posttoday
อนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง

อนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง

25 พฤษภาคม 2554

แม้ว่าวันที่ 3 ก.ค. จะเป็นวันเลือกตั้ง

แม้ว่าวันที่ 3 ก.ค. จะเป็นวันเลือกตั้ง

โดย..โกวิทย์ พวงงาม

สส.และถือเป็นวันสำคัญยิ่งของคนไทยที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ “อนาคตประเทศไทย” ทั้งในแง่การชี้อนาคตว่า “ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี” โดยที่พรรคที่มีเสียงข้างมากจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ และที่สำคัญเป็นหน้าที่คนไทยที่จะต้องชี้อนาคตของประเทศไทย

ผมจึงเข้าใจว่าเราต้องให้ความสนใจ ภายหลังการเลือกตั้งมีความสำคัญกว่าวันเลือกตั้งทั้งนี้ เพราะการได้ สส.เข้ามาเพื่อตัดสินใจซึ่งเลือกนายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศและเป็นผู้เข้าไปควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี” โดยการตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติ การอภิปรายทั่วไป อภิปรายไม่ไว้วางใจ และที่สำคัญจะต้องเป็นผู้พิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินที่ควรจะมีความเป็นธรรมมาใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาประเทศ และควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ และมีประสิทธิภาพและเกิดความโปร่งใส โดยไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน

อนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร ภายหลังการเลือกตั้งประชาชนจะสามารถกำหนดการเลือกพรรคการเมือง และ สส.ในเขตพื้นที่ “เขาเข้ามาเพื่อทำอะไร เพื่อใคร” ซึ่งสามารถพิจารณาเรียนรู้ได้ทั้งจากประวัติส่วนบุคคล ภูมิหลังว่าเขาเป็นใคร เคยทำอะไรมีแนวคิดอุดมการณ์โอนเอียงไปทางไหนอย่างไร “พรรคที่เขาสังกัดเป็นอย่างไร และเป็นของใคร กลุ่มใด เข้ามาทำอะไร เพื่อใคร”

ผมจึงคิดว่าที่มาของ สส.และพรรคการเมืองจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะประวัติส่วนบุคคลและพฤติกรรมของบุคคล เป็นตัวชี้วัดที่จะนำไปสู่อนาคตของประเทศไทย นอกเหนือจากที่มาของ สส.ที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งแก้ไขกำหนดให้ สส. มี 500 คน มาจากการเลือกตั้ง 2 แบบ ได้แก่ สส. เขต 375 คน และ สส.บัญชีรายชื่ออีก 125 คน

สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 375 เขต เมื่อคำนวณกับฐานราษฎรทั้งประเทศ จำนวน 63,878,267 ล้านคน หารด้วย 375 ก็จะได้ค่าเฉลี่ยราษฎร 170,342 คน ต่อ สส. 1 คน หลักการนี้มาจากเหตุผลที่ว่า แต่ละเขตเลือกตั้งควรมี สส.จำนวนเท่าเทียมกัน โดยประชาชนหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน มีความเสมอภาคกัน การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตให้ทำเครื่องหมาย x กากบาทเลือกได้เพียงหมายเลขเดียวหรือเบอร์เดียว ดังที่เรียกว่า “เขตเดียวเบอร์เดียว”

“สส.แบบบัญชีรายชื่อ” คือ สส.ที่มาจากการเลือกตั้งในแบบบัญชีรายชื่อโดยพรรคที่ส่งผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อจะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครไว้เพียงบัญชีเดียว เรียงลำดับไว้จำนวนไม่เกิน 125 รายชื่อ

การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อให้ทำเครื่องหมาย x กากบาท เลือกได้พรรคเดียว หรือเบอร์เดียว

กล่าวได้ว่า ทั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อและ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันกับการที่จะชี้อนาคตของประเทศ อาจจะมีพิเศษสำหรับ สส.แบบบัญชีรายชื่อก็คือ พรรคการเมืองมักจะชูผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่มีการเรียงลำดับและผู้ที่มีชื่ออันดับ 1 หรืออันดับแรกมักจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้ที่ชูขึ้นมาเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

จุดนี้เองที่จะบอกว่าแนวโน้มของประเทศไทยว่าจะเป็นอย่างไร เพราะบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 (อันดับ 1) เป็นใคร มีภูมิหลังประวัติอย่างไร มาจากไหน จะมาทำอะไร

นอกจากนี้ ก็อย่าลืมพิจารณา “พฤติกรรมของ สส.” ที่ได้กระทำโดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็น สส.มาแล้วว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ทั้งในการแสดงบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในแง่การประชุม การขาดประชุม การอภิปรายและมารยาททางการเมือง รวมทั้งบทบาทของ สส.ในการทำหน้าที่นอกสภา กับในส่วนที่เมื่อมีโอกาสเป็นรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี จะได้เห็นผลงาน ฝีมือการบริหารความรับผิดชอบและความโปร่งใส

ผมจึงเข้าใจว่า ภายหลังการเลือกตั้งมีความสำคัญกว่าวันเลือกตั้ง เพราะถ้าเราเลือกตั้ง “ผิดเจตนารมณ์หรือเป้าหมายที่เราคิด” เราอาจจะอดทนไปอีก 4 ปี และบ้านเมืองจะปฏิรูปอนาคตประเทศไทยไปทางไหนอย่างไร ก็อยู่ที่ภายหลังการเลือกตั้ง

ที่สำคัญอนาคตประเทศไทยภายหลังการเลือกตั้งเมื่อพิจารณาจากพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็พอจะรู้กันอยู่ว่า จะชี้ทิศทางประเทศไทยอย่างไรว่า ประเทศไทยจะวุ่นวาย มีเหตุความรุนแรงทางการเมือง และยังมีความขัดแย้งกันต่อไปหรือไม่ หรือจะนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่อนาคตที่ดีหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาจากผลการเลือกตั้งภายหลังการเลือกตั้ง สำหรับผมแล้วขอฟันธงว่า ภายหลังการเลือกตั้งวิกฤตการเมืองไทยก็คงวุ่นวายเช่นเคย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท