
ไชโย...คิดเป็นแล้ว
...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนี้ มีเรื่องที่น่ายินดี โดยไม่ใช่เนื่องจากปีนี้เศรษฐกิจจะโตเป็นบวก 3% หรือ 5%
เพราะไม่ต้องทำอะไร เศรษฐกิจก็โตกว่าเดิมอยู่แล้ว จากปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจตกต่ำลงถึงก้นเหว เมื่อถึงจุดต่ำสุดก็ต้องฟื้นเป็นธรรมดา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น แรงขับเคลื่อนทั้งเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว ฯลฯ ก็ทำงาน
อิทธิพลของเม็ดเงินมหาศาล ที่ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใส่เข้าไปค้ำจุนเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาวการณ์ต่างๆ กระเตื้อง
มือที่มองไม่เห็น จึงเข้ามาทำงาน
อิทธิพลหลักจึงไม่ได้มาจากมือคนรูปหล่อแต่อย่างใด
เศรษฐกิจฟื้น จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่น่าตื่นเต้น จนถึงขั้นต้องโม้สามบ้านแปดบ้าน
ทว่า เรื่องที่น่ายินดีกว่าเศรษฐกิจฟื้น ก็คือการที่รัฐบาลประกาศจะปรับปรุงงบประมาณไทยเข้มแข็ง
นี่แหละ...น่าดีใจราวสามล้อถูกหวย เชียวพ่อคุณ
เพราะปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เกิดขึ้นด้วยการกู้ถึง 8 แสนล้านบาท แต่ระยะแรก กลายเป็นมหกรรมขันโตก แจกกระจาย นำเอาโครงการต่างๆ ที่เคยหมก หรือถูกเบรกเอาไว้ ปัดฝุ่นมาทำใหม่
หรือพูดตรงๆ มันคือการเอาเงินกู้มาละเลงกันชนิดมันปากรับประทานจนกลิ่นขี้ฟันเหม็นไปทั่วเมือง
และเงินกู้ที่ว่า สุดท้ายจะไม่เหลืออะไรนอกจากหนี้หัวโต
เมื่อคนอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และกรณ์จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง พูดชัดถ้อยชัดคำ จะรื้องบประมาณไทยเข้มแข็ง จัดทำโครงการใหม่ โดยกำหนดเป็นการลงทุนเพื่อยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อยกระดับการแข่งขันในอนาคต
แล้วจะไม่ให้ดีใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไร
โถ...มันเป็นการแสดงว่ารัฐบาลนี้ คิดเป็นแล้วคิดตกแล้ว ว่า เงินกู้มามันต้องใช้คืน ไม่ใช่เอาไปผลาญเหมือนที่เป็นมา
แต่อีกนั่นแหละ คิดเป็นก็ยังไม่พอ ต้องดูอีกว่า คิดถูก ทำถูกหรือเปล่า
และที่สำคัญ จะเหลือเวลาให้ทำต่อไปอีกนานเท่าใดนะสิ!!!







