
เปิดมุมมองเลือดใหม่การเมือง
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และโพสต์ทูเดย์ จัดเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ “พลังคนรุ่นใหม่กับอนาคตการเมืองไทย” โดยมีผู้สมัคร สส.กทม.กลุ่มคนรุ่นใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย มาร่วมประชันวิสัยทัศน์และเปิดมุมมองทางการเมือง
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และโพสต์ทูเดย์ จัดเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ “พลังคนรุ่นใหม่กับอนาคตการเมืองไทย” โดยมีผู้สมัคร สส.กทม.กลุ่มคนรุ่นใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย มาร่วมประชันวิสัยทัศน์และเปิดมุมมองทางการเมือง
เพื่อไทยรุ่นใหม่
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต หรือ “หมวดเจี๊ยบ” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 30 บางแค พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า แวดวงการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีคนรุ่นใหม่เข้ามารับไม้ต่อเพื่อสืบทอดอุดมการณ์ รวมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์จากคนรุ่นก่อน ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจน สาเหตุที่นโยบายของพรรคโดนใจประชาชนนั้น ไม่ได้เกิดจากการคิดขึ้นมาเอง แต่มาจากการกลั่นกรอง สอบถาม และรับฟังเสียงสะท้อนของคนในพื้นที่
เธอกล่าวเปิดอกว่า เหตุที่พรรคให้ความไว้วางใจส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากแรงหนุนส่งเป็นการส่วนตัวของนายใหญ่จากแดนไกล แต่ยืนยันว่าได้ผ่านกระบวนการคัดสรรผู้สมัครตามขั้นตอนของพรรคเช่นเดียวกับผู้สมัครทั้ง 375 คน
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวทางการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง ส่วนตัวแล้วเธอมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะให้คำตอบ โดยขอโอกาสให้ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลก่อนและจะต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก เพราะการตัดสินใจทางการเมืองใดๆ ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้
“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะก็จะไม่หันหลังให้กับการเมือง โดยพร้อมจะทำงานให้พรรค ไม่ว่าได้จะเป็นฝ่ายค้านหรือ รัฐบาลก็ตาม เพราะศรัทธาในระบบองค์กร” หมวดเจี๊ยบยืนยัน
ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หรือ “ดร.อิ่ม” ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 20 ลาดกระบัง กล่าวว่า การหาเสียงเสียงเลือกตั้งต้องแข่งขันกันที่นโยบาย โดยเชื่อว่าทุกพรรคต่างมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน แต่สำคัญที่สุดคือ จะนำนโยบายมาปฏิบัติให้เป็นจริงได้หรือไม่
ดร.อิ่ม มองว่า คนรุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบคือ มองเห็นข้อบกพร่องและอุปสรรคที่ทำเกิดปัญหาการเมือง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยมุมมองของคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยกันทำงาน เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้
อนุตตมา อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครเขต 7 ห้วยขวาง วังทองหลาง บุตรสาว พล.ต.อ.สมบัติ อดีต รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จะนำความรู้ความสามารถของตัวเองมาพัฒนานโยบายการศึกษา โดยเน้นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กแรกเกิดถึงวัย 3 ขวบ
นอกจากนี้จะนำประสบการณ์ที่เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่วัย 34 ปี ถึงแม้ประสบการณ์ยังน้อย แต่ไฟแรง พร้อมจะเรียนรู้ และมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงานการเมือง
พงศ์พันธ์ กล่าวว่า ปัญหาคนเบื่อการเมือง ต้องแก้ด้วยการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่เช่นนั้นงานการเมืองจะไม่เดินหน้าและเกิดความขัดแย้งไม่สิ้นสุด เขามีความตั้งใจว่า จะเข้ามาเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยจะผลักดันนโยบายการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร เพราะเห็นว่าการประกันราคาของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาล้มเหลว
******************************
ปชป.ผลัดใบ
“อี้” แทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 12 ดอนเมือง คนหนุ่มไฟแรงแห่งค่าย ปชป. กล่าวว่า ปัญหาการเมืองไทยทุกวันนี้เกิดจากการสร้างกระแส “ศรัทธามาร์เก็ตติง” ซึ่งประชาชนต้องรู้เท่าทันและเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในยุคที่เกิดระบอบทักษิณ เกิดภาวะรวยกระจุก จนกระจาย คนดีกระจอก สุดท้ายจึงนำไปสู่การหาทางออกที่สุดโต่งทั้งสองฝ่าย
“เราไม่ได้ต่อสู้กับระบอบทักษิณเท่านั้น แต่กำลังสู้อยู่กับระบบความเชื่อบางอย่างที่นักการเมืองพยายามปลูกฝังให้กับประชาชนโดยไม่สนใจวิธีการ”
อี้ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศคือความไม่เท่าเทียม เช่น การถือครองที่ดิน การจัดเก็บภาษี ซึ่งเขาหวังใจว่าหากมีโอกาสได้เข้ามาทำงานการเมืองจะผลักดันให้เกิด “สังคมสวัสดิการ” อย่างเต็มรูปแบบแทนระบบประชานิยม ซึ่ง ปชป.พยายามมุ่งสู่จุดนั้น
สุดท้ายแล้วเขาเชื่อว่า หากจะแก้ไขปัญหาการเมืองที่ล้มเหลว จะต้องนำตัวเองเข้าไปสู่ระบบ เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ได้
“แม้ว่าการเมืองจะน้ำเน่าแค่ไหน ผมก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมเอาเกียรติยศไปแลกกับความอัปยศเป็นอันขาด” แทนคุณ กล่าว
ชื่นชอบ คงอุดม ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 10 บางซื่อ กล่าวว่า แม้ประเทศชาติผ่านความบอบช้ำมามาก แต่สังคมไทยก็ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักให้ยึดเนี่ยว ทำให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตไปได้
“การปรองดองไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องให้โอกาสอีกฝ่ายได้แก้ตัว ไม่ใช่ซ้ำเติมเอาเป็นเอาตาย แต่ถ้าพรรคใดทำให้ประเทศชาติล่มจม พรรคนั้นก็อยู่ไม่ได้”
ชื่นชอบ กล่าวว่า สิ่งสำคัญจะต้องพัฒนาภาคประชาชนให้มีความรู้และเข้าใจการเมืองอย่างเท่าเทียมทั่วถึง ปชป.จึงมุ่งเน้นนโยบายด้านการศึกษา เช่น เรียนฟรี 15 ปี ซึ่งจะเห็นผลได้ในระยะยาว
จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ “ตั๊น” ผู้สมัครเขต 5 ดุสิต ราชเทวี ปชป. ทายาทอาณาจักรบุญรอด ผู้ซึ่งประกาศว่าอนาคตข้างหน้าจะก้าวสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของไทย กล่าวว่า จะมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เข้มแข็ง ปลูกฝังความรักชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ที่สำคัญจะต้องลบความขัดแย้งทางการเมืองและทำงานอย่างสร้างสรรค์
ณัฐ บรรทัดฐาน ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 บางกะปิ บุตรชายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. สะท้อนถึงอุปสรรคในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไทยทุกวันนี้ว่า ต้นตอของปัญหาการเมืองส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่มีส่วนร่วมของประชาชน โดยเมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งแล้ว ไม่มีการติดตามหรือตรวจสอบว่า สส.ได้เข้าไปทำหน้าที่สมกับเป็นผู้แทนหรือไม่ ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์สภาล่มซ้ำซาก ซึ่งสร้างความเบื่อหน่ายให้กับประชาชนอย่างมาก
“ทุกอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดี และมีระบบคัดกรองอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าผู้แทนทำงานไม่ดีประชาชนก็ต้องไล่ออกด้วยการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” ณัฐ กล่าว







