
สั่งตายหัวคะแนนสัญญาณเลือกตั้งดุ
สนามการเมืองเลือกตั้ง สส.ส่อเค้ารุนแรงด้วยเสียงปืน
สนามการเมืองเลือกตั้ง สส.ส่อเค้ารุนแรงด้วยเสียงปืน
โดย..ธนก บังพล
เหตุเพราะเลือกตั้งคราวนี้เดิมพันสูงลิ่ว บรรดาเหล่าหัวคะแนนอาจจะต้องนอนไม่หลับหนาวๆ ร้อนๆ กันเป็นแถว ไม่รู้มัจจุราชจะมากระชากวิญญาณออกไปเมื่อไหร่
หากย้อนรอยความรุนแรง เริ่มจาก จ.จันทบุรี วัชรี ประจำเรือ ญาติแกนนำคนเสื้อแดงหัวคะแนนผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. จนพรุนเต็มรถ เคราะห์ยังดีที่เธอยังเอาชีวิตรอดมาได้
ตามต่อด้วยหัวคะแนน สุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตสส.หนวดงาม พรรคเพื่อไทย ถูกยิงที่ จ.ลพบุรี รายนี้ไม่รอดเงื้อมมือมัจจุราช ทำให้ สุชาติ ต้องออกมาโวยวาย เพราะสูญเสียหัวคะแนนคนสำคัญไป ซึ่งมีผลต่อคะแนนเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาถึงวันนี้ก็ยังจับจอมบงการไม่ได้
ความรุนแรงไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อนายก อบต.โผงเผง จ.อ่างทอง หัวคะแนนคนสำคัญของ เฮียตือสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงคนล่าสุดก่อนวันสมัคร สส.ระบบเขตเพียงวันเดียว รายนี้โชคร้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
การเมืองแรงทั้งท้องถิ่นยันถึงระดับชาติ เลือดสาดกระจายท่วมจอเป็นหนังแอ็กชัน แต่บ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป ไม่ใช่ใครใคร่ฆ่าใครก็แบกปืนไปยิงไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ระบุถึงการจับตาความเคลื่อนไหวช่วงเลือกตั้งเพื่อวางแผนป้องกันการก่อเหตุอุกอาจ
“พื้นที่เสี่ยงที่จะมีการใช้อาวุธประหัตประหารกันเป็นพื้นที่ซึ่งคะแนนเสียงสูสีกัน และต้องเป็นพื้นที่ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีตัวตายตัวแทน หมายความว่าถ้าคู่แข่งถูกยิงเสียชีวิต ก็จะไม่มีลูกหรือน้องหรือภรรยาขึ้นมาเป็นคู่แข่งต่อไปได้”
ในขณะที่ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ให้ความเห็นว่า ระหว่างการเลือกตั้งจะมีหัวคะแนนที่รับเงิน 2 ทางหรือมากกว่านี้ ซึ่งจะตกเป็นเป้าหมายหลังปิดหีบ
“หัวคะแนนในบางพื้นที่ซึ่งมีการแข่งขันกันสูง อาจรับเงินจากหลายพรรคการเมือง ถ้าช่วงก่อนเลือกตั้งคดีฆ่าหัวคะแนนไม่ค่อยมี ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่า หลังเลือกตั้งจะหนักแน่ เพราะเมื่อรับเงินไปแล้วรับปากว่าจะได้คะแนนตามที่ตั้งเป้าไว้ เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ได้ตามเป้าหัวคะแนนนั่นละจะโดนเอง”
รอง ผบช.ก. ยังบอกอีกว่า มือปืนที่จะใช้สังหารเหล่าหัวคะแนนก็หนีไม่พ้นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น หลังจากเสร็จศึกเลือกตั้งอาจมีรายการ “เช็กบิล” งานเข้ากันเป็นแถว
มานิต นพอมรบดี ผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ผู้สูญเสีย กอบกุล นพอมรบดี ภริยาไปอย่างไม่มีวันกลับหลังถูกลอบสังหารจากคมกระสุนเอ็ม 16 มากกว่า 30 นัด ระหว่างลงพื้นที่ ยอมรับว่าช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้งนั้นค่อนข้างเสี่ยง
คดีลอบฆ่ากอบกุล ตำรวจสามารถตามจับมือยิงและผู้จ้างวานได้ในเวลาต่อมา จนนำไปสู่โทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต
“เรื่องจะให้ระวังตัวอย่างไรนั้น ผมมองว่าคงระวังตัวลำบาก เพราะนักการเมืองต้องไปในที่สาธารณะ เป็นที่เปิดโล่ง จะมาอยู่บ้านหาเสียงคงไม่ได้ ผมคิดว่าเราคงต้องระวังกันเอง”
ส่วนการหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ นั้น มานิตคิดว่า หากตั้งใจไปหาเสียง แล้วไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร ก็น่าจะทำให้เราปลอดภัย
“ผมว่าที่มันเกิดเหตุรุนแรงก็มาจากผู้สมัครทุกฝ่าย ถ้าเคารพกติกาเหตุรุนแรงก็คงไม่มี แต่ในบางพื้นที่นักการเมืองบางคนเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้การข่มขู่ เราไม่เคยไปทำอะไรกับใคร ปัญหาก็ไม่น่าเกิด นี่ผมคิดเองนะ ถ้าเคารพกติกา ส่วนเรื่องสาดโคลนนั้นคน จ.ราชบุรี ไม่ชอบอยู่แล้ว”
มานิต บอกอีกว่า ตอนขึ้นปราศรัยบนเวทีไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาหลักของนักการเมืองที่ต้องลงพื้นที่คือช่วงระหว่างการเดินทาง
“มีหลายปัจจัยที่จะทำให้ถูกปองร้าย เรื่องคะแนนสูสีนั้นผมว่าเราไม่สามารถตอบได้หรอกเพราะขึ้นอยู่กับประชาชน นักการเมืองก็มีทั้งท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ ก็ลงพื้นที่ทำงานของตัวเองอยู่แล้ว แต่ผู้สมัครใหม่ๆ นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่างที่ผมบอกบนเวทีปราศรัยไม่น่ากลัวเท่ากับระหว่างการเดินทาง เพราะบางทีเราก็ไปในเส้นทางเปลี่ยวตอนกลางคืน ซึ่งอาจจะตกเป็นเป้าได้ ตรงนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี” มานิต เตือน
อีกปัจจัยหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นจุดก่อเหตุ คือ การเล่นนอกกติกา ยั่วยุ ใช้ให้หัวคะแนนหรือลูกน้องไปข่มขู่คู่แข่งขัน ไม่ให้เข้าไปหาเสียงในพื้นที่
“นักการเมืองคนไหนหรือใครใช้ระบบข่มขู่ นักเลง ก็จะเกิดเหตุได้ เพราะเมื่อทำไปแล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็จะต้องใช้บ้าง” มานิตบอกเป็นการเอาคืนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงถึงขั้นอาฆาตเอาชีวิตนั้นเริ่มขยายลงไปสู่ท้องถิ่นตามภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น และใครจะเป็นรายต่อไปที่ทำกันถึงขั้นลากปืนผาหน้าไม้มาห้ำหั่นกัน เพียงเพราะต้องการให้ได้มาซึ่ง “อำนาจ” เท่านั้นหรือ?
การเมืองไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต หากจริงจังกับการเลือกตั้งมากเกินไปจนมองไม่เห็นความเป็นเพื่อนมนุษย์ ประชาธิปไตย 1 นาทีระหว่างหย่อนบัตรจะมีประโยชน์อะไร !!!







