
แฝดสยาม นภิศ-ปริศนา (2)
หลังผ่าตัดแยกเป็นผลสำเร็จ
หลังผ่าตัดแยกเป็นผลสำเร็จ
โดย..นพ. วิชัย โชควิวัฒน
และกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2498นภิศคนพี่ซึ่งตัวเล็กกว่ามาโดยตลอด มีน้ำหนักตัว 8.5 กก. ส่วนปริศนาผู้น้อง หนัก 8.8 กก.
โดยที่พ่อแม่ของนภิศปริศนา มีฐานะยากจนมาก และต้องดูแลลูกคนพี่อีกสองคน คือ ลูกชายคนโต และลูกสาวคนรอง ประกอบกับอาสาสมัครชาวอเมริกันสองสามีภรรยา คือ นายเอลลิสและนางฟลอเรนซ์ แอ็ตคินสัน (Mr.Ellis & Mrs.Florence Atkinson) ซึ่งมีความรักและผูกพันกับแฝดทั้งสองมาก จึงแสดงความประสงค์ขอรับ นภิศปริศนา ไว้เป็นบุตรบุญธรรม แต่ประชาชนคนไทยทั่วไปในขณะนั้น มีความรู้สึกว่า นภิศปริศนา เป็นสมบัติของประชาชนคนไทย เพราะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในฐานะแฝดสยามซึ่งมีอวัยวะภายในที่สำคัญติดกัน และสามารถผ่าแยกได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลกจึงรู้สึกหวงแหนไม่อยากให้นภิศปริศนา เป็นบุตรบุญธรรมของชาวต่างชาติ
แต่ในที่สุด เพื่ออนาคตของเด็กทั้งสอง และด้วยความเชื่อมั่นในความรักและเมตตาของอาสาสมัครอเมริกันสองสามีภรรยา การรับเป็นบุตรบุญธรรมก็ดำเนินไปได้โดยเรียบร้อยโดยมีการดำเนินการ ณ ที่ว่าการอำเภอดุสิตในกรุงเทพฯ และทั้งคู่ก็เดินทางกับพ่อแม่บุญธรรมไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา
พออายุย่างเข้า 5 ขวบ ทั้งคู่ได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่จริงที่ จ.ขอนแก่น โดยโหรไทยเป็นผู้หาฤกษ์เดินทางให้เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2501
ต่อมาครอบครัวของพ่อแม่บุญธรรมได้ย้ายไปอยู่ที่นิวยอร์ก ต่อมาย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย ทั้งคู่ติดตามพ่อแม่บุญธรรมไปอีกหลายแห่ง เพราะพ่อแม่บุญธรรมเป็นอาสาสมัครขององค์กรซึ่งมีกิจกรรมในหลายประเทศทั่วโลก
เมื่ออายุได้ 8 ขวบ ทั้งคู่ได้โอนสัญชาติเป็นอเมริกัน และได้เข้าศึกษาเล่าเรียนตามระบบของสหรัฐ เมื่ออายุได้ 19 ปี ทั้งคู่ได้รับตำแหน่ง Home Coming Queen ของวิทยาลัยดีนซา จูเนียร์ (Deanza Jr. College)
นภิศแต่งงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย มีลูกชาย 1 คน นภิศทำงานที่ชิคาโก ส่วนปริศนาแต่งงาน แต่ไม่มีลูก ทำงานเป็นเลขานุการในบริษัทรักษาความปลอดภัยที่แคลิฟอร์เนีย
แม่บุญธรรมเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2537 เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2530 ปริศนาเดินทางมาประเทศไทยพร้อมสามี คือ จิน นอร์ททิงตัน ได้พบกับพ่อแม่ พี่ชาย พี่สาว และพยาบาลแม่ทูนหัว คือ คุณจิราพร เครือโสภณ อดีตหัวหน้าพยาบาลตึกเด็ก โรงพยาบาลหญิง
โรงพยาบาลหญิง เป็นโรงพยาบาลที่ตั้งขึ้นตามนโยบายของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในยุค“มาลานำไทยไปสู่มหาอำนาจ” ตามแนวคิดที่ว่า ชาติไทยจะเจริญรุ่งเรืองได้ ประชาชนในชาติจะต้องมีสุขภาพพลานามัยดี และหัวใจสำคัญประการหนึ่งคือ ต้องบำรุงการอนามัยแม่และเด็กให้เข้มแข็ง จึงตั้งโรงพยาบาลหญิงขึ้น มุ่งเน้นการดูแลแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงคลอด และดูแลเด็กต่อไปด้วย
ต่อมาโรงพยาบาลหญิงได้พัฒนาขึ้น และได้ขยายขอบเขตภารกิจให้มีหน้าที่ดูแลรักษาคนไข้ทั่วไปทั้งชายหญิง และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลราชวิถี ส่วนแผนกเด็กได้พัฒนาต่อมาจนแยกตัวเป็นโรงพยาบาลเด็ก และพัฒนาบทบาทภารกิจมุ่งเน้นให้เป็นหน่วยงานระดับชาติในการดูแลรักษาเรื่องเด็ก และเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี จนทุกวันนี้
สำหรับการดูแลรักษาแฝดสยามรายแรก คือ นภิศปริศนา ซึ่งเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของเด็ก คณะแพทย์ได้ตัดสินใจไม่ผ่าตัดเองแต่ดูแลช่วยเหลือจนเด็กได้รับการผ่าตัดแยกเป็นผลสำเร็จอย่างดีที่สหรัฐอเมริกา ต่อมาโรงพยาบาลหญิงได้พัฒนาขีดความสามารถจนในที่สุดก็สามารถผ่าตัดแยกแฝดสยามได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย
รายแรกที่ผ่าแยกสำเร็จ คือ วันดีศรีวันผ่าแยกได้เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2499 แต่น่าเสียดายที่แฝดคนหนึ่งเสียชีวิตไปหลังผ่าตัดประมาณ 10 วัน เนื่องจากปัญหาแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
รายต่อมาผ่าแยกเมื่อปี พ.ศ. 2504 คือปราจีนบุรี ผ่าสำเร็จและมีชีวิตรอดจนเติบโตทั้งคู่
น่าติดตามว่า หลังเลือกตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปชุดคุณอานันท์จะกลับมาอีกหรือไม่ นั่นคือจะเป็นอย่าง วันดีศรีวัน หรือ ปราจีนบุรี







