
ยิ่งลักษณ์อาสาปรองดอง ไม่แค้นแต่จะแก้ไข
ในวันนี้ดิฉันดีใจและมีความภูมิใจที่มาพบกับสื่อมวลชนในอีกสถานะหนึ่ง
ในวันนี้ดิฉันดีใจและมีความภูมิใจที่มาพบกับสื่อมวลชนในอีกสถานะหนึ่ง
ในสถานะที่เป็นภารกิจอันทรงเกียรติ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการรับใช้ประชาชน ตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด เรามีครอบครัวที่ทำการค้าขาย ดิฉันก็ได้มีโอกาสสัมผัสการค้าขายตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเราก็ได้ร่วมรับรู้ธุรกิจตั้งแต่ก่อร่างสร้างตัว เรียนรู้ปัญหาและการแก้ปัญหามาโดยตลอด ประกอบกับครอบครัวของดิฉันซึ่งมีทั้งคุณพ่อ พี่สาว และพี่ชาย ที่เข้ามาทำงานทางการเมือง ดิฉันก็มีส่วนร่วมในการรับรู้และพบปะประชาชนตั้งแต่ยังเด็ก ก็ทำให้เข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชนมาโดยตลอด
ดิฉันจบรัฐศาสตร์และได้ผ่านงานบริษัทเอกชน เป็นธุรกิจที่ผ่านการทำงานมาจากหลากหลายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ โทรคมนาคม และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดทุกประเภทที่ดิฉันมีประสบการณ์การทำงานนั้น ล้วนเป็นงานพัฒนาและงานบริการเพื่อลูกค้าหรือประชาชนแทบทั้งสิ้น
อย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ดิฉันทราบอย่างเดียวว่าในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กร ทำอย่างไรให้ประชาชนหรือลูกค้านั้นสามารถติดต่อกับญาติหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในครั้งนั้น นั้นคือสิ่งที่ดิฉันพึงกระทำและทำอย่างดีที่สุด เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชน
นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งของชีวิตดิฉันก็ได้ร่วมทำงานกับมูลนิธิไทยคม ทำงานทางด้านการศึกษาและกีฬาเพื่อเยาวชนไทย ซึ่งเห็นว่าอนาคตเยาวชนไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าอนาคตเด็กไทยนั้นแข็งแรงก็ทำให้ประเทศไทยแข็งแรงไปด้วย นั้นคือสิ่งที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาเพื่อเยาวชน
ดังนั้น นอกจากงานที่ได้เรียนรู้ด้วยความหลากหลายวิชา ก็ยังมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดความรู้และแนวความคิดจากคุณพ่อและพี่ชาย เกี่ยวกับมุมมองในเรื่องการมองไปข้างหน้า และการสรรหาทางเลือกใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันจะพยายามเรียนรู้มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน
หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ด้วยสถานการณ์นี้ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของการเมืองเป็นอย่างดี และผ่านไปถึง 5 ปี ผู้คนและประชาชนก็ยังคิดถึงพี่ชายและคิดถึงนโยบายเก่าๆ ที่เคยทำมาในอดีต รวมถึงให้ความอบอุ่น ความเมตตากับครอบครัว ดิฉันจึงรู้สึกว่าครอบครัวของเรานั้นเป็นหนี้ประชาชน
“นี่เป็นเหตุผลใหญ่ของการตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง ดิฉันไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง แต่ดิฉันอยากจะเสนอตัวเข้ามารับใช้ประชาชน อยากเห็นประเทศไทยของเรานั้นมองข้ามความขัดแย้ง แล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกัน”
ทั้งนี้ สิ่งที่ตั้งใจอยากจะเห็นและเข้ามาทำงานในครั้งนี้ ก็คือการอยากเห็นความสามัคคีปรองดองในชาติ เพื่อจะเป็นการส่งสัญญาณว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสร้างความปรองดอง และพรรคเพื่อไทยนั้นไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน และแก้ปัญหาความทุกข์ยากปากท้องของประชาชนซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน
ขณะเดียวกันอยากเห็นการเมืองไทยเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์และเป็นไปตามระบบยุติธรรม
“ดิฉันและพรรคเพื่อไทยขอยืนยันอีกครั้งว่า พวกเราขอขันอาสาเพื่อทำงานรับใช้บนภารกิจอันทรงเกียรตินี้ ดิฉันพร้อมจะเข้ารับการพิสูจน์ต่อสาธารณชนภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม ดิฉันขอยืนยันในเจตนารมณ์และความตั้งใจ จะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเข้ามาทำงานในทางการเมืองและรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสดิฉันและพรรคเพื่อไทย ในการเข้ามาทำงานรับใช้ในครั้งนี้”
กรณีไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง จะนำพาพรรคประสบชัยชนะได้อย่างไร
ประสบการณ์ไม่ได้ห่างไกลจากทางการเมือง เราเข้าใจธรรมชาติของการเมือง สิ่งหนึ่งคือแม้ว่าฉันจะเป็นผู้หญิง แต่เวลานี้ประเทศต้องการความปรองดองและต้องการคนกลางคอยประสาน แม้ฉันค่อนข้างใหม่ แต่ฉันก็เปิดกว้างที่จะพูดคุยกับใครก็ตามเพื่อทำให้ประเทศก้าวต่อไปข้างหน้า
รู้สึกอย่างไรเมื่อโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรื่องส่วนตัว
เป็นปกติตามที่ดิฉันได้เรียนตามคำกล่าวเบื้องต้น ดิฉันพร้อมจะรับการพิสูจน์จากสาธารณชนภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม เรียนว่าตรงนี้มีความพร้อม และก็อยากเห็นบ้านเมืองเรามาเล่นการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์
การนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพี่ชาย
ไม่อยากให้มองอย่างนั้น ต้องเรียนว่าประเทศไทยยึดหลักนิติธรรม การทำอะไรแบบนั้น ก็เชื่อว่าทางพรรคเพื่อไทยคงไม่อนุญาตให้ดิฉันทำอะไรเพื่อคนคนเดียว การทำอะไรต่างๆ นั้นต้องคำนึงถึงความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของทุกคน ดิฉันขันอาสามาทำงานเพื่อประชาชน แน่นอนว่าก็ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ในฐานะที่คุณเป็นน้องสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประชาชนจะลงคะแนนให้คุณหรือพี่ชาย จะพูดว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้
ฉันคิดว่าคนไทยจะลงคะแนนให้สามส่วน คือ หนึ่งส่วน คือผู้นำ ส่วนที่สอง คือทีมเวิร์กของพรรค ส่วนที่สาม คือนโยบาย ตราบใดที่นโยบาย นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ประชาชนเลือกหมายเลขที่จะเป็นรัฐบาลในอนาคต
จะพา พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านอย่างไร
มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนั้น ก้าวแรกคือการเลือกตั้ง เพราะระบบบัญชีรายชื่อหมายเลขหนึ่ง ควรเป็นสิ่งที่ประชาชนจะตัดสินว่าใครจะเป็นรัฐบาล เมื่อถึงก้าวที่สอง ถึงพร้อมจะตอบคำถามนั้น พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะปฏิบัติต่อประชาชนทุกคนด้วยความเท่ากัน แม้จะเป็นพี่ชายชองดิฉันหนึ่ง ประชาชนทุกๆ คนก็จะได้รับสิ่งที่เท่าเทียมกัน หลักสำคัญคือเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญในชาติเป็นสำคัญ
วิกฤตความขัดแย้งจะสร้างความปรองดองจะทำได้หรือไม่และจะรับแรงกดดันจากความขัดแย้งอย่างไร
ต้องกลับมาสู่หลักที่ว่า การที่เราอยากเห็นประเทศชาติปรองดอง ดิฉันก็จะใช้ความเป็นผู้หญิงในการก้าวเข้าหาและก้าวไปสู่ความปรองดอง ในการยินดีที่จะพบและยินดีที่จะคุยเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนเชิญชวนว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว มองข้ามความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
จะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ เมื่อเข้ามาทำงานให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะพี่ชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ ดิฉันเชื่อว่าคนไทยส่วนหนึ่งเลือกหัวหน้าพรรค และอีกส่วนหนึ่งก็มองไปที่พรรคหรือทีมเวิร์กภายในพรรคและนโยบายของพรรค และเชื่อว่าตราบใดนโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่มีพันธกรณีประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนก็จะเลือกพรรคนั้นให้เป็นรัฐบาลในอนาคต







