
การแก้ปัญหาดีเซลของรัฐบาล ได้ไม่คุ้มเสียจริงหรือ
ตอนที่แล้วผมเขียนเรื่องการใช้ภาษีมาพยุงดีเซล โดยพยายามให้ตระหนักถึงความเท่าเทียมกัน
ตอนที่แล้วผมเขียนเรื่องการใช้ภาษีมาพยุงดีเซล โดยพยายามให้ตระหนักถึงความเท่าเทียมกัน
โดย..โชติชัย สุวรรณาภรณ์
หลักที่สอง ที่เน้นในเรื่องของประสิทธิภาพทางภาษีนั้น ตามหลักการที่ควรจะเป็นแล้วการเก็บภาษีที่ดีควรเป็นไปเพื่อแก้ไขความบิดเบือนของการใช้ทรัพยากรที่ไม่เหมาะสม ในกรณีเช่นปัจจุบันเราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าการบริโภคน้ำมันดีเซลเป็นไปอย่างฟุ่มเฟือยและไม่ประหยัด อีกทั้งการที่รัฐพยายามตรึงราคาให้ต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร ก็ทำให้สัญญาณราคาถูกบิดเบือนและทำให้ผู้บริโภคเชื้อเพลิงรายอื่นพยายามหันมาใช้ดีเซลให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าการตรึงราคาด้วยมาตรการทางภาษี และกองทุนจะดำเนินอยู่ต่อไปจนกว่าการเลือกตั้งใหม่จะเสร็จสิ้น และปล่อยให้เป็นภาระของรัฐบาลต่อไปว่ายังต้องการตรึงต่อไป หรือจะยกเลิกการตรึงราคา
ผู้ใช้ที่ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มหลักที่รัฐบาลตั้งใจให้ความช่วยเหลือหรือไม่
ในเชิงโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ เราอาจจำแนกผู้ใช้ดีเซลหมุนเร็วออกได้เป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ เท่าที่มีการเก็บสถิติกันมา ซึ่งสัดส่วนของผู้ใช้ดีเซลประเภทต่างๆ มีดังนี้
1.การเกษตร (19.5%)
2.เหมืองแร่ (0.1%)
3.อุตสาหกรรม (4.4%)
4.การผลิตไฟฟ้า (0.1%)
5.การก่อสร้าง (0.1%)
6.การขนส่ง (75.5%)
หากมองตามสิ่งที่รัฐบาลอ้างว่าต้องการให้ความช่วยเหลือนี้ตกไปสู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนทางการผลิตของพี่น้องเกษตรกร ข้ออ้างดังกล่าวก็ดูมีน้ำหนักพอสมควรเพราะผู้ใช้ดีเซลเกือบ 20% ทีเดียวที่มาจากภาคการเกษตร และนับเป็นภาคผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด (และใหญ่กว่าภาคอุตสาหกรรมมากนัก)
หากไม่นับภาคขนส่งซึ่งมีสัดส่วนการบริโภคสูงสุด ต้นทุนของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจเราส่วนใหญ่ต้องหมดเปลืองไปกับการขนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่ตลาด หรือการขนย้ายปัจจัยการผลิตไปสู่แหล่งผลิต
ดังนั้น การตรึงราคาดีเซลไว้ย่อมมีนัยสำคัญต่อการรักษาต้นทุนราคาสินค้าและบริการไม่ให้ปรับตัวเร็วและแรงจนเกินไปนัก แต่การแก้ปัญหาด้านการขนส่งที่แท้จริงควรมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการแก้ที่ปลายทาง เพราะในอนาคตราคาเชื้อเพลิงย่อมต้องปรับตัวสูงขึ้นไปกว่านี้อีก หากระบบโลจิสติกส์ของประเทศไม่ดีพอย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และต่อปัญหาด้านค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในที่สุด
ฉบับหน้าเรามาดูการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำมันโลกกันต่อครับ







