posttoday
เปิดยุทธการ 315  หมัดเด็ดโค่นยาเสพติด

เปิดยุทธการ 315 หมัดเด็ดโค่นยาเสพติด

31 พฤษภาคม 2554

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผู้ค้า ผู้เสพ หน้าเก่าๆ ก็ยังไม่หมดไป หน้าใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นแทบจะทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพฯ.ยาเสพติดทะลักเข้ามาไม่หยุดหย่อนกลายเป็นปัญหาหนักอกของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีไม่น้อยไปกว่าท้องที่อื่นๆ เพราะเมืองหลวงอันศิวิไลซ์กลายเป็นแหล่งค้าขาย จุดพักยา และมีกลุ่มนักเสพเกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่

การปราบปรามจากทุกภาคส่วน จึงต้องเข้มข้นตามจำนวนยาเสพติดที่เพิ่มขึ้นไปด้วย เอาง่ายๆ แค่ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามความรับผิดชอบของตำวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็มีให้เห็นแทบทุกวัน

นั้นเป็นเพราะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และยังมียาเสพติดหนาแน่นมากที่สุดของประเทศ มีขนาดปัญหายาเสพติดถึง 35% ของปัญหาทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น ภาพสะท้อนที่ว่า หากสามารถลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในพื้นที่เหล่านี้ได้มากขึ้นเท่าใด ย่อมส่งผลต่อการลดขนาดปัญหาในภาพรวมของประเทศได้มากขึ้นเท่านั้น

จากปัญหาดังกล่าวทางรัฐบาลจึงวางแนวทางให้หน่วยงาน 3 ภาคส่วน คือ ตำรวจ ทหาร และภาคพลเรือน ร่วมแรงร่วมใจกันขจัดปัญหายาเสพติดออกไปให้หมด แผนงานปราบปรามเข้มยาเสพติดนี้มีชื่อว่า “ยุทธการ 315” การปฏิบัติตามยุทธการดังกล่าวก็เคยถูกนักการเมืองบางพรรคออกมาโวยวายว่าทำไมต้องส่งทหารลงพื้นที่ในช่วงการหาเสียงเหมือนไปขัดขวาง บางพรรค จึงต้องมาขยายความยุทธการดังกล่าวให้หายสงสัย

เปิดยุทธการ 315  หมัดเด็ดโค่นยาเสพติด

“ยุทธการ 315” คืออะไร เมื่อทราบแต่ที่มาว่าต้องใช้แผนดังกล่าวปราบปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ.และปริมณฑลเท่านั้น แต่ความนัยของตัวเลข 315 เป็นอย่างไร

เรื่องนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา หรือ “บิ๊กย้อย” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ที่เป็นผู้อำนวยการชุดปฏิบัติการกองอำนวยการเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด (ปส.315) ขยายความให้รู้ว่ายุทธการ 315 คือการสนธิกำลัง และผนึกกำลังร่วมกันของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งบูรณาการยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันลงสู่พื้นที่ แผนงานนี้จะเป็นมารตรการที่สำคัญที่สุดต่อการยุติการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในพื้นที่ รวมทั้งรัฐบาลก็เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล ในระยะเร่งด่วน ห้วงเวลาในการทำงานตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย.2554 เท่านั้น แผนยุทธการ 315 จึงถูกคลอดออกมาใช้งาน

แล้ว 315 คืออะไร “บิ๊กย้อย” แจงที่ละตัวเลขว่า 3 คือ การผนึกกำลังร่วมกันของ 3 หน่วย คือ พลเรือน ตำรวจ และทหาร 1 คือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 5 คือ พื้นที่ปริมณฑล 5 จังหวัด คือ จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร

ส่วนหลักการปฏิบัติตามยุทธการดังกล่าว ถูกกำหนดไว้ 6 แนวทาง คือ 1.จัดกำลังพลในการปฏิบัติอย่างบูรณาการ ผนึกกำลังร่วมกันกับทุกหน่วย พลเรือน ทหาร ตำรวจ ทั้งในระดับอำนวยการและปฏิบัติการ ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหา เพราะข้อนี้เป็นจุดชี้ขาดภารกิจเลยทีเดียว

