posttoday
การเมืองการมุ้งในไอเอ็มเอฟ

การเมืองการมุ้งในไอเอ็มเอฟ

26 พฤษภาคม 2554

ข่าวผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ โดมินิก สเตราคานห์

ข่าวผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ โดมินิก สเตราคานห์

โดย..อรุร จิรชวาลา 

ถูกจับในนิวยอร์กข้อหาข่มขืนกระทำชำเราสาวใช้ของโรงแรม เป็นข่าวที่คนไทยสนใจกันมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับสถาบันนี้ในฐานะที่เคยเป็นนายทาสทางเศรษฐกิจของเรามาแล้ว 23 ครั้ง อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเห็นเป็นเรื่องแปลกที่คนใหญ่คนโตระดับโลกจะตกม้าตายง่ายๆ ด้วยเรื่องแบบนี้

เราทราบกันดีว่ามีคนใหญ่คนโตในบ้านเราจำนวนไม่น้อยที่มักมากในกามเช่นกัน แต่ที่เราแทบไม่เคยได้ยินคนเหล่านี้ถูกจับดำเนินคดีก็เพราะเรื่องแบบนี้ในบ้านเราเป็นเรื่องซื้อง่ายขายคล่อง นอกจากนี้คนที่เป็น “ผู้ใหญ่” ยังมักมีเกราะป้องกันเพิ่มอีกชั้น คือมีลูกน้องหรือคนสนิทคอยติดต่อจัดหาให้ รวมทั้งหากบังเอิญเกิดปัญหาก็ช่วยเจรจาและออกรับแทน

สิ่งที่เกิดกับสเตราคานห์ ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก เพราะไอเอ็มเอฟกำลังมีบทบาทสูงในการแก้ปัญหาวิกฤตการเงินในยุโรป

ผมขอเริ่มต้นด้วยเรื่องการมุ้งก่อน หลังจากนั้นจึงจะพูดเรื่องการเมือง

มีข้อน่าสังเกตในส่วนที่เกี่ยวกับการมุ้งอยู่หลายประการ ดังนี้

หนึ่ง มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมค่อนข้างชัดเจนระหว่างสหรัฐกับยุโรปในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายหญิง โดยที่ตัวสเตราคานห์เอง ก็อาจจะไม่เข้าใจหรือไม่เคยใส่ใจ จนในที่สุดก็สายเกินแก้

ยุโรปอาจจะคล้ายๆ กับบ้านเรามากกว่า คือผู้ชายมักจะเล่นบทนักล่า และผู้หญิงเล่นบทถูกล่า สังคมอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากนักหากสิงโตจะตะปบเหยื่อแรงไปหน่อย ไม่ต่างจากนิยายน้ำเน่าในบ้านเราที่คนดูมักจะสะใจกับบทตบจูบของคู่พระคู่นาง

เรื่องนี้หากเกิดในฝรั่งเศส ผู้คนที่นั่นคงไม่สนใจมากนัก อาจจะฮือฮาบ้างแต่ไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เช่น อาจมีการไกล่เกลี่ยให้มีการจ่ายและการรับค่าเสียหาย แล้วเรื่องก็จบลงด้วยดี เป็นต้น

ในกรณีของสหรัฐการเน้นเรื่องสิทธิสตรี ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีมากกว่า ตลอดจนสังคมมักจะให้ความเห็นใจผู้เสียหายมากกว่า ยิ่งกรณีที่ฝ่ายชายมีตำแหน่งใหญ่โต อาจจะยิ่งทำให้ถูกเล่นงานหนักขึ้น ดังที่เคยเกิดกับประธานาธิบดี บิล คลินตัน มาแล้ว คือเกือบถูกขับออกจากตำแหน่ง เพราะไปมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ฝึกงานในทำเนียบขาว

สอง สเตราคานห์ มีชื่อเสียง ไม่ใคร่ดีในเรื่องชู้สาวมานานแล้ว ก่อนมาอยู่ไอเอ็มเอฟก็เคยมีคนเตือนแล้วว่าจะทำตัวเหมือนอยู่ในฝรั่งเศสไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ฟัง มาถึงไม่นานก็ถูกร้องเรียนและถูกตั้งกรรมการสอบเรื่องมีสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่หญิง ที่สามีก็ทำงานที่ไอเอ็มเอฟเช่นกัน จนสุดท้ายสเตราคานห์ต้องยอมขอโทษ และช่วยหญิงคนนั้นหางานใหม่นอกไอเอ็มเอฟ

เป็นไปได้ว่าก่อนถูกจับครั้งนี้ สเตราคานห์ จะเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่เมื่อโยนเงินก้อนหนึ่งไว้ให้เป็นค่าปิดปาก อาจทำให้ฝ่ายหญิงตัดสินใจเอาเงินมากกว่าเอาความ

สาม รสนิยมของสเตราคานห์ อาจจะไม่เน้นผู้หญิงสวย เพราะสาวใช้คนนี้อพยพมาจากแอฟริกาและมีลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว

สเตราคานห์ อาจต้องการความตื่นเต้นในการล่าและตะปบเหยื่อ เพราะหากเพียงต้องการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงยากจน ผิวดำ เลิกกับสามี และมีลูกติด ใช้วิธีเจรจาและใช้เงินล่ออาจจะง่ายกว่า

รสนิยมของสเตราคานห์ น่าจะต่างจากคู่แข่งทางการเมือง คือประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ซึ่งพอรับตำแหน่งไม่นานก็หย่าเมียแก่ หันมาแต่งงานกับนางแบบสาวสวย รวมทั้งต่างจากนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลี ที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวๆ อายุคราวลูกคราวหลาน

หันมาดูเรื่องการเมืองบ้าง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการเช่นกัน ดังนี้

หนึ่ง มีการคาดเดาว่าเรื่องนี้อาจมีการจัดฉาก หลอกล่อให้สเตราคานห์มาติดกับ แต่ผมบอกตรงๆ ว่าไม่เชื่อ เพราะหากเป็นการจัดฉาก นางนกต่อที่ใช้น่าจะเป็นผู้หญิงอีกประเภทหนึ่ง ไม่ใช่สาวใช้ในโรงแรม

สอง มีเหตุจูงใจทางการเมืองในฝรั่งเศสที่จะสะกัดดาวรุ่งอย่างสเตราคานห์ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าเสี่ยงข้ามน้ำข้ามทะเลไปปฏิบัติการแบบนี้ถึงในสหรัฐ

สเตราคานห์ เป็นคู่แข่งทางการเมืองของซาร์โกซี โดยมีแนวโน้มจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า ในฐานะตัวแทนพรรคสังคมนิยม แข่งกับซาร์โกซีซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายขวา

ซาร์โกซีเป็นผู้สนับสนุนให้สเตราคานห์ ได้เป็นผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟในปี 2550 ซึ่งในขณะนั้นตำแหน่งนี้ไม่มีความหมายมากนัก เพราะไม่มีประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือมานานแล้ว แต่สเตราคานห์ กลับโชคดี อยู่ไอเอ็มเอฟได้ไม่นานก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ไอเอ็มเอฟผงาดกลับขึ้นมาเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา บารมีและรัศมีของสเตราคานห์ จึงเบ่งบานกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของซาร์โกซี

การส่งสเตราคานห์ ไปไอเอ็มเอฟ แทนที่จะทำให้ถูกลืม กลับกลายเป็นการติดอาวุธให้ศัตรูทางการเมือง

สาม สหรัฐเองก็มีเหตุให้ไม่ชอบสเตราคานห์ เพราะเขาพยายามลดบทบาทของเงินเหรียญสหรัฐในการเป็นสกุลเงินสำรองของโลก โดยการผลักดันเอสดีอาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินสมมติของไอเอ็มเอฟ ให้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

แต่แค่นี้ก็ไม่น่าจะมากพอที่จะทำให้สหรัฐต้องใช้วิธีสกปรกในการกำจัดสเตราคานห์ เพียงแต่พอเห็นเขาพลาดท่าเสียที ก็อาจถือโอกาสกระทืบซ้ำเท่านั้น

ข้อสุดท้าย ตัวเก็งที่จะมาเป็นผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนต่อไปคือ คริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังคนปัจจุบันของฝรั่งเศส

มีการโยนชื่อคนอื่นๆ ออกมาอีกมากมาย รวมทั้งรัฐมนตรีคลังของเราด้วย แต่หากจะมีใครเป็นคู่แข่งจริงจัง และหวังเบียดแซงลาการ์ดเข้าป้าย ฟันธงได้เลยว่าคนนั้นจะต้องมาจากยุโรปเท่านั้น

เหตุผลง่ายๆ ก็คือ โดยประเพณีตำแหน่งนี้เป็นของยุโรป และการลงมติที่สำคัญมาจากการเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 2 ราย คือสหรัฐกับญี่ปุ่น ก็คงไม่กล้าหักหลังยุโรป เพราะสหรัฐกับญี่ปุ่นเองก็ต้องการรักษาประเพณีการครองตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารโลกกับธนาคารพัฒนาเอเชีย

เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 กลุ่มรวมหัวกันแบ่งเค้ก แล้วจะมีอะไรเหลือตกมาถึงมือประเทศเล็กประเทศน้อยอย่างเรา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท