posttoday
นายกฯ ชี้แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นต้องร่วมมือทุกฝ่าย

นายกฯ ชี้แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นต้องร่วมมือทุกฝ่าย

01 มิถุนายน 2554

 

 

นายกชี้ต่อต้านคอร์รัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาครัฐเอกชน ประชาชน ร่วมมือไม่ให้สินบน แบ่งข้อมูลข้าราชการฉ้อฉล แก่หน่วยงานรัฐ ย้ำรัฐบาลเร่งทบทวนราคากลางแก้ปัญหาฮ้วย ที่สำคัญต้องดึงผู้เชี่ยวชาญและเทคโลโลยีร่วมตรวจสอบป้องกันการทุจริต ตั้งแต่เริ่มโครงการ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน สัมมนาเรื่อง “ต่อต้านคอร์รัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ว่า ทุกภาคส่วนในสังคมได้ตระหนักถึงความสูญเสีย จากการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะประเด็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะร่วมกันต่อต้านและปราบปราม ทั้งนี้มีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายและบ่อนทำลายการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะระบบธรรมาภิบาลและความไม่เป็นธรรมที่กัดเซาะเศรษฐกิจและการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวอีกทั้งยังเกิดปลกระทบทางสังคมซึ่งเห็นได้ชัดจากปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นและขยายวงกว้าง เนื่องจากมีการทุจริต คอร์รัปชั่น จากเจ้าหน้าที่ นี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ปัญหายาเสพติดขยายตัว หรือแม้แต่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่นตั้งแต่ระดับชาติจนถึงท้องถิ่น จนนำมาสู่ที่มาของวิกฤติทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในการทำงานแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะ 3 ฝ่ายที่สำคัญคือ 1.ภาครัฐ 2.เอกชน และ3.ภาคประชาชน ที่ต้องทำงานร่วมกัน และเดินหน้าการหาวิธีการในการทำงานให้ชัดเจน คือ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นมีความสลับซับซ้อน ซ่อนตัว ซึ่งทางรัฐบาลได้นำเนินการในการแก้ไขปัญหาการทุจริต การจัดซื้อจัดจ้าง 2 วิธีคือ

1.การแก้ไขปัญหาการสมย่อมราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างที่สูงเกิดจริง 10-20% จะไม่เกิดขึ้น หากมีการกำหนดราคากลางที่สะท้อนความเป็นจริงและราคาตลาด ดังนั้นได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ทบทวนราคากลางให้รัดกุมและแม่นยำที่สำคัญภาคเอกชนต้องเขามามีส่วนร่วม

2.การแก้ไขความสลับซับซ้อนซ่อนตัวจะต้องใช้เทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญที่เป็นหน่วยงานกลางเข้าไปตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจ้างที่ปรึกษา เพราะการทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่การจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาหาช่องทางในการคอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ ค่านิยมการทุจริตคอร์รัปชั่น ถือเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนทัศนะคติ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนคือปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ และอยากยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวสมัยเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ในช่วงนั้นมีบุคคลเสนอตัวให้ผลประโยชน์ เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งแลกกับการส่งบุคคลเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ให้ทั่วถึง ดังนั้นจึงเกิดข้อสังเกตว่าการบริจาคเงินสนับสนุนมีความโปร่งใสหรือไม่และประสบการณ์ที่ 2 คือ สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีบุคคลซึ่งเป็นนักธุรกิจโทรศัพท์มาตำหนิว่าเหตุใดจึงปล่อยให้กระทรวงหนึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่นักธุรกิจรายนั้นไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล เพราะหวั่นเกรงว่าไม่สามารถรับงานหรือโครงการจากกระทรวงดังกล่าวได้อีก

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะต้องก้าวข้ามคือภาคเอกชนต้องจับมือกัน ปฏิเสธการให้สินบนและพร้อมจะแบ่งปันข้อมูลการทุจริตให้กับภาครัฐ ซึ่งนับเป็นการเดินหน้าต่อต้านการคอร์รัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย ที่จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ และหากทำสำเร็จก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่นๆ

“แม้ปัญหาคอร์รัปชั่นมีมาตั้งแต่มนุษย์อยู่บนโลก แต่จะทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหา โดยทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมเดินไปด้วยกันเพื่อให้เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท