posttoday
เปิดเทอมใหม่หัวใจว้าวุ่นจราจรหมวกส้ม..ช่วยได้

เปิดเทอมใหม่หัวใจว้าวุ่นจราจรหมวกส้ม..ช่วยได้

18 พฤษภาคม 2554

วันนี้โรงเรียนหลายแห่งเปิดเทอมวันแรกภาพ

วันนี้โรงเรียนหลายแห่งเปิดเทอมวันแรกภาพ

โดย...กินติพิชญ์ ใจบุญ

ที่เห็นจนชินตาผู้ปกครองขับรถส่วนตัวมาส่งบุตรหลานกลับมามีให้เห็นอีกแล้ว หลังจากห่างหายไปนานในช่วงปิดเทอม ปัญหาการจราจรคับคั่งรถราติดขัดจึงกลับมาเยือนคนกรุงเทพฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไหนจะรถผู้ปกครอง ไหนจะรถโดยสารสาธารณะ ไหนจะรถส่วนตัวเต็มท้องถนนไปหมด ปัญหารถติดจะแก้กันอย่างไร ใครก็แก้ไม่ตกเสียที นอกเสียจากผ่อนหนักให้เป็นเบา

ภาระความรับผิดชอบที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน จึงต้องตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จราจรหมวกส้ม” สังกัดกองกำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ที่รับผิดชอบดูแลการจราจรในเมืองหลวงทั้งหมด ต้องทำงานอย่างหนักยิ่งขึ้น ทั้งการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการจราจร แถมยังต้องตักเตือนคนใช้รถใช้ถนนที่ฝ่าฝืนกฎหมายอีกด้วย

เปิดเทอมใหม่หัวใจว้าวุ่นจราจรหมวกส้ม..ช่วยได้

 

ยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน คับคั่งไปด้วยรถรา ยังมีปัญหาอาชญากรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้ประชาชนหลายคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยไว้เช่นกัน ไหนจะส่งลูก แถมยังมาสุ่มเสี่ยงกับปัญหาฉกชิงวิ่งราวจี้ปล้นขณะไปส่งบุตรหลานอีก

พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการ 1 สายตรวจ บก.จร. จึงคิดโครงการ “ตำรวจหมวกส้มตรวจสัมพันธ์สถานศึกษา” ขึ้นมา เพื่อให้ตำรวจจราจรได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับสถานศึกษาต่างๆ เพื่อให้การทำงานควบคุมการจราจรและปัญหาต่างๆ ง่ายขึ้นในช่วงเปิดเทอม

“ตำรวจหมวกส้ม หรือตำรวจจราจรทั่วไป ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมและจัดการจราจรในเขตกรุงเทพฯ แต่ช่วงเปิดเทอม จึงเพิ่งเริ่มโครงการตำรวจหมวกส้มตรวจสัมพันธ์สถานศึกษา เพื่อจะสร้างความเชื่อมั่น และความรู้สึกอบอุ่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน ให้รู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน และเพื่อให้เกิดความรู้สึก หรือทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของตำรวจจราจร”

 ความคาดหวังของ พ.ต.อ.วีระวิทย์ ยังต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสังคม ด้วยการให้ข้อมูล ข่าวสาร และเฝ้าระวังภัย ตลอดจนร่วมกันป้องกันเหตุร้าย และปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในรอบบริเวณโรงเรียน รวมถึงสามารถเสนอแนะความคิดเห็น เพื่อช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรได้อีกด้วย

ส่วนการช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำอย่างไร และตำรวจจะทำอย่างไรในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณโรงเรียน เรื่องนี้ พ.ต.อ.วีระวิทย์ ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงไปปฏิบัติงานไว้หลายประการ

โดยกำชับให้งานสายตรวจ 1, 2, 3 และ 5 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจราจรสัมพันธ์ ออกตรวจตราเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และตรวจสภาพการจราจรในเขตพื้นที่ ในช่วงเวลา 09.00-15.00 น. โดยกำหนดให้ตรวจในช่วงเวลา 09.00-12.00 น. 1 ครั้ง และเวลา 12.00-15.00 น. 1 ครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังชั่วโมงเร่งด่วนการจราจรหนาแน่น

