความผิด ยิ่งทำให้พฤติกรรมอย่างนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด วานนี้การหาเสียงในพื้นที่ กทม. ตลาดวงศกร เขตสายไหม ยังพบกลุ่มคนเตรียมป้ายมาดักปั่นป่วนด้วยการชูป้าย “ไร้ฝีมือ ข้าวยากหมากแพง”
กำหนดการนายกฯ ในการลงพื้นที่หาเสียงจึงถูกเก็บงำเป็นความลับที่ไม่กล้าเปิดเผยล่วงหน้า จะแจ้งกันแค่ไม่กี่วันล่วงหน้า แต่ถึงอย่างนั้น หลายกำหนดการต้องถูกยกเลิก เมื่อมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากไปดักรอ เพื่อป้องกันการปะทะ
ปัจจัยนี้ทำให้ “ประชาธิปัตย์” ยังไม่อาจรีบเดินหน้าออกตัวเต็มสูบลงพื้นที่สุ่มเสี่ยงทั้งเหนือและอีสาน แต่ด้วยคะแนนเสียงที่ยังเป็นรอง อย่างไรก็ต้องเร่งเดินหน้าลงพื้นที่มากขึ้น
นำมาสู่การหาเสียงเยือนภาคเหนือบุกถิ่นเสื้อแดงอย่างเต็มตัวก็เกิดขึ้น คล้อยหลังไม่กี่วันหลังจาก “เพื่อไทย” นำทัพใหญ่ไปหาเสียงยังฐานที่มั่นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่สำคัญการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ จะนอนค้างคืนในพื้นที่เป็นครั้งแรก จังหวะนี้ประชาธิปัตย์ต้องงัดทุกกลเม็ดมาเรียกทุกคะแนน ทั้งสีสัน และเนื้อหาสาระ โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญทริปนี้ “อภิสิทธิ์” ลง ทุนนอนวัด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ที่ทีมงานเตรียมกิจกรรมเด็ดที่จะออกมาเรียกกระแสเพิ่มเรตติ้ง
นอกจากการเน้นขายนโยบาย “โฉนดชุมชน” ผ่านชุมชนแม่อาวที่อยู่ติดวัดที่ “อภิสิทธิ์” ไปนอนเที่ยวนี้ จึงหวังว่าจะช่วยขยายผลงานสำคัญของประชาธิปัตย์ สื่อตรงไปถึงชาวบ้านในพื้นที่
การแอ่วเหนือรอบนี้จึงไม่ใช่หวังแค่เพียงการสร้างสีสัน แต่ยังหวังเพิ่มที่นั่งในพื้นที่ภาคเหนือจากฐานเดิมที่มีอยู่ 14 ที่นั่ง
เที่ยวนี้ยังหวังไกลถึงการปักธงใน “เชียงใหม่” บ้านเกิด “ยิ่งลักษณ์” ที่มีทั้งเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เขต 7 และนรพล ตันติมนตรี เขต 10 มาลงสมัคร ซึ่ง สุเทพ เทือกสุบรรณ เคยประเมินว่าเที่ยวนี้จะได้ที่นั่งเพิ่มในภาคเหนือแน่นอน
จากนี้ไปประชาธิปัตย์จะเริ่มขับเคลื่อนทัพการหาเสียงเต็มตัวไปยังพื้นที่อื่น รวมทั้งอีสานที่ถือเป็นจุดบอดของประชาธิปัตย์ โดยจะเลือกพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่คาดหวังควบคู่ไปกับการเน้นจุดเข็งของ “อภิสิทธิ์” ทั้งเรื่องภาพลักษณ์ วิสัยทัศน์ ไปยังกลุ่มต่างๆ ในสังคม เริ่มต้นจากศุกร์นี้ 3 มิ.ย. ที่จะได้แสดงวิสัยทัศน์นโยบายด้านเศรษฐกิจกับผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ขณะที่การ “ปราศรัยใหญ่” ที่เป็นจุดแข็งของประชาธิปัตย์ จะมีการระดมขุนพลฝีปากกล้าไปเรียกคะแนน เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป ไล่เรียงไปทีละภาคปิดท้ายการปราศรัยที่กรุงเทพฯ
อีกด้านหนึ่ง นอกจากทัพหลักที่มอบหมายให้แกนนำแต่ละภูมิภาครับผิดชอบดูแลแล้ว ทัพเสริมที่สำคัญคือ “ชวน หลีกภัย” “บัญญัติ บรรทัดฐาน” และแกนนำคนอื่นๆ จะคอยเก็บตกเติมเต็มในพื้นที่ต่างๆ ควบคู่ไปกับทัพใหญ่
นับจากนี้ไปอีก 30 กว่าวัน การหาเสียงขับเคี่ยวกันในแต่ละพื้นที่คงจะคึกคักมากขึ้น!!!







