
แล้งไม่หวั่นนาปรัลผุดสะพรั่ง ชนวนลงครามแย่งน้ำ
8...ทีมข่าวภูมิภาค
พื้นที่รกร้างกว่า 100 ไร่ ริมถนนสายอยุธยาเสนา ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ทิ้งร้าง แต่ขณะนี้กลับมีรถเครื่องจักรหลายคันกำลังเร่งปรับพื้นที่เพื่อเตรียมทำนา
พยนต์ เผือกทอง อาชีพรับจ้างปรับหน้าดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีชาวนามาจ้างเพื่อปรับพื้นที่ทำนาปรังจำนวนมาก มีงานเข้ามาทุกวัน และช่วงระยะเดือนสองเดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการว่าจ้างเพื่อให้ปรับพื้นที่ทำนาปรังมากขึ้นกว่าก่อน ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก
“
ผมก็สงสัยว่ากรมชลประทานประกาศลดพื้นที่ทำนาปรัง เพราะในหน้าร้อนจะไม่มีน้ำ แต่ในความเป็นจริงชาวนาที่ทำนาปรังไม่ได้ลดลง สาเหตุน่าจะมาจากการทำนาปีไม่คุ้ม เพราะ 1 ปีทำได้ 1 ครั้ง หากทำนาปรัง 2 ปีทำได้ 5 ครั้ง และการทำนาปรังควบคุมเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดีกว่าทำนาปี”เหตุผลสำคัญในเรื่องการควบคุมโรคและการเพิ่มรอบการเพาะปลูกได้มากขึ้น ดูเหมือนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวนาในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางไม่ให้ความสำคัญกับการทำนาปีอีกต่อไป ขณะที่นาปรังได้รับความสนใจมากขึ้น
“
ทุ่งนาปีถูกเพลี้ยกระโดดและหนอนกอกัดกินต้นข้าวอย่างหนัก ผลผลิตลดต่ำ เมล็ดข้าวก็ลีบด้อยคุณภาพ ชาวนาในพื้นที่ลงมติพร้อมใจกันว่า ต่อไปนี้จะเลิกทำนาปี และจะมาทำนาปรังแทน โดยไม่สนใจว่ารัฐจะห้ามทำนาปรังเพราะอ้างว่าน้ำไม่พอทำนาปรัง” เสนาะ บัวบุศน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.พระงาม อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา บอกถึงสาเหตุสำคัญที่ชาวนาเมินเฉยต่อคำสั่งห้ามของกรมชลประทานแต่สถานการณ์น้ำที่ ชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ กลับน่าเป็นห่วงว่า ไม่เพียงแต่ปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอเท่านั้น การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนทั่วไป อาจส่งผลให้เกิดปัญหาแย่งชิงทรัพยากรน้ำตามมา
“
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่จัดสรรไว้ 20,720 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จะใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคก่อน ตามด้วยระบบนิเวศวิทยา การเกษตรการอุตสาหกรรมและอื่นๆ เป็นลำดับ โดยในส่วนของภาคการเกษตรได้จัดสรรน้ำไว้ประมาณ 1.3 หมื่นล้านลบ.ม. ปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางน้อยกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 1,000 ล้านลบ.ม. จึงยังมีความเป็นห่วงในส่วนของภาคการเกษตรเนื่องจากคาดการณ์ว่าพืชผลการเกษตรจะมีราคาดีขึ้นทำให้เกษตรกรอยากปลูกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปรังทำให้ต้องกำหนดเงื่อนไขว่า ขอให้ทำนาปรังเพียงครั้งเดียว ส่วนครั้งที่ 2 ขอให้งดหรือหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพราะถ้าไม่ร่วมมือกันประหยัดน้ำจะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำได้”เห็นทีแล้งนี้ ผู้คนทั้งในเมืองและเกษตรกร ชาวนา อาจเกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก อันเนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมาตรการใดๆ ที่จะออกมาให้ความช่วยเหลือ นอกไปจากคำสั่งห้ามทำนาเท่านั้น