นอกจากนั้น สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดจราจรสัมพันธ์ของแต่ละงาน ออกตรวจสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอดจนศิษย์เก่า และสมาคมผู้ปกครองต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การป้องกันอาชญากรรม และเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

รวมทั้งเพื่อรับทราบสภาพปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่ เพื่อนำมาสู่การกำหนดมาตรการแก้ไขต่อไป นี่เป็นแผนงานคร่าวๆ ที่จะส่งตำรวจลงไปปฏิบัติงาน โดยจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้

นอกจากการทำงานของตำรวจที่ต้องเน้นให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ในส่วนของวินัยจราจรที่ต้องอยู่กับผู้สัญจร ก็ต้องเข้มงวดไม่แพ้กัน พ.ต.อ.วีระวิทย์ เจ้าของแนวคิด “ละ เลิก ทำ” จึงทำคู่มือเตรียมให้จราจรหมวกส้มนำไปแจกจ่าย ตรงตามหัวข้อชัดเจน “เปิดเทอมเมื่อใด มีวินัยเหมือนเดิม”

ผู้กำกับวีระวิทย์ บอกว่า การเคารพกฎหมายต้องเข้มงวดจริงจัง เพราะถือเป็นวินัยที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถ เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สิน ยิ่งช่วงเปิดเทอมต้องเข้มงวด เพราะนั่นรวมถึงความปลอดภัยของบุตรหลานด้วย

“เปิดเทอมเมื่อใด วินัยเหมือนเดิม” จึงกลายเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำมาใช้ แต่จะมีข้อปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับ “ละ 4 ทำ 5 หน้าโรงเรียน ลดปัญหาจราจร” ไปดูกัน

โครงการละ 4 ทำ 5

1.ละ! จอดรถฝ่าฝืนกฎ

1.ทำ! ศึกษาเส้นทาง ไม่จอดรถฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น การจอดรถในเขตเครื่องหมายห้าม ศึกษาเส้นทาง และช่องทางการจราจรให้ถูกต้อง และควรออกจากบ้าน จอดซ้อนคัน หรือจอดรถกีดขวางการจราจรให้เร็วกว่าปกติ 20-30 นาที

2.ละ! ขับรถไร้น้ำใจ

2.ทำ ! เตรียมความพร้อม

ไม่ขับรถปาดหน้าคันอื่นที่ต่อแถวอยู่ ไม่ขับรถตัดกระแสทางตรงหรือวงเวียน ให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียน กระเป๋าหนังสือไว้ให้พร้อม

3.ละ! จอดแช่ไว้นานๆ

ไม่จอดรถแช่ไว้นานเกินความจำเป็น เพื่อให้รถคันอื่นได้มีที่จอด

3.ทำ! จอดรถในจุดที่กำหนดหรือหยุดรถรอนักเรียนนานจนรถคันหลังที่ตามมาติดขัด จอดรถบริเวณที่ทางโรงเรียน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดไว้

4.ละ! ลงรถกลางถนน

4.ทำ! นัดหมายให้ชัดเจน

ไม่ปล่อยให้นักเรียนลงรถบริเวณช่องทางเดินรถที่สอง หรือกลางถนนโดยเด็ดขาด เพราะเป็นการกีดขวางการจราจร การรับนักเรียน ควรนัดเวลาและสถานที่ให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

5.ทำ! ปฏิบัติตามกฎจราจร

ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามเครื่องหมาย สัญญาณจราจร และคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาจราจรทุกอย่างต้องช่วยกัน โดยเฉพาะเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องไม่ประมาท เพียงเท่านี้ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับทุกฝ่าย แต่หากใครไม่ปฏิบัติตาม ครั้งนี้ตำรวจเขาเอาจริงจะหาว่าไม่บอกกันนะครับ !!! 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท