
ข่าวดี-ข่าวร้าย
เอแบคโพลล์ล่าสุด อาจกลายเป็นบทสะท้อนที่ชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมาถึง
เอแบคโพลล์ล่าสุด อาจกลายเป็นบทสะท้อนที่ชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมาถึง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เอแบคโพลล์ล่าสุด อาจกลายเป็นบทสะท้อนที่ชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมาถึง
ข่าวดีก็คือ ประชาชนทั่วไปรู้ดี สิ่งใดที่ประเทศชาติต้องการ
แต่ข่าวร้าย ผลสำรวจชี้ชัด ตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้งกลับกลายเป็นเงิน
ประชาชนรู้ดี นโยบายหาเสียงของทุกพรรคจะไม่มีประโยชน์เลย หากคนไทยไม่เลิกตีกัน ไม่หยุดความขัดแย้ง
ไม่ว่าจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น 300 บาทต่อวัน ได้ดอกเบี้ย 0% ในการซื้อบ้านหลังแรก ได้บัตรเครดิตชาวนา ได้คนอารมณ์ดีติดหนวดมาเป็นฝ่ายค้าน ได้เรียนฟรี ได้คนเก่งมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้รถไฟความเร็วสูง ได้นโยบายปราบปรามยาเสพติดจริงจัง เศรษฐกิจดีขึ้น ฯลฯ
และนโยบายที่ชาวบ้านสนใจและมีผลต่อการลงคะแนนเสียงมากสุดเป็นประเด็นการปรองดองให้บ้านเมืองสงบสุข
แต่สุดท้ายกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยืนยันชัดเจน การซื้อเสียงมีผลทำให้ชนะการเลือกตั้ง
ประชาชนเกือบ 70% ยอมรับว่ามีการซื้อเสียงในหมู่บ้าน หรือในชุมชนของตนเอง
ราคาค่างวดในการซื้อเสียงมีอัตราแตกต่างกัน ส่วนใหญ่อยู่ที่ไม่เกิน 500 บาท มีบ้างที่อยู่ 501-1,000 บาท และเกิน 1,000 บาทขึ้นไป มีประมาณ 13.2%
เงื่อนไขการจ่ายมากหรือน้อยอยู่ที่ตัวผู้สมัคร สส. หากลงพื้นที่เป็นประจำ ทำประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น หมั่นช่วยงานบวช งานวัด งานศพ ราคาซื้อเสียงก็จะไม่เกิน 500 บาท
แต่ถ้าไม่เคยลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน การซื้อเสียงด้วยเงินจำนวนมากก็อาจจะไม่ชนะก็ได้
ผลสำรวจเหล่านี้เป็นคำตอบว่า ทำไมการเมืองไทยถึงไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากถูกครอบงำด้วยเงินจนกลายเป็นธนาธิปไตยเสียมากกว่า
นี่แหละ บ้านเมืองถึงได้ติดหล่ม ไปไหนไม่พ้นสักที







