
สธ.สั่งเฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น
สธ.สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น ต้องรายงาน 24 ชั่วโมงหลังพบอาการป่วยที่เป็นเหตุให้น้องกาวเสียชีวิตคล้ายคลึงกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น เผยปีนี้ไทยพบป่วยแล้ว 9 คน
สธ.สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น ต้องรายงาน 24 ชั่วโมงหลังพบอาการป่วยที่เป็นเหตุให้น้องกาวเสียชีวิตคล้ายคลึงกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น เผยปีนี้ไทยพบป่วยแล้ว 9 คน
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนางสาวสโรชา เนียมบุญนำ หรือน้องกาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ไปเสียชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีการสันนิษฐานว่าอาการของโรคที่ทำให้เสียชีวิตนั้น คล้ายโรคไข้กาฬหลังแอ่นซึ่งพบการระบาดได้ในทั่วโลกว่า ขณะนี้สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขของไทย กำลังติดต่อกับสหรัฐอเมริกาว่าเกิดจากเชื้ออะไรและจากสาเหตุอะไรกันแน่เพื่อหาทางป้องกันและให้ความรู้ประชาชนในการดูแลตัวเองไม่ให้เกิดป่วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากมีผู้ป่วยให้รายงานโรค 24 ชั่วโมงและทำการควบคุมโรคในพื้นที่ทันที โดยโรคดังกล่าวเกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซิเรีย เมนิงไจติดิส ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบ มักพบผู้ป่วยในกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ ร้อยละ 25 - 40 ซึ่งเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นมีทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ได้แก่ เอ,บี,ซี,ดี,อี 29,เอช,ไอ,เค,แอล,ดับเบิลยู 135,เอ็กซ์,วาย,และแซด สามารถติดต่อกันได้โดยตรงทางน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หลังติดเชื้อ 3-4 วันจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิดภาวะช็อก ผู้ป่วยจะมีผื่น เลือดออกตามผิวหนัง ในรายที่รุนแรงจะมีเลือดออกในลำไส้และต่อมหมวกไต แต่โรคนี้มียารักษาได้ แต่ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว
จากการเฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม - 30 มีนาคม 2554 พบผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น 9 คน จาก 7 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี 3 คน กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ภูเก็ต มหาสารคาม เชียงรายและเพชรบูรณ์จังหวัดละ 1 คน แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต







