
ปลูกไผ่พืชเศรษฐกิจตลาดต้องการไม่อั้น
เกษตรกรภาคใต้ตื่นตัวปลูกไผ่พืชเศรษฐกิจมั่นใจสร้างรายได้ยั่งยืนเหตุตลาดต้องการไม่อั้น
เกษตรกรภาคใต้ตื่นตัวปลูกไผ่พืชเศรษฐกิจมั่นใจสร้างรายได้ยั่งยืนเหตุตลาดต้องการไม่อั้น
นางขวัญใจ กลับสุขใส เจ้าของสวนไผ่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และเหรัญญิกชมรมผู้ปลูกไผ่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรภาคใต้ตอนล่างตื่นตัวปลูกไม้ไผ่กันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พัทลุง ปลูกแล้วกว่า 500 ไร่ หรือขยายตัว 20% ต่อปี
“ปัจจุบัน จ.พัทลุงมีพื้นที่ปลูกไผ่เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ และขณะนี้ได้ขยายตัวไปยัง จ.สงขลา โดยได้เข้ามาซื้อพันธุ์ไม้ไผ่กันเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน เพราะไม้ไผ่สามารถ สร้างรายได้ประมาณ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังขายหน่อได้อีก และจะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี” นางขวัญใจ กล่าว
ด้านนายสัญญา วัชรพันธ์ ประธานชมรมไผ่สีทองภาคใต้ กล่าวว่าทุกวันนี้ปลูกไผ่ 30 ไร่ เป้าหมายจะผลักดันให้ชาวบ้านในพื้นที่ จ.สงขลา รวมตัวปลูกไผ่ให้มากกว่า 1 หมื่นไร่ หรือไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย และตอนนี้ได้ปลูกไปแล้วประมาณ 100 ราย เฉลี่ยปลูกประมาณ 5 ไร่ต่อราย โดยปลูกแบบธรรมชาติในนากุ้งกุลาดำที่ได้เลิกเลี้ยงไปแล้ว
ขณะที่นายมะนัด ละม้ายศรี เจ้าของสวนไผ่ประมาณ 30 ไร่ ประธานกลุ่มไม้ไผ่ 9 กล่าวว่า ไม้ไผ่มีทั่วประเทศทั้งไผ่ป่าและปลูกเอง ประมาณ 5 ล้านไร่ โดยที่ปลูกเองทั่วประเทศประมาณ 2 แสนไร่ ในอนาคตคาดว่าต้นไผ่จะสร้างรายได้ประมาณ 2.5–3 แสนบาทต่อปีต่อไร่ ดีกว่าการทำนาถึง 50 เท่าตัว
ทั้งนี้ การปลูกไผ่ให้ผลประโยชน์ตั้งแต่ กิ่ง ต้น หน่อ ใบ และกิ่งอ่อน ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 50 ปี นอกจากนี้ต้นไผ่ยังให้พลังงานทดแทน เป็นชีวมวล 200– 250 ตันต่อไร่ คิดเป็นเงินสูง 3 แสนบาท และสามารถสกัดต้นไผ่ผลิตน้ำมันดีเซล เบนซิน และน้ำมันเครื่องบิน ได้น้ำมันสูงถึง 5 หมื่นลิตรต่อไร่ต่อ







