
ประเด็นร้อน 1 มิ.ย.
เรื่องปากท้องชาวบ้านยังเป็นเรื่องเด่นเรื่องร้อนที่ต้องให้ความสำคัญ แม้ว่าราคาสินค้าหลายตัวขยับขึ้นมามากแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดสักที เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปีนี้ปรับขึ้นมาติดต่อกัน4 ครั้งแล้ว วันนี้คาดว่าคนที่มีภาระเงินกู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อซื้อบ้านซื้อรถหรือทำธุรกิจ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องควักเงินจ่ายมากขึ้นในงวดต่อไป
เรื่องปากท้องชาวบ้านยังเป็นเรื่องเด่นเรื่องร้อนที่ต้องให้ความสำคัญ แม้ว่าราคาสินค้าหลายตัวขยับขึ้นมามากแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดสักที เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปีนี้ปรับขึ้นมาติดต่อกัน4 ครั้งแล้ว วันนี้คาดว่าคนที่มีภาระเงินกู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อซื้อบ้านซื้อรถหรือทำธุรกิจ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องควักเงินจ่ายมากขึ้นในงวดต่อไป
1.วันนี้เวลา 09.00 น. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประชุมรอบที่ 4 ของปีนี้เพื่อพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ใช้ในการดูแลระบบเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและควบคุมเงินเฟ้อ โดยนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวานผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท.จะแถลงผลการประชุม กนง. ในบ่ายวันเดียวกันตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ตรงกันว่า ธปท.จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.75% เป็น 3% และจะมีผลให้ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐและสถาบันการเงินต่างๆ ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยตามทันที
2.ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงมาเคลื่อนไหวแถว 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันในประเทศยังคงลดลงช้ากว่า ส่วนหนึ่งเนื่องจากผู้ค้าน้ำมันต้องการเพิ่มค่าการตลาด และวันนี้ การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะพิจารณาเรื่องการเก็บเงินดีเซลเพิ่มเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากผู้ค้าน้ำมันออกมาโอดครวญว่าการจัดเก็บเงินจากน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้น 40 สตางค์ ส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลลดลงเหลือเพียง 70 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้นโดยหวังว่า กบง.จะลดการจัดเก็บลงลิตรละ 40-50 สตางค์ เพื่อให้ค่าการ ตลาดน้ำมันกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
3.กรมเจ้าท่า นัดประชุมกับผู้ประกอบการเรือโดยสาร หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ชะลอการปรับขึ้นค่าเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือคลองแสนแสบออกไปก่อน จากเดิมที่ให้ปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารระยะละ 1 บาท และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2554 โดยผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมือในการตรึงราคา แต่ขอความชัดเจนในเรื่องเงื่อนเวลา รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ
4.ราคาสินค้าที่ปรับขึ้นมานานและต่อเนื่อง น่าจะมีผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่จะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใดต้องรอฟังข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งแนวโน้มจะขยับเพิ่มสูงขึ้น จากราคาสินค้า และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
5.ปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชายังเป็นประเด็นร้อนที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป แม้ว่าการชี้แจงต่อศาลโลกเสร็จสิ้นกระบวนการให้การทางวาจาของไทยและกัมพูชา ในคดีที่กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้ศาลตีความคำตัดสินปราสาทพระวิหารเมื่อปี พ.ศ. 2505 และออกมาตรการชั่วคราวให้ไทยดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากคณะผู้แทนฝ่ายไทยได้โต้แย้งครั้งสุดท้ายต่อคำให้การของกัมพูชา คาดว่าศาลจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ จึงจะมีคำวินิจฉัยว่าจะออกมาตรการชั่วคราวหรือไม่
6.ติดตามการลงหาเสียงของ 2 พรรคใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคจะบุกไปภาคเหนือมีคิวไป จ.เชียงรายพะเยา ลำพูน เชียงใหม่ โดยค้าง 1 คืนขณะที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ผู้ท้าชิงนายกฯ จะปักหลักอยู่ที่พรรคเพื่อประเมินการหาเสียงช่วงที่ผ่านมา และจะประชุมคณะผู้บริหารพรรคเพิ่มกลยุทธ์ใหม่ในช่วงกลางของการหาเสียง ส่วนตอนเย็นจะไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่เขตประเวศ กทม.
7.จับตาท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกรอบที่กลับมายึดซีนข่าวอีกครั้ง โดยเริ่มออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติข้ามประเทศ เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะและ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้เป็นนายกฯ อีกด้านมีคำขู่ของชูวิทย์กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยที่ขู่ว่า จะยื่น กกต.ให้สอบพฤติกรรมของแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคภูมิใจไทยที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังออกมาให้สัมภาษณ์ออกนอกหน้าว่าอาจผิดต่อกฎหมาย
8.หอการค้าไทยและองค์กรเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน 22 องค์กรจัดสัมมนาเรื่อง "ต่อต้านคอร์รัปชัน...จุดเปลี่ยนประเทศไทย" โดยมีนายกฯ เป็นประธานเปิดสัมมนา และผู้บริหารคณะกรรมการอิสระเพื่อการปราบปรามการคอร์รัปชัน หรือ ICAC เข้าพบหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันกับนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ถนนวิทยุ
9.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือไอแบงก์ จัดแถลงข่าว "ibank ยกหนี้ลูกค้าวินัยดียากจน" เพื่อลดภาระและสร้างตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหนี้ทั่วประเทศ ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย อาคารคิวเฮ้าส์ ถนนอโศก







