
คู่แข่งประชาธิปัตย์
การเลือกตั้งครั้งนี้ ชัดๆ ไม่ต้องอธิบายให้มากความ สนามนี้คือตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศไทย
การเลือกตั้งครั้งนี้ ชัดๆ ไม่ต้องอธิบายให้มากความ สนามนี้คือตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศไทย
โดย...ศิรดารา
การเลือกตั้งครั้งนี้ ชัดๆ ไม่ต้องอธิบายให้มากความ สนามนี้คือตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศไทย
เป็นการชิงชัยระหว่าง พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์
เชื่อกันว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเป็นต่อ
ความเชื่อนี้ไม่ใช่ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนจินตนาการ
เพราะ...พรรคเพื่อไทย มีทักษิณ
เพราะ...พรรคเพื่อไทย มีฐานมวลชน ซึ่งมีคนเสื้อแดงเป็นหลัก มีปริมาณที่หนาแน่นกว่าฐานมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์
ขณะเดียวกัน การหวังพึ่งคะแนนเสียงจาก กลุ่มคนที่ไม่ได้มีความผูกพันกับพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ พรรคประชาธิปัตย์เอง กลับมีปัญหาเนื่องจากผลงานในระหว่างบริหารประเทศ 2 ปีเศษ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ประทับใจ
ผลสำรวจจากสวนดุสิตโพลชิ้นล่าสุด สามารถอธิบายได้ระดับหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อทุกพรรคเปิดตัวผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ออกมาจนครบ ปรากฏว่า ประชาชนกลุ่มตัวอย่างถึง 41.22% ยืนยันเลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มา 36.88%
ตัวเลขนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะหากเทียบตัวบุคคลในบัญชีรายชื่อ คนต่อคน ปอนด์ต่อปอนด์ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เป็นรองและออกจะเหนือกว่าด้วยซ้ำไป
หากคิดจะได้ชัยชนะเหนือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์จะต้องมีทีเด็ดทีขาดเพียงพอในการโน้มน้าวประชาชนกลุ่มคนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ให้หันมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้มากที่สุด
ในทางทฤษฎี พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีโอกาสชนะพรรคเพื่อไทย
หากในทางปฏิบัติ...คู่แข่งของประชาธิปัตย์ กลับไม่ใช่เพื่อไทย
คู่แข่งของพรรคประชาธิปัตย์ ในการช่วงชิงเสียงจากกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดนั้น
คือ...พรรคการเมืองขนาดเล็กที่มีตัวบุคคลโดดเด่น
ยกตัวอย่าง คนกรุงเทพฯ มีจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงประมาณ 4.3 ล้านคน มีคุณลักษณ์อย่างหนึ่งคือไม่เคยไว้วางใจพรรคการเมืองไหนเป็นพิเศษ กระทั่งลงคะแนนเสียงสั่งสอนนักการเมืองเพื่อความสะใจ คนกรุงเทพฯ ก็เคยแสดงให้เห็นบ่อยครั้ง
วันนี้ถ้าเดินไปไหน ได้ยินเสียงพูดถึง ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย หรือใคร...ก็ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อันใด...
ช่วงเวลา 42 วันก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. จึงเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วงของประชาธิปัตย์ที่ต้องแข่งกับทุกพรรคทุกคน







