
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนประจำวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.ต้องจับตาไปที่
1.การเคลื่อนไหวของนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่จะเดินทางมาเปิดที่ทำการกองพันทหารชายแดนที่ 422 บ้านโอร์รุมจองและเปิดหมู่บ้านชายแดนบ้านตาเมือนธมห่างจากชายแดนไทยบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ 6 กิโลเมตร
ทำให้ต้องจับตาดูว่านายฮุนเซนจะมีการให้สัมภาษณ์พาดพิงประเทศไทยหรือไม่ เพื่อเป็นการพยายามอ้างสิทธิทางกฎหมายเหนือดินแดนของไทย
ขณะเดียวกันยังส่งผลให้เกิดความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ทหารพรานจากกองร้อยจู่โจมที่ 960 ของไทย ได้เสริมกำลังทหารและตรึงกำลังอย่างเข้มงวด ทั้งที่ปราสาทตาเมือนธมและพื้นที่โดยรอบ
ขณะที่ทหารกัมพูชา กองพันทหารชายแดนที่ 422 ได้สั่งตรึงกำลังเผชิญหน้ากับทหารไทยเช่นกัน
คงต้องรอดูว่าหลังจากที่นายฮุนเซนเสร็จสิ้นภารกิจนี้แล้ว ทางการไทยจะมีมาตรการระหว่างประเทศเพื่อตอบโต้กัมพูชาอย่างไรต่อไป
2.ความขัดแย้งภายในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เกี่ยวกับแนวคิดกองทัพประชาชน โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. มีนัดกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง เพื่อมาเคลียร์ใจเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าอาจจะมีการหารือถึงแนวทางการเคลื่อนไหวในช่วงก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในปลายเดือนก.พ.นี้
3.ท่าทีของเอกชนต่อการแก้ไขปัญหาการลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังจากประชาชนบริเวณใกล้เคียงมีความห่วงใยในสวัสดิภาพและมลภาวะที่อาจจะเกิดขึ้น
เป็นผลให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) จัดสัมมนาเรื่องการดำเนินการป้องกันมลพิษและประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 20 ของญี่ปุ่น
โดยในงานนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วยเพื่อทำการแลกเปลี่ยนพร้อมกับรับฟังประสบการณ์จากภาคเอกชน ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นมีการจัดการปัญหามลพิษอย่างไร เพื่อให้รัฐบาลไทยนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในหน่วยลงทุนด้านอุตสาหกรรมของไทย
4.ตลาดทองคำคึกคักรับตรุษจีน นับว่าการซื้อขายทองคำเริ่มกลับมาอยู่ในช่วงที่มีความคึกคักอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการซื้อขายในช่วงต้นปี 2553 ชะลอตัวเป็นอย่างมาก
แต่สถานการณ์กลับฟื้นตัวเมื่อเข้าสู่เดือนก.พ. ซึ่งเป็นเดือนที่มีเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวไทยเชื้อสายจีนมักจะนิยมซื้อทองคำไปเป็นของกำนัลให้กับคนในครอบครัว
บวกกับราคาทองคำที่ผ่านมาหล่นมาอยู่ที่บาทละ 16,850 บาท จากเดิมอยู่ในระหว่างบาทละ 17,30017,400 บาท จึงยิ่งเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อทองกันอย่างล้นหลาม ดังจะเห็นได้จากฝูงชนที่เข้าคิวซื้อทองคำเมื่อวันที่ 7 ก.พ.เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะที่เยาวราช ซึ่งเป็นตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
โดยประชาชนที่มารอเข้าคิวซื้อทองนั้นยังไม่ได้ทองคำในทันทีได้เพียงแค่ใบจองเพื่อให้ผู้ซื้อมารับทองคำในภายหลัง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากว่าวันนี้ราคาทองคำจะมีความผันผวนอีกหรือไม่หลังจากราคาทองคำเกิดความผันผวนต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงสัปดาห์นี้







