posttoday
ล้อมคอก เล่ห์สินค้าขึ้นราคา

ล้อมคอก เล่ห์สินค้าขึ้นราคา

01 มิถุนายน 2554

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า

ได้ให้กรมการค้าภายใน เข้าไปดูแลเกณฑ์พิจารณาการขอตั้งราคาสินค้าชนิดใหม่ของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างมาตรฐานให้เป็นระบบ เพราะขณะนี้มีผู้ประกอบการเสนอเรื่องขอตั้งราคาสินค้าชนิดใหม่หลายรายการ ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนมากเกินไป

ล้อมคอก เล่ห์สินค้าขึ้นราคา

การตั้งราคาสินค้าใหม่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการที่มีการปรับขนาดสินค้า หรือออกสูตรใหม่ เช่น กลิ่น รสชาติ ภายใต้ผลิตภัณฑ์ตัวเดิม และขอตั้งราคาจำหน่ายใหม่ หรือบางรายการก็ปรับขึ้นราคาไม่มาขออนุญาต ทำให้การตั้งราคาสินค้าใหม่บางครั้งมีการกำหนดราคาที่สูงเกินความเป็นจริง ทั้งที่มีการปรับสูตรและขนาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นหากไม่มีการสร้างมาตรฐานอย่างเป็นระบบ หรือดูแลการตั้งราคาสินค้าให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม อาจส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเงินเฟ้อในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การจัดทำหลักเกณฑ์ตั้งราคาใหม่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน และเป็นโครงสร้างสินค้ารายตัวว่ามีสัดส่วนต้นทุนการผลิตที่สำคัญประกอบด้วยอะไรบ้าง เพราะแต่ละชนิดมีโครงสร้างต้นทุนไม่เหมือนกัน ซึ่งกระทรวงจำเป็นจะต้องสร้างเป็นฐานอ้างอิงไว้ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลของเอกชนพิจารณาเพียงฝ่ายเดียว ถือเป็นการวางหลักเกณฑ์พิจารณาราคาสินค้าในระยะยาว

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าสินค้าที่นิยมขอตั้งราคาใหม่ หรือขอปรับขนาดและเปลี่ยนสูตรเพื่อเปลี่ยนแปลงราคา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน ผงซักฟอก แป้งโรยตัว ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด นมผงสำหรับเด็ก ขนมขบเคี้ยว นมสดพร้อมดื่ม เนื่องจากการขอตั้งราคาสินค้าใหม่จะได้รับการอนุญาตง่ายกว่าการขอปรับราคาโดยตรง ที่จะต้องมีการแจ้งต้นทุนอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบกับราคาเก่าถึงจะให้ขึ้นราคาได้

สำหรับวิธีที่ผู้ผลิตสินค้าขอตั้งราคาใหม่ เช่น หากสินค้าใดไม่สามารถขึ้นราคาได้ ก็จะนำสินค้าไปปรับสูตรการผลิตเพียงเล็กน้อย เช่น แต่งกลิ่น เติมสี รสชาติ หรือใช้สารเคมีตัวใหม่เข้าไปผสมในสินค้าเพียงเล็กน้อย เพื่อผลิตเป็นสินค้ารายการใหม่ และจากนั้นจึงค่อยขอตั้งราคาเข้ามา ซึ่งจะไม่เกิดการเปรียบเทียบต้นทุนกับสินค้าเดิม เช่น สินค้าเดิมราคา 40 บาท แต่พอแต่งกลิ่นเติมสีเพิ่มต้นทุนเล็กน้อย ราคาอาจเพิ่มเป็น 45 บาท ขณะที่สินค้าสูตรเดิมที่ไม่ได้ขึ้นราคาก็จะผลิตปริมาณน้อยลง หรือบางรายการอาจยกเลิกการผลิตไปเลย

ขณะที่การปรับลดขนาดหรือปริมาณสินค้าในแพ็กเกจลง ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวที่มีขนาดถุงใหญ่เท่าเดิมแต่ปริมาณลดลง อีกทั้งยังเป็นถุงทึบทำให้ผู้บริโภคสังเกตด้วยตาเปล่าไม่เห็น หรือผู้ผลิตบางรายอาจลดขนาดและลดราคา เช่น สินค้าขนาด 500 กรัม ขาย 50 บาท แต่ปรับขนาดเป็น 300 กรัม แต่กลับขาย 35 บาท ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการขึ้นราคาทางอ้อม

ด้านความเคลื่อนไหวของราคาสินค้า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด พาณิชย์ได้รายงานว่า จากสินค้าที่ขอปรับราคารวม 11 รายการ ได้รับอนุมัติให้ปรับไปแล้ว 4 สินค้า คือ 1.น้ำมันปาล์ม 2.น้ำมันพืชถั่วเหลือง 3.นมสด และ 4.ปุ๋ยเคมี

ส่วนอีก 7 รายการที่มีการขอปรับ คือ 1.แบตเตอรี่รถยนต์ขอขยับ 15-27% เนื่องจากตะกั่วบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น 45% 2.สายไฟฟ้าจะปรับ 51-70% เนื่องจากทองแดงเพิ่มสูงขึ้น 10-6% 3.เหล็ก 15-26% เนื่องจากวัตถุดิบเหล็กนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น 37-90% และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสต๊อก อีกทั้งสินค้าที่ต้นทุนสูงจากผลกระทบของราคาสินค้าการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น 4.ยางรถยนต์ เพราะราคายางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น 169% 5.ผงชูรส 10-12% เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังเพิ่มสูงขึ้น 42% ส่วน 6.สบู่ และ 7.น้ำมันหล่อลื่นต้นทุนขึ้นเล็กน้อยผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้ 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท