posttoday
เช็กความพร้อม สู้คดีพระวิหาร

เช็กความพร้อม สู้คดีพระวิหาร

29 พฤษภาคม 2554

เมื่อ 49 ปีก่อน ใน พ.ศ. 2505 คนไทยทั้งชาติต้องขมขื่นกับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก

เมื่อ 49 ปีก่อน ใน พ.ศ. 2505 คนไทยทั้งชาติต้องขมขื่นกับคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก

ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และเมื่อ 3 ปีก่อน ปัญหาปราสาทพระวิหารก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่กัมพูชาร้องขอสัญญาณร้ายของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกคือ พื้นที่โดยรอบปราสาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ ผลพวงที่ตามมาคือ การเผชิญหน้าทางทหาร ซึ่งทั้งสองประเทศแสดงกำลังทางทหารในพื้นที่เพื่อรักษาสิทธิอธิปไตย ทำให้เกิดความตึงเครียดปะทะกันด้วยกำลังมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดความขัดแย้งลุกลามไปถึงชายแดนด้านปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ แม้ไทยจะยืนยันว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลัง เปิดฉากยิงใส่ฝ่ายไทยก่อน แต่กัมพูชาก็ใช้เวทีการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งประชาคมอาเซียน และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กล่าวหาว่าไทยใช้กำลังรุกรานก่อน

เช็กความพร้อม สู้คดีพระวิหาร

การแก้ปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคีไทยกัมพูชา ซึ่งไทยพยายามโน้มน้าวกัมพูชา ไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) เพื่อกำหนดกรอบข้อตกลงสำรวจเขตแดน และการประชุมคณะกรรมการเขตแดนทั่วไปไทยกัมพูชา หรือจีบีซี เพื่อลดการเผชิญหน้าทางทหาร ผ่านมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า การปะทะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาเป็นระยะ

ล่าสุด ผลพวงจากการปะทะด้านชายแดน จ.สุรินทร์ เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กัมพูชาปฏิเสธที่จะเจรจาทวิภาคีกับไทย และมาตรการต่อมาคือการยื่นคำร้องให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 โดยอ้างถึงความเข้าใจที่ไม่ตรงกันของทั้งไทยและกัมพูชา ในคำตัดสินข้อ 2 ที่ว่า “ไทยมีพันธะที่จะต้องถอนกำลังทหารหรือตำรวจ ผู้เฝ้ารักษาหรือผู้ดูแลซึ่งประเทศไทยส่งไปประจำอยู่ที่ปราสาทพระวิหารหรือในบริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา”

นอกจากนี้ กัมพูชาร้องขอให้ศาลออกมาตรการชั่วคราว 3 ข้อ โดยขอให้ศาลสั่งให้ประเทศดำเนินการดังนี้

1.ถอนกำลังทั้งหมดออกจากส่วนต่างๆ ของดินแดนกัมพูชาในพื้นที่ปราสาทพระวิหารทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

2.ห้ามไทยมีกิจกรรมทางทหารใดๆ ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร

3.ให้ไทยงดการกระทำหรือการดำเนินการใดๆ ที่กระทบสิทธิของกัมพูชาหรือเพิ่มความขัดแย้งในการตีความ จนกว่าศาลโลกจะตีความคำพิพากษาเสร็จ

และวันจันทร์ที่ 30 พ.ค.นี้ ศาลโลกนัดให้ไทยและกัมพูชาชี้แจงกรณีมาตรการชั่วคราว

บาดแผลความขมขื่นคำตัดสินของศาลโลก เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ย้อนกลับมาอีกครั้ง คำถามสำคัญต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ “ทำไมต้องขึ้นศาลโลก... ไม่ขึ้นได้หรือไม่”

นักกฎหมายระหว่างประเทศบางคนออกมาให้ความเห็นว่า ไทยไม่ควรขึ้นศาลโลกในครั้งนี้ และไม่ควรรับอำนาจศาลโลกซึ่งจะทำให้เสียเปรียบกัมพูชา และให้ความเห็นถึงการยื่นคำร้องของกัมพูชาครั้งนี้เป็นคดีใหม่

แต่ความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า กัมพูชายื่นขอให้ศาลโลกตีความคำตัดสินเดิม เพราะมองว่า “ดินแดนกัมพูชา” ตามคำพิพากษานั้น ได้มีการกำหนดขอบเขตแล้วโดยแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่สัดส่วน 1 : 200,000 ระวางดงรัก ซึ่งศาลโลกใช้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีเมื่อปี 2505