2.การเตรียมความพร้อมในด้านข้อมูลในทุกพื้นที่ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และการลงสู่เป้าหมายอย่างมีแผนปฏิบัติที่เหมาะสม 3.การปฏิบัติด้านการข่าว การตรวจค้น ปิดล้อมพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด การจับกุมผู้กระทำความผิด การดำเนินการด้านทรัพย์สิน และเป้าหมายสำคัญ คือการขยายผลไปสู่ตัวการใหญ่ รวมถึงกดดันไม่ให้เกิดการค้าและการมั่วสุม

4.ลดการแพร่ระบาด ด้วยการลดดีมานด์ (Demand) หรือการนำผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด โดยเฉพาะการเพิ่มน้ำหนักในการชักชวน สมัครใจ หรือบังคับสมัครใจ พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการติดตาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน 5.การลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ทั้งสถานบันเทิง หอพัก แหล่งมั่วสุม รวมถึงแหล่งพื้นที่เป้าหมาย สถานที่ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อป้องกันเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้ได้ผลอย่างจริงจัง

6.ปฏิบัติการด้านจิตวิทยา การชี้แจงทำความเข้าใจ การรณรงค์ให้ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งรณรงค์ทางกว้าง การเคาะประตูบ้าน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ ตระหนักในปัญหา และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เกิดขึ้น เป็นมาตรการสำคัญเช่นกัน

ภาพรวมทั้งหมด พล.ต.ท.วรพงษ์ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ถือเป็นหน่วยที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด เข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างจริงจัง ลบภาพลักษณ์การไม่ไว้ใจตำรวจไทยของชาวบ้านให้หมดไป เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ง่ายต่อการช่วยเหลือทางการ และเป้าหมายจากเบาะแสของประชาชนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างที่สุด

“การข่าวจากการแจ้งเบาะแสยาเสพติดของประชาชน ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจค้น และดูแลอย่างจริงจัง เพราะเบาะแสที่ได้มาจากชาวบ้าน นั่นหมายถึงพวกเขาทนถึงที่สุดแล้ว และต้องการให้ทางการเข้าไปจัดการ เรื่องนี้เราต้องคัดกรองอย่างจริงจัง อย่าทิ้งเด็ดขาด โดยเฉพาะสายด่วน 1386 ที่ต้องหยิบมาทำอย่างทันที ถ้าทำได้สำเร็จ ได้ใจประชาชนอย่างแน่นอน”

ในส่วนเรื่องการบำบัดก็เป็นสิ่งสำคัญ ในห้วงเวลาปฏิบัติการ พล.ต.ท.วรพงษ์ ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปนำตัวผู้ติดยาเสพติดเข้าบำบัดให้ได้จำนวน 5 หมื่นคน ก็ถือว่าทะลุเป้าแล้ว และจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้านกำลังพลก็คงหายห่วง เพราะสนธิกำลังทางทหารเข้ามาช่วยอีกแรง ทำให้การทำงานของตำรวจก็คงง่ายขึ้น แต่หากยังไม่พอยังประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อเข้ามาช่วยงานได้อีก เรียกว่าครอบคลุมทุกอย่าง ถ้ารอบนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่กำหนดยังไม่หมดไป ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรกันแล้ว

“ผมยอมรับว่า ปัญหายาเสพติดยังคงมีอยู่มากในพื้นที่ จากสถิติก็บ่งชี้อย่างชัดเจน การจับกุมก็มีเพิ่มมากขึ้นกว่าห้วงที่ผ่านมา นั่นหมายถึงการแพร่ระบาดที่มากขึ้น หรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่จริงจังมากกว่าก็เป็นได้ แต่ยุทธการ 315 ต้องจริงจังในการทำงาน เรื่องนี้ผมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้ช่วยกันเพื่อขจัดปัญหาของชาติ เพื่อความภาคภูมิของตัวเอง” พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าว

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท