posttoday
โจรยิ้ม-อาชญากรขยับ ตร.มัวแต่ดูแลเลือกตั้ง

โจรยิ้ม-อาชญากรขยับ ตร.มัวแต่ดูแลเลือกตั้ง

31 พฤษภาคม 2554

ฤดูกาลเลือกตั้ง กับอาชญากรรมจึงถูกจับพลัดจับผลูให้มาอยู่รวมเป็นประเด็นเดียวกัน อย่างที่ไม่สมควรจะเป็น....

ฤดูกาลเลือกตั้ง กับอาชญากรรมจึงถูกจับพลัดจับผลูให้มาอยู่รวมเป็นประเด็นเดียวกัน อย่างที่ไม่สมควรจะเป็น....

โดย...ธนก บังผล

เลือกตั้งครั้งนี้เดือดสะเด่าเร่าร้อน ความรุนแรงสารพัดรูปแบบ ถูกงัดขึ้นมาใช้ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย หนักหนาสาหัสไปกว่าข่มขู่ให้หวาดกลัว ก็เลยเถิดถึงขั้นลากอาวุธสงครามมายิงถล่มกันสาดเลือด บาดเจ็บล้มตายสังเวยการเลือกตั้งเลือดกันไปหลายรายแล้ว

กว่าถึงวันหย่อนบัตรลงคะแนน เชื่อเถอะว่าความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้น นั่นเป็นเพราะ การจบชีวิตลงของหัวคะแนน หรือฝ่ายตรงข้ามย่อมมีผลต่อคะแนนของอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย จะเห็นว่ามีหัวคะแนน หรือคนสนิทของนักการเมืองในแต่พื้นที่ถูกยิงมาหลายรายแล้ว แต่ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แย้มให้รู้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งขอกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นแล้วทั้งสิ้น 123 ราย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้จัดกำลังตำรวจทั้งสิ้น 232 นายเพื่อไปอารักขาตามคำร้องขอ

โจรยิ้ม-อาชญากรขยับ ตร.มัวแต่ดูแลเลือกตั้ง

สำหรับกำลังพลที่ทาง สตช.เตรียมไว้เพื่อทำให้การเลือกตั้งครั้งเป็นไปอย่างราบรื่น สัดส่วนอาจเพิ่มขึ้น โดยตำรวจ 2 นายดูแลผู้สมัคร 1 คนก็ได้ เพื่อให้ตรงคอนเซ็ปท์ “บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว” คิดดูสิว่าหากผู้สมัครทุกคนขอกำลังตำรวจไปอารักขาจะต้องใช้กำลังพลกี่นาย ตรงจุดนี้เองทำให้เกิดความกังวลเหมือนกันว่า อาจเป็นช่องว่างให้บรรดาอาชญากรรมยิ้มแฉ่งรอฉวยโอกาส

อย่าลืมว่าโจรพวกนี้เคยฉวยโอกาสในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ตำรวจต้องจัดกำลังไปดูแลผู้ชุมนุมจำนวนมากทั่วทั้งประเทศ แม้จะเป็นการชุมนุมในกรุงเทพฯก็ตาม มีสถิติระบุว่าช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มการเมือง อาชญากรรมเกิดขึ้นอื้อซ่าทั้งลัก จี้ ชิง ปล้น และยาเสพติด

เฉกเช่นเดียวกัน เมื่อการเลือกตั้งตำรวจทุกภาคส่วนได้รับนโยบายให้เข้ามาดูแลความปลอดภัยและปราบปรามมือปืน ย่อมต้องมีโจรโดยสันดาน หรือพ่อค้ายาเสพติดจะใช้จังหวะนี้ลักลอบก่อเหตุ ขนและจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างเอิกเกริก

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการคาดคะเนว่า ช่วงก่อนเลือกตั้งจะมีอาวุธสงครามและปืนเถื่อนไหลทะลักไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อความรุนแรงเช่นกัน

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้งว่า ล่าสุดมีผู้สมัคร ส.ส. 5 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ แบ่งเป็น จากพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคเพื่อไทย 1 คน และพรรคภูมิใจ 1 คน ได้ร้องขอกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัย รวม 9 นาย โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วงว่าไม่มีกำลังเพียงพอในการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมและยาเสพเพราะ พล.ต.ต.ปิยะยืนยันตำรวจที่ดูแลผู้ชุมนุม กับการปราบปรามยาเสพรติดเป็นคนละชุดกัน

พนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 16 (บึงกุ่ม-คันนายาว) ยอมรับว่า เป็นผู้ที่ร้องขอให้ตำรวจมาคุ้มครองระหว่างหาเสียง เนื่องจากหัวคะแนนผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ถูกยิงเมื่อไม่นานมานี้

“ผมก็ไม่ได้ปรักปรำใครในคดีที่ผู้สนับสนุนถูกยิงบ้านพัก แต่น่าจะเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ลงมือ ส่วนจะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่เมื่อมีการข่มขู่ผู้ใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็ต้องระวังตัว พื้นที่ผมมีชุมชนและผมก็เพิ่งลงสมัครไม่นาน การเลือกตั้งซ่อมครั้งที่แล้ว ผมก็เคยขอให้ตำรวจมาคุ้มครองแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็เลยขอไปทาง สตช. ตามระเบียบอีกครั้ง” พนิชบอก ครั้งที่แล้วขอไป 2 นาย แต่คราวนี้กำลังรออยู่ว่าตำรวจที่ขอให้มาคุ้มครองจะมาเมื่อไหร่

“ผมลงพื้นที่มา 4-5 สัปดาห์แล้ว มาขอจริงๆจังๆก็เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ทีแรกก็ตั้งใจจะไม่ขอ เพราะไม่อยากขอ แต่พอเกิดเรื่องก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่ากลัวเท่าครั้งที่แล้ว ความรุนแรงในพื้นที่อาจจะมาจากคนที่ไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ก็แสดงออกอย่างชัดเจน”

ด้วยเหตุที่เขตบึงกุ่ม คันนายาว เป็นพื้นที่นอกเมือง มีผู้กว้างขวางอยู่ และเคยมีการข่มขู่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาเข้าไปหาเสียงในตลาดก็มีคนเอามีดมาตวัดไปมา ก็เลยต้องทำให้ต้องระวังตัวเรื่อยมา

ทั้งนี้ กำลังพลมีทั้งหมด 80 ชุด ชุดละ 6 คน ที่เตรียมไว้เพื่อการปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองผู้สมัคร ส.ส.เพราะ เมื่อกำลังส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ดูแลความปลอดภัยกาดูแลทุกข์สุขประชาชน    รวมทั้งปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรม ลักเล็กขโมยน้อย คดีจิปาถะในพื้นที่ก็ต้องเกิดผลกระทบแน่นอน

ตำรวจนายหนึ่งให้ความเห็นว่า การเอาตำรวจไปคุ้มกันอย่างนี้ เกรงว่าจะเป็นประเพณีปฎิบัติ ต่อไปนี้หากมีการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ก็ต้องมาขอให้ตำรวจไปคุ้มครอง บางคนก็ใช้จังสตางค์ไม่จ่าย ระหว่างที่ลงพื้นที่หาเสียงก็เห็นเราอยู่ในสายตา แต่พอได้เป็นส.ส.แล้วไม่เห็นหัว ผมคิดว่าเมื่อมาเป็นคนของประชาชนแล้ว ถ้ากลัวก็ไม่ต้องลงสมัคร

แต่ถึงกระนั้น เมื่อต้องไปอารักขาคุ้มครองผู้สมัคร ส.ส. พวกเขาเหล่านี้ก็พร้อมจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

มองต่างมุมการคุ้มครองผู้สมัคร ส.ส.ก็ถือว่าให้ความปลอดภัยกับผู้ที่อาสามารับใช้ประชาชนในบรรยากาศที่ความรุนแรงพร้อมจะเกิดได้ทุกเวลา ในอีกมุมหนึ่งนั้นนอกจากตำรวจจะต้องถูกลดทอนกำลังพลเพื่อไปดูแลแล้ว สิ่งที่จะตามมาคืออาชญากรรมหลายรูปแบบที่พร้อมจะฉวยโอกาสได้เสมอ

ฤดูกาลเลือกตั้ง กับอาชญากรรมจึงถูกจับพลัดจับผลูให้มาอยู่รวมเป็นประเด็นเดียวกัน อย่างที่ไม่สมควรจะเป็น 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท