
ไทยเตรียม2แผนสู้คดีพระวิหาร
ไทยพร้อมแจงศาลโลกด้วยวาจากรณีปราสาทพระวิหาร รวมทั้งเตรียมแผนรับมือ 2 แนวทางต่อสู้คดี ชี้ขอบเขตหน้าที่ศาลไม่มีสิทธิออกมาตรการใดๆ กรณีพระวิหาร
ไทยพร้อมแจงศาลโลกด้วยวาจากรณีปราสาทพระวิหาร รวมทั้งเตรียมแผนรับมือ 2 แนวทางต่อสู้คดี ชี้ขอบเขตหน้าที่ศาลไม่มีสิทธิออกมาตรการใดๆ กรณีพระวิหาร
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อกรณีกัมพูชายื่นต่อศาลโลกให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวบริเวณปราสาทพระวิหาร ว่า ขณะนี้เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทางกัมพูชาได้ให้ข้อมูลต่อศาลโลกเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยมีนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และที่ปรึกษาทางกฎหมายชาวอังกฤษและฝรั่งเศส เป็นผู้ขึ้นให้การต่อศาลโลก โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการกล่าวย้ำข้อความตามเอกสารคำร้องที่ระบุว่า ไทยและกัมพูชามีความเห็นที่แตกต่างกัน ในเรื่องความหมายของคำพิพากษาของศาลโลกในปี 2505 จึงขอให้ศาลตีความขอบเขตและความหมายของคำพิพากษาเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้น
ฝ่ายกัมพูชายังระบุอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รุกรานเข้าไปในเขตอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ที่อยู่บริเวณปราสาทพระวิหาร จึงขอให้ศาลออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขัดแย้งทางทหารขยายตัวไปอีก
นายชวนนท์ กล่าวว่า หลังจากที่กัมพูชาให้การต่อศาลโลกเสร็จสิ้น ฝ่ายไทยได้ประชุมเตรียมการย้ำถึงแนวทางการเตรียมการโต้แย้งคำร้องขอที่กัมพูชาให้การต่อศาลทันที โดยมี 2 แนวทางหลักๆ คือ 1.การโต้แย้งขอบเขตอำนาจศาล โดยเสนอว่า เรื่องนี้ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาในประเด็นนี้ นั่นคือ ศาลจึงไม่สามารถออกมาตรการใดๆ ได้ และ 2.ประเทศไทยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลก ปี 2505 ครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีข้อสงสัยเรื่องใดๆ อีก ที่จะศาลโลกตีความหรือมีคำสั่งใดๆ เพิ่มเติม
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะให้ข้อมูลทางวาจาต่อศาลโลกในเวลา 14.00 – 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก จะเป็นผู้แทนไทย และที่ปรึกษาชาวต่างชาติของไทย 3 คน ชาวฝรั่งเศส แคนาดา ออสเตรเลีย ให้การต่อศาลตามลำดับ