“หลังคดีปราสาทพระวิหารแล้ว ไทยไม่ได้ให้การยอมรับอำนาจของศาลโลกอีก ซึ่งหมายถึงการยอมรับอำนาจในคดีใหม่ ส่วนการยื่นคำขอต่อศาลโลกของกัมพูชาในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการฟ้องคดีใหม่ แต่เป็นการตีความคดีเก่าที่ศาลได้ตัดสินไปแล้วเมื่อปี 2505 ซึ่งไทยได้ยอมรับอำนาจศาลแล้ว การยอมรับดังกล่าวครอบคลุมถึงการที่ศาลจะตีความและออกมาตรการชั่วคราวใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีหลักนี้ด้วย ดังนั้น คำพิพากษาจึงมีผลผูกพันไทย ประเทศไทยจึงต้องชี้แจงเพื่อรักษาปกป้องผลประโยชน์และสิทธิต่อคณะผู้พิพากษาศาลโลก มิฉะนั้นแล้วศาลจะพิจารณาข้อมูลของกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว และหากศาลมีคำพิพากษาออกมา อาจทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ได้” นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ธรรมนูญศาลโลกข้อ 60 ระบุว่า ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับความหมายหรือขอบเขตของคำพิพากษา ศาลโลกจะต้องตีความหากมีภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ ซึ่งการยื่นขอตีความสามารถกระทำได้โดยไม่มีกรอบเวลา ต่างจากการขอทบทวนคำพิพากษา ซึ่งต้องยื่นคำขอภายใน 10 ปีนับจากวันที่ศาลโลกมีคำพิพากษา ขณะที่การร้องขอให้ศาลตีความคำพิพากษาไม่มีข้อจำกัดอายุความ

“เราคาดการณ์มาประมาณ 3-4 ปีแล้วว่า กัมพูชาอาจขอให้ศาลตีความคำพิพากษา จึงมีการเตรียมรับมือมาโดยตลอด ทั้งการศึกษาข้อกฎหมาย สนธิสัญญา แผนที่ เอกสารประวัติศาสตร์และโบราณคดี มาอย่างต่อเนื่อง ทุ่มเทบุคลากร ตั้งคณะทำงานซึ่งมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาเป็นประธาน”

นายธานี ชี้แจงว่า หลังจากที่กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกแล้ว รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งคณะดำเนินคดีปราสาทพระวิหารของไทย ประกอบด้วย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นตัวแทน (Agent) อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายเป็นรองตัวแทน ที่ปรึกษาชาวต่างประเทศสัญชาติฝรั่งเศส ออสเตรเลียและแคนาดา รวม 3 คนเป็นทนายความ รวมทั้งแต่งตั้งผู้พิพากษาเฉพาะกิจชาวฝรั่งเศส ร่วมเป็นคณะผู้พิพากษาประจำศาลโลก

การแต่งตั้งทนายความและผู้พิพากษาสมทบชาวฝรั่งเศส เป็นประเด็นสำคัญที่คาใจคนไทยไม่น้อย ในฐานะประเทศอดีตเจ้าอาณานิคมกัมพูชา และปมเงื่อนที่ทำให้แพ้คดีเมื่อ 50 ปีก่อน ก็มาจากแผนที่เขตแดน ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงประเด็นนี้ว่า ที่ปรึกษากฎหมายชาวต่างชาติทั้งสามคน รวมทั้งผู้พิพากษาเฉพาะกิจ พิจารณาจากความเชี่ยวชาญ ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งทั้งสามคนล้วนมีประสบการณ์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนระหว่างประเทศหลายคดี อีกทั้งเคยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญที่ดูแลรับผิดชอบการจัดทำประมวลและพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ส่วนการเลือกชาวฝรั่งเศส ก็เนื่องจากเอกสารทางกฎหมายในเรื่องเขตแดนไทยกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศส และในการดำเนินคดีก็จำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความเข้าใจแนวคิดทางกฎหมายฝรั่งเศสเป็นอย่างดี

“ที่สำคัญทั้งที่ปรึกษากฎหมายและผู้พิพากษาชาวฝรั่งเศสทั้งสองคนเป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินเมื่อปี 2505 และมีแนวคิดสอดคล้องกับคณะที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายไทย”

อีกไม่กี่ชั่วโมงจากนี้ไปความท้าทายสำคัญของชาติไทยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท