
สถานีโทรทัศน์กับการแก้วิกฤตชาติ
สถานีโทรทัศน์จะมีบทบาทที่สำคัญที่สุดในการแก้วิกฤตชาติ
สถานีโทรทัศน์จะมีบทบาทที่สำคัญที่สุดในการแก้วิกฤตชาติ
โดย..ประเวศ วะสี
ชีวิตใดชีวิตหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง อาจวิกฤตได้ถ้ามีปัญญาไม่พอที่จะรักษาดุลยภาพในตัวเอง และดุลยภาพกับสภาพภายนอกรอบตัวประเทศไทยวิกฤตเพราะไม่มีปัญญาพอที่จะเข้าใจเรื่องต่างๆ ที่สลับซับซ้อนและจัดความสัมพันธ์ในตัวเองและความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับภายนอกให้สมดุลได้ การขาดปัญญาที่เข้าใจความซับซ้อนจะทำให้ประเทศวิ่งเข้าสู่สภาวะวิกฤตมากขึ้นๆ จนกระทั่งเกิดมิคสัญญีกลียุคได้
จะเรียกว่าวิกฤตการณ์ทางปัญญาก็ได้หรือวิกฤตการณ์ความซับซ้อนก็ได้
วิกฤตการณ์ทางปัญญาของไทยเกิดจากการขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้ การขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้เกิดจากที่ตั้งของประเทศที่อยู่ในเขตร้อนที่มีอาหารสมบูรณ์ มีภัยพิบัติทางธรรมชาติน้อย ไม่ต้องสนใจเรียนรู้อะไรมาก อยู่รอดได้ ต่างจากประชากรที่อยู่ในภูมิประเทศที่ยากลำบากที่ถ้าไม่ขวนขวายเรียนรู้ก็มีชีวิตรอดไม่ได้ อาจเรียกว่าความสุขสบายในอดีตนำไปสู่ความประมาท
ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปที่มีความสลับซับซ้อนและความยากลำบากในเรื่องต่างๆ เป็นอเนกปริยาย ที่ถ้าขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้แล้วก็จะไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจความเป็นจริงที่สลับซับซ้อนก็ไม่สามารถจัดการความซับซ้อนได้ ทำให้ประเทศขาดสมรรถนะที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ความยากจน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความเป็นธรรม ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความแตกแยกในประเทศ ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนสลับซับซ้อนและเข้าใจยาก ถ้าสังคมโดยรวมไม่เข้าใจความยากของความซับซ้อนเหล่านี้ก็จะทอนกำลังกันเอง ขาดเอกภาพของการแก้ปัญหาและแก้ไม่ได้ ประเทศดิ่งสู่วิกฤตมากขึ้นๆ อย่างน่ากลัว
การเมืองไทยอยู่ในโหมดการต่อสู้ ทำลายกันนานเกิน พาเรื่องข้อมูลข่าวสารการสื่อสารและวิธีคิดที่ทำให้สมองส่วนหน้าฝ่อ สมองส่วนหลังนั้นสำหรับการต่อสู้ สมองส่วนหน้านั้นสำหรับสติปัญญา ในเรื่องที่ซับซ้อนและศีลธรรมสังคมที่ผู้คนมีสมองส่วนหน้าฝ่อจะวิกฤตทางปัญญาและศีลธรรมอย่างยิ่ง
ในสภาพอย่างนี้จะยกระดับสติปัญญาของสังคมโดยรวมได้อย่างไร
ระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ย่อมไม่ทันกาล เพราะท่องวิชาไปเรื่อยๆ โดยไม่เรียนรู้ความเป็นจริงที่เชื่อมโยงกันอย่างสลับซับซ้อนและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยควรจะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาที่พาชาติออกจากวิกฤต ก็ยังเป็นไม่ได้
หนังสือพิมพ์กำลังประสบสภาวะวิกฤตในตัวเอง เพราะคนอ่านน้อยลง หันไปเสพข่าวทางโทรทัศน์ ทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น สภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ ในโลกที่มีมานานเป็นร้อยปีต้องปิดตัวลงหรือหันไปรับจ้างประชาสัมพันธ์มากขึ้นๆ ทำให้ความเป็นหนังสือพิมพ์น้อยลงๆ
ยังเหลือแต่โทรทัศน์ที่อยู่ในสถานะที่ดีที่มีคนดูมาก เข้าถึงประชาชนโดยกว้างขวางและรวดเร็วและก็ไม่ขาดทุน บางสถานีก็ถึงกับร่ำรวยด้วยซ้ำไป ฉะนั้นจึงหนีไม่พ้นที่สถานีโทรทัศน์จะต้องเข้ามาเป็นสถาบันทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต โดยสามารถทำธุรกิจไปด้วย พร้อมๆ กับมีความเป็นสถาบันทางปัญญาไปด้วย
ผมไม่ได้เสนอให้ท่านเลิกรายการละครน้ำเน่า ที่ไหนๆ ก็มีทั้งสิ้นเพราะคนดูชอบ แต่ในเรื่องน้ำเน่าที่คนดูเยอะๆ สามารถสอดประเด็นที่สำคัญทางสังคมเข้าไปได้ มีผู้เล่าว่าในภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ไฟไหม้บ้านพระเอกวิ่งหนีออกมา แต่นึกได้ต้องวิ่งกลับเข้าไปเอาของสำคัญ ของสำคัญชิ้นนั้นคือหนังสือเล่มหนึ่ง นี่เป็นตัวอย่างของการสอดความสำคัญของการอ่านเข้าไปในการแสดงเพราะผู้สร้างเข้าใจประเด็นสำคัญของสังคม
ถ้าสถานีโทรทัศน์เข้าใจประเด็นที่สำคัญๆ ของสังคมก็สามารถสอดแทรกเข้าไปในรายการต่างๆ ได้เสมอ จะทำให้สังคมได้สาระไปโดยไม่รู้ตัว
สถานีโทรทัศน์อาจพัฒนาความเป็นสถาบันทางปัญญาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
1.สร้างคลังสมองของสถานี โดยทะนุบำรุงคนกลุ่มหนึ่งหรือเครือข่ายของคนที่มีปัญญา เห็นความเป็นไปในโลกและในประเทศทั้งหมด รู้ประเด็นสำคัญของประเทศ คลังสมองนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกิจการทั้งหมดของสถานีโทรทัศน์ 2.สนับสนุนการวิจัยปัญหาใหญ่ๆ ของสังคมไทย ให้รู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคทางสังคม เพื่อเอามาสื่อสาร
3.คัดเลือกและพัฒนานักข่าว ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการ ที่มีสติปัญญาสูง เข้าใจความเป็นจริงทางสังคม และประเด็นที่สำคัญๆ ของชาติ รวมทั้งสร้างนักเขียนเก่งๆ 4.สร้างละครและภาพยนตร์โทรทัศน์ที่สนุกและสอดแทรกประเด็นหลักของสังคม 5.จัดรายการประชาเสวนา (Citizen Dialogue) ทางโทรทัศน์ สังคมไทยแตกแยกรุนแรง ขาดเอกภาพทางปัญญา ทอนกำลังกันเอง ไม่สามารถปฏิบัตินโยบายที่สำคัญๆ ของประเทศได้
กระบวนการประชาเสวนาใช้ข้อมูลและความรู้เข้าไปในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้ผู้ที่มาจากพื้นฐานที่ต่างกันมีฉันทมติตรงกันได้ ประชาเสวนาเป็นกระบวนการประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ ก่อให้เกิดความก้าวหน้าด้วยสันติวิธี ถ้าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องทำความเข้าใจและจัดรายการประชาเสวนาทางโทรทัศน์เป็นประจำจะลดความแตกแยกและความรุนแรง สร้างสรรค์วิธีคิดที่ใช้ข้อมูล ใช้ความรู้ ใช้เหตุผลที่ก่อให้เกิดปัญญาและวิจารณญาณขึ้นในสังคม
6.จัดเสวนานักการเมืองทางโทรทัศน์ ทำนองเดียวกับประชาเสวนาหรือผสมกันจะเป็นการพัฒนาคุณภาพนักการเมืองอย่างต่อเนื่อง 7.ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งทำเรื่องสำคัญของชาติให้เป็นประเด็นทางการเมือง โดยเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาออกรายการโทรทัศน์ แล้วตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรคว่าถ้าได้รับเลือกเป็นรัฐบาลแล้วจะทำเรื่องที่สำคัญของชาติดังนี้หรือไม่
ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งประกาศว่าจะทำจะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ขับเคลื่อนต่อไปโดยไม่หยุดตัว อย่างเช่นคุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2538 ได้ประกาศว่าถ้าชนะเลือกตั้งจะปฏิรูปการเมืองตามที่หมอประเวศเสนอ การปฏิรูปการเมืองกลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที สื่อมวลชนก็จะไปถามพรรคอื่นๆ ว่าพรรคนี้เขาว่าอย่างนี้พรรคคุณว่าอย่างไร เมื่อเป็นประเด็นทางการเมืองแล้วสังคมก็จะเฝ้าติดตาม สมมติว่าเมื่อคุณบรรหารเป็นรัฐบาล แล้วเกิดจะเปลี่ยนใจไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะไปสัญญาต่อสาธารณะไว้แล้ว ดังนี้เป็นต้น
ฉะนั้น ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งสถานีโทรทัศน์สามารถทำให้เรื่องสำคัญของชาติให้เป็นประเด็นทางการเมืองได้
การจะประมวลสาเหตุของปัญหาใหญ่ของชาติมาพัฒนาเป็นข้อเสนอทางนโยบายนั้นทำได้ยาก เพราะต้องใช้ความสามารถทางวิชาการสูงมาก เรื่องใหญ่ของชาติคือการปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ
คณะกรรมการปฏิรูปสองคณะได้ทำงานจนเป็นข้อเสนอทางนโยบาย ถ้าผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ศึกษาข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปและมติของสมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 1 แล้วนำไปถามหัวหน้าพรรคการเมืองก็จะทำให้เรื่องที่สำคัญของชาติเป็นประเด็นทางการเมืองที่จะมีพลังขับเคลื่อนต่อไปเป็นตัวอย่าง
ถ้าสถานีโทรทัศน์มีความเป็นสถาบันทางปัญญา ยังทำเรื่องอื่นๆ ได้อีกที่จะสร้างปัญญาให้สังคมเพื่อพาชาติออกจากวิกฤต แต่ 7 ข้อข้างต้นก็น่าจะเพียงพอที่ให้เห็นว่าสถานีโทรทัศน์จะมีบทบาทที่สำคัญในการแก้วิกฤตทางปัญญาของชาติได้อย่างไร สถานีโทรทัศน์จะเป็นของใครก็ตาม ก็ต้องถือว่าเป็นของสังคมจึงไม่ควรจะต้องเป็นภาระของสถานีโทรทัศน์แต่เดียวดาย สังคมควรจะเข้ามามีส่วนร่วมกับสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในการสร้างความเป็นสถาบัน สังคมมีทรัพยากรทางความรู้ความคิดกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ
เช่น สถาบันทางวิชาการ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการเมือง ทรัพยากรทางสังคมเหล่านี้ควรเข้าร่วมช่วยให้สถานีโทรทัศน์เป็นเครื่องมือที่จะพาประเทศไทยออกจากวิกฤต
ตัวอมีบาซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว ยามปกติต่างตัวต่างหากินกันไป แต่ยามวิกฤตมันจะกระจุกตัวเพื่อช่วยกัน
เราเป็นคน ต้องสามารถทำได้ดีกว่าตัวอมีบา
ประเทศวิกฤตสุดๆ แล้ว คนไทยต้องรวมตัวกัน







