posttoday
ตร.หญิงปราบจลาจล ดอกไม้เหล็กสยบม็อบ

ตร.หญิงปราบจลาจล ดอกไม้เหล็กสยบม็อบ

01 มิถุนายน 2554

โดย..กันติพิชญ์ ใจบุญ

โดย..กันติพิชญ์ ใจบุญ

การประท้วงต่างๆ นานา เจ้าหน้าที่ตำรวจคือด่านแรกที่ต้องเข้าไปควบคุมดูแล ไม่ให้การชุมนุมลุกลามบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรม

เราจะเห็นการกระทบกระทั่งกันของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กับผู้ชุมนุมอยู่บ่อยครั้งจนหัวร้างข้างแตก หนักสุดก็ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตก็เคยมี

มาระยะหลังผู้ชุมนุมพลิกแพลง ใช้ผู้หญิง เด็ก และคนชรา มาเป็นด่านหน้าเพื่อป้องกันต่อกรกับเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม จนบางครั้งเจ้าหน้าที่เสียเองก็ถูกกล่าวหาจากผู้ชุมนุมว่า ลามปามไปจับหน้าอกหน้าใจ หรือของต้องห้าม ทำให้ตำรวจเองก็ต้องหามาตรการมาป้องกันตัวเอง

ตร.หญิงปราบจลาจล ดอกไม้เหล็กสยบม็อบ

การใช้ตำรวจหญิงเข้ามาช่วยอีกแรงก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ถือว่าใช้ได้ผลพอสมควรเมื่อผู้ชุมนุมใช้ผู้หญิงเป็นโล่กำบัง ตำรวจหญิงเข้าไปจัดการ จนกลายเป็นว่าการประท้วงหรือการชุมนุมในปัจจุบันนี้ก็ต้องมีตำรวจหญิงมาประจำการพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ต่างไปจากตำรวจชายอกสามศอก

ชุดตำรวจหญิงก็ต้องเหมือนตำรวจชายทุกอย่าง ต้องทะมัดทะแมง แต่การจับกุมจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมตำรวจหญิงที่ต้องตะลุยม็อบ หรือการประท้วง ปัจจุบันอยู่ในสังกัดกองกำกับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ (บก.อคฝ.) ที่มี พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง เป็นผู้บังคับบัญชา

เรามาทำความรู้จักตำรวจหญิงให้มากกว่านี้กันสักหน่อย พล.ต.ต.สมพงษ์ บอกว่า ตำรวจ อคฝ.หญิง หรือเรียกอีกชื่อก็คือ ตำรวจหญิงปราบจลาจล เกิดมาจากสถานการณ์บ้านเมืองมีการชุมนุมประท้วงกันมาก และผู้ชุมนุมเริ่มใช้เด็กสตรี เข้ามาเป็นโล่มนุษย์ ทำให้ตำรวจชายอกสามศอกต้องทำงานลำบาก บางครั้งเข้าไปควบคุมก็ถูกกล่าวหาว่าทำรุนแรง บางทีไปจับตัวแล้วพลาดไปโดนจุดอื่น จะกลายเป็นเรื่องขึ้นมา ตำรวจหญิงปราบจลาจลจึงต้องเข้ามามีบทบาท

“การคัดเลือกจะเริ่มจากคัดเลือกผู้หญิงที่มีใจรักประชาชน ต้องการทำงานเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จริงๆ กระทั่งได้ตำรวจหญิงปราบจลาจลรุ่นแรกออกมา มีอยู่ทั้งสิ้น 95 พล จำนวน 1 กองร้อย ขณะนี้ทั้งหมดถูกกระจายไปปฏิบัติงานยังจุดต่างๆ ที่เน้นเป็นพิเศษก็คือบริเวณทำเนียบรัฐบาล ที่จะต้องสับเปลี่ยนมาดูแลกันทั้งหมด แต่ก็มีบางแห่งที่ต้องเอากำลังของตำรวจหญิงปราบจลาจลเข้าไปดูแลพื้นที่ ทั้งของคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง”

การปฏิบัติงานจะเน้นไปที่การดูแลความเรียบร้อยของผู้ชุมนุม การรักษาความปลอดภัย จะไม่เน้นการจลาจลตามชื่อ แต่เน้นความนุ่มนวลเป็นหลักมากกว่า เพื่อให้ภาพออกมานุ่มนวลและไม่รุนแรงกับประชาชนอย่างเด็ดขาด (หากไม่จำเป็น) การปฏิบัติงานก็ต้องเน้นความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง แต่จังหวะทีเด็ดทีขาดก็ต้องเอาเรื่องไม่แพ้ตำรวจชาย

สำหรับหลักสูตรในการฝึกจะใช้เช่นเดียวกับตำรวจปราบจลาจลชายทุกอย่าง คือ ฝึกการเรียนรู้ 1 เดือน และฝึกชัยยะ คือ การฝึกการดำรงชีพในป่า การเอาตัวรอด การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ฯลฯ อีก 3 เดือน จึงถือว่าจบหลักสูตร

“การปฏิบัติงานต่อหน้าฝูงชน ก็จะตรึงกำลังไว้ควบคุม รวมถึงช่วยงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านอื่นๆ การปฏิบัติก็ต้องนึกถึงหลักมนุษยธรรมเป็นหลักตามสูตรสากลทุกอย่าง ปฏิบัติจากน้อยไปหามากในการควบคุมฝูงชน รวมถึงช่วยงานด้านการให้ความรู้ เพราะตำรวจหญิงที่ปราบจลาจลก็มีความรู้ในด้านที่หลากหลาย สอนหนังสือเด็กก็ได้ งานธุรการก็ทำเป็น แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีบทบู๊สักเท่าไหร่ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอยากให้การทำงานมีความราบรื่น แต่ตำรวจหญิงก็ไม่ได้หมูนะครับ อ่อนนอกแข็งใน เรียกว่าดอกไม้เหล็กก็ย่อมได้” พล.ต.ต.สมพงษ์ เล่าให้ฟัง

“น้องจุ๊บแจง” ส.ต.ต.หญิง ขวัญชนก ฐิติเกียรติไพศาล นิสิตสาวดีกรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในวัย 24 ปี ที่รับบทบาทเป็นตำรวจหญิงปราบจลาจล เล่าถึงการทำงานในบทบาทของตำรวจให้ฟังว่า ตั้งแต่เรียนจบมาก็ไปเป็นนิติกรอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นทราบมาว่าทาง บก.อคฝ.รับสมัครตำรวจ ด้วยความที่ต้องการเข้ามาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตั้งแต่เด็กๆ จึงตัดสินใจสมัครสอบทันที และก็สมหวังได้เป็นตำรวจหญิงตามตั้งใจ

“พ่อแม่ก็เป็นตำรวจค่ะ เห็นมาแต่เด็กแล้ว อีกอย่างหัวใจต้องการรับใช้สังคมและประเทศชาติ บวกกับสไตล์ของตัวเองที่ไม่ชอบงานออฟฟิศ ต้องการลุยๆ มากกว่า การเข้ามาเป็นตำรวจปราบจลาจลก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการในอาชีพได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่รับราชการมาเกือบ 1 ปี ก็ถือว่าได้ปฏิบัติงานในหลายๆ รูปแบบ แต่ส่วนใหญ่ตำรวจปราบจลาจลหญิงทั้งหมดจะผลัดเปลี่ยนกันดูแลทำเนียบรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองอยู่...

เราก็ต้องทำงานทั้งการเผชิญหน้า ดูแลความปลอดภัยทั้งตัวบุคคลและอาคารสถานที่ใกล้เคียง รวมถึงมีการช่วยงานด้านปราบปรามของหน่วยอื่นๆ ด้วย เช่น ออกไปตรวจค้นจับกุมยาเสพติด ซึ่งลุยดี ชอบค่ะ” ส.ต.ต.หญิง ขวัญชนก กล่าว

จากประสบการณ์การทำงานของเธอก็มีเรื่องแปลกๆ มาเล่าให้กันฟังอีกด้วย

“มีอยู่วันหนึ่งจุ๊บแจงเข้าเวรในช่วงกลางคืนที่ทำเนียบค่ะ จู่ๆ ก็มีคนเมาเข็นรถเด็กทารกมา แล้วก็มาบอกว่า ผมขอฝากลูกไว้หน่อย ผมเมา เลี้ยงไม่ไหว แล้วเขาก็เดินไปนอนที่ศาลาใกล้ๆ ทันที งงมากค่ะ แต่ก็ต้องเลี้ยงลูกไว้ให้ เลี้ยงไว้ทั้งคืน ทั้งพาไปนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม ทำความสะอาดต่างๆ กระทั่งเช้า เมื่อพ่อเขาหายเมาก็มาเอาลูกคืนไป และจากไปโดยไม่พูดจาสักคำ” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี

สาวยุคใหม่ที่อยากจะก้าวเข้ามาเป็นตำรวจหญิง อย่างแรกต้องมีใจรักที่จะรับใช้สังคมจริงๆ เพราะถือเป็นงานที่หนักและเสี่ยงอันตราย แต่ทั้งหมดก็ดำรงไว้ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรีความเป็นตำรวจของไทยไม่น้อยไปกว่าตำรวจชาย เห็นไหมละหญิงและชายมีความเท่าเทียมกัน ผู้ชายเป็นตำรวจได้ ผู้หญิงก็เป็นตำรวจได้ อีกทั้งยังเป็นตำรวจปราบจลาจลเสียด้วย !!! 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท