
พรรคร่วมกั๊กชิ่ง"ปชป."เปิดทางผสมพันธุ์พท.
พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยกอดคอร่วมหัวจมท้ายประคองประชาธิปัตย์ ฝ่าเสียงปืนและควันไฟ จนมาถึงยุบสภา ก็มีอันต้องสละเรือกันอย่างพร้อมเพรียง....
พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยกอดคอร่วมหัวจมท้ายประคองประชาธิปัตย์ ฝ่าเสียงปืนและควันไฟ จนมาถึงยุบสภา ก็มีอันต้องสละเรือกันอย่างพร้อมเพรียง....
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ยังไม่ทันผ่านโค้งแรก...
พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยกอดคอร่วมหัวจมท้ายประคองประชาธิปัตย์ ฝ่าเสียงปืนและควันไฟ จนมาถึงยุบสภา ก็มีอันต้องสละเรือกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุผลสำคัญหนีไม่พ้นเรื่อง “คะแนนนิยม” ของประชาธิปัตย์ที่ดูจะนิ่ง สะท้อนผ่านผลโพลหลายสำนัก ขณะที่เพื่อไทยของพี่น้องชินวัตร “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คะแนนนำลิ่ว ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนใคร
มิตรแท้...ศัตรูถาวร...เที่ยวนี้จึงมีอันต้องโละทิ้งกันใหม่หมด !!!
เพื่อนรักอย่าง “ภูมิใจไทย” ที่เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมรบฟันฝ่ามรสุมกันมากับ “ประชาธิปัตย์” กลับเป็นคนแรกที่ประกาศสละเรือ ออกมาตีกรรเชียงรอดูทิศทางลมหลังเลือกตั้ง
ตอกย้ำด้วยโผเลือกตั้งเวอร์ชันภูมิใจไทย ยกให้ “เพื่อไทย” เป็นอันดับแรก 210 เสียง แซงประชาธิปัตย์ที่ได้แค่ 160 ที่นั่ง ส่วนภูมิใจไทยได้ 111 ที่นั่ง
งานนี้ “เนวิน ชิดชอบ” จึงรีบเดินเกมจุดกระแส ฟันธง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 แคนดิเดตนายกฯ จะแห้วเก้าอี้ผู้นำ
กระแส “นายกฯ ทางเลือก” ถูกขยายผลต่อเนื่องจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล จนติดลมบนถึงขั้นทำให้พรรคใหญ่ต้องคิดหนัก
“บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ยังไม่ทิ้งฟอร์มปลาไหล โปรยยาหอมซื้อใจเพื่อไทย โดยประกาศหนุน “โคลนนิงทักษิณ” เป็นนายกฯ หญิงคนแรก
พร้อมยกคำพูด ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548 มาปูทางปรองดอง พูดเป็นนัยขอเป็น “ใบเฟิร์น” ประดับแจกันเพื่อไทย ก่อนแทงกั๊กไม่ปิดประตูตายกับประชาธิปัตย์
“ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ผมไม่ได้รังเกียจ และจะกล่าวหาผมเข้ากับพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แต่ถ้าได้เสียงข้างมากเราก็ยินดีให้การสนับสนุนไม่ว่าใคร”
“บิ๊กเติ้ง” ยังเปิดตัวเลือกใหม่อย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แม่บ้านประชาธิปัตย์ ผู้จัดการรัฐบาล ด้วยเหตุผลสำคัญ กระทบกระเทียบไปถึง “อภิสิทธิ์”
“ในพรรคประชาธิปัตย์ต้องชมคนที่พูดรู้เรื่องและประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้ มีนายสุเทพเพียงคนเดียว เอาอย่างไรก็เอาด้วยกัน แต่ระยะนี้ท่านห่างไปตั้งแต่ยุบสภา ไม่เคยโทรศัพท์หากันเลย อาจจะลืมพรรคชาติไทยพัฒนาก็ได้”
ทั้งเนวินและบรรหาร ตีกัน อภิสิทธิ์ นัยว่า ถ้าจะร่วมรัฐบาลด้วยกันรอบหน้า ไม่เอานายกฯ มาร์ค ก่อนจะเหล่ตาไปที่ ชวน หลีกภัย
ทว่า “เงื่อนไข” ที่หลายฝ่ายประเมินตรงกันว่าจะไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว นำมาสู่การผนึกกำลังของพรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จึงเป็นหมากสำคัญกับการสร้างอำนาจต่อรองเหนือพรรคใหญ่ ที่พร้อมจะเทน้ำหนักไปหนุนฝั่งไหนก็ได้
สำหรับ “ภูมิใจไทย” แม้จะมีอดีตฝังใจกับ “เพื่อไทย” จนถูกตีตราเป็น “คนทรยศ” แต่การผนึกกำลังของพรรคขนาดกลางถือว่าสร้างอำนาจต่อรองจนถึงขั้นกำหนดตัวนายกฯ คนที่ 28 ที่เพื่อไทยมิอาจปฏิเสธ
กรณีแรก หากประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก การกลับมาฟอร์มทีมพรรคร่วมรัฐบาลเดิมย่อมไม่ยากเย็นอะไร พรรคร่วมอาจตั้งแง่ในตัวอภิสิทธิ์เป็นเกมแลกเปลี่ยนเพื่อขอ กระทรวงเกรดเอ
เงื่อนไขนี้จึงอยู่กับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งประชาธิปัตย์เล่นเกมแรงกลับ ขอกระทรวงสำคัญคืน เช่น พาณิชย์ มหาดไทย จึงต้องดูว่าพลังต่อรองของพรรคขนาดกลางจะมีมากน้อยแค่ไหน
กรณีที่สอง เพื่อไทยได้เสียงข้างมากท่วมท้นให้ ยิ่งลักษณ์ ขึ้นแท่นนายกฯ หญิงคนแรก เมื่อนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่สามารถปฏิเสธเสียงของประชาชน ก็ต้องพร้อมใจเป็นใบเฟิร์นประดับแจกัน ค้ำยันเสถียรภาพรัฐบาล
กรณีที่สาม พรรคเพื่อไทยไม่มีเสียงเบ็ดเสร็จพอที่จะดันคนของตัวเองขึ้นเก้าอี้นายกฯ ในกรณีนี้ พรรคขนาดกลางที่ผนึกกำลังกันเหนียวแน่นจึงมีโอกาสสูงที่จะดันคนของตัวเองขึ้นเป็น “นายกฯ ปรองดอง”
อดีตที่ผ่านมาก็เคยเห็นตัวอย่างเมื่อครั้งรัฐบาลเพื่อไทยเคยดัน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จากเพื่อแผ่นดินขึ้นเป็นทางเลือกให้พรรคร่วมขึ้นชิงเก้าอี้นายกฯ ก่อนแพ้ให้กับ “อภิสิทธิ์” ในที่สุด
งานนี้ว่าที่นายกฯ ส้มหล่นทั้งหลายจึงพยายามสร้างราคา สร้างอำนาจต่อรอง ด้วยการจุดกระแสสร้างแนวทางปรองดองกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ขอทำหน้าที่นี้
แต่จะไปถึงฝันได้หรือไม่ คงต้องดูความเหนียวแน่นของพรรคขนาดกลาง และผลเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. เป็นสำคัญ







