
แข่งตั้งพรรค(หากิน)?
คำถามสำหรับพรรคเล็กพรรคน้อยหรือหลายพรรคที่แทบไม่เคยได้ยินชื่อ คือพรรคเหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่ออุดมการณ์การเมืองหรือเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นในกลุ่มตัวเอง
คำถามสำหรับพรรคเล็กพรรคน้อยหรือหลายพรรคที่แทบไม่เคยได้ยินชื่อ คือพรรคเหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่ออุดมการณ์การเมืองหรือเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นในกลุ่มตัวเอง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นการบดเคี่ยวแย่งชิง สส. กันระหว่างประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ที่เหลือเป็นพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กที่หวังสอดแทรกเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล (ไม่มีใครประกาศนโยบายขอทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ)
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 4 ให้นิยาม “พรรคการเมือง” มีความหมายว่า คณะบุคคลที่รวมกันจดแจ้งเป็นพรรคการเมือง เพื่อสร้างเจตนารมณ์ของประชาชนโดยมุ่งที่จะส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอื่นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีจำนวนพรรคการเมืองที่จดทะเบียนในสารบบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งสิ้น 57 พรรค ทว่าประชาชนโดยทั่วไปกลับไม่ค่อยคุ้นเคยกับชื่อพรรคการเมืองหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคเล็กพรรคน้อย? นั่นเท่ากับว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองเหล่านั้นอาจไม่เป็นไปเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือกล่าวได้ว่าอาจพราะเป็นการรวมกลุ่มกันก่อตั้งพรรคอย่างไร้อุดมการณ์ทางการเมือง หรือเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะกลุ่ม แต่หาได้เป็นไปเพื่อทางเลือกต่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใด
จากข้อมูลล่าสุดของ กกต. เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2554 พบว่า พรรคเก่าแกนับจากการก่อตั้งมีด้วยกัน 3 พรรค คือ ประชาธิปัตย์, ประชากรไทย และกิจสังคม โดยประชาธิปัตย์ถือว่าเก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งเมื่อเดือนเม.ย. ปี 2489 ขณะที่ประชากรไทย ก่อตั้งเดือน ก.ค. ปี 2525 กิจสังคมก่อตั้งเมื่อเดือนส.ค. ปีเดียวกัน ภายหลังถือกำเนิดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อปี 2540 ในช่วงปี 25412550 มีพรรคการเมืองยื่นจดทะเบียน จำนวน 17 พรรค ประกอบด้วย มหาชน, ไทยเป็นไทย, กสิกรไทย, ชีวิตที่ดีกว่า, สยาม, เพื่อฟ้าดิน, ความหวังใหม่, เพื่อเกษตรไทย, ประชาราช, ดำรงไทย, เครือข่ายชาวนา, อาสามาตุภูมิ, ชาติสามัคคี, เพื่อไทย, เพื่อแผ่นดิน, ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และแทนคุณแผ่นดิน
จุดที่น่าสังเกตก็คือหลังจากปี 2550 เป็นต้นมา การเมืองเบ่งบานมีพรรคการเมืองเกิดผุดขึ้นใหม่เป็นดอกเห็ดมากถึง 37 พรรค อาทิ ชาติไทยพัฒนา, อนาคตไทย, ธรรมาภิบาลสังคม, มาตุภูมิ, ภูมิใจไทย, ประชาสันติ, ขัตติยะธรรม, พลังพัฒนา, ประชาธรรม, การเมืองใหม่, ไทยรวมพลัง, พลังคนกีฬา, เสรีนิยม, รักประเทศไทย, ไทยพอเพียง และไทยเข้มแข็ง
ในจำนวนนี้พรรคที่มีสมาชิกหลัก 10 คนขึ้นไป มีถึง 19 พรรค คือ ไทยทันทุน, มหารัฐพัฒนา, ไทยเพื่อไทย, เพื่อธรรม, ไทยสร้างสรรค์, ไทยเป็นสุข, บำรุงเมือง, พลานุภาพ, คุ้มเกล้าไทย, พลังมวลชน, พลังสังคมไทย, ประชาชนชาวไทย, อารยธรรม, รักแผ่นดิน, ประชาธิปไตยใหม่, รักษ์สันติ, เพื่อประชาชนไทย, พลังชล และพลังชาวนาไทย
แยกย่อยลงในรายละเอียดอีกพบว่า ในจำนวนนี้มีพรรคการเมืองที่ไม่มีสาขาพรรคเลยถึง 17 พรรค หลายพรรคแม้จะมีสาขา แต่อยู่ในระดับที่ไม่ควรค่าสำหรับการเป็นทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาไปเป็นตัวแทน เพราะนอกจากไม่มีสาขาแล้ว สมาชิกที่เข้าร่วมก็น้อยมาก
ที่น่าสนใจก็คือ พรรคการเมืองที่ประกาศตัวจะลงรับสมัครเลือกตั้งเที่ยวนี้แน่นอน เช่น เพื่อไทย คู่ต่อสู้ในการแย่งอำนาจบริหารประเทศกับพรรคประชาธิปัตย์ มีสมาชิกพรรคเพียง 23,778 คน มีสาขาพรรค 5 สาขา จะด้วยเพราะเพิ่งก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2550 ก็ตาม พรรคอื่นๆ อาทิ พรรคเพื่อแผ่นดิน ก่อตั้งวันที่ 2 ต.ค. 2550 มีสมาชิก 9,416 คน มี 8 สาขา พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อตั้งวันที่ 18 เม.ย. 2551 มีสมาชิก 14,957 คน มี 6 สาขา พรรคภูมิใจไทย ก่อตั้งวันที่ 5 พ.ย. 2551 มีสมาชิก 36,370 คน มี 5 สาขา พรรคการเมืองใหม่ ก่อตั้งวันที่ 25 มิ.ย. 2552 มีสมาชิก 12,936 คน มี 9 สาขา พรรคมาตุภูมิ ก่อตั้งวันที่ 3 พ.ย. 2551 มีสมาชิก 7,760 คน มี 5 สาขา
พรรครักประเทศไทยของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก่อตั้งวันที่ 18 ก.พ. 2553 มีสมาชิก 3,822 คน มี 4 สาขา พรรคประชาสันติ (เปลี่ยนชื่อจากพรรคธรรมาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2554) ก่อตั้งวันที่ 26 ม.ค. 2552 มีสมาชิก 5,467 คน มี 4 สาขา พรรคพลังคนกีฬา ก่อตั้งวันที่ 28 ต.ค. 2552 ซึ่งมีนายวนัสธนา (เดิมชื่อธวัชชัย) สัจจกุล หรือบิ๊กหอย มีสมาชิก 6,022 คน มี 6 สาขา พรรคขัตติยะธรรม ก่อตั้งวันที่ 19 ก.พ. 2552 มีน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เป็นหัวหน้าพรรคแทนพ่อ(พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือเสธ.แดง) ที่เสียชีวิต มีสมาชิก 5,352 คน มี 5 สาขา พรรครักษ์สันติ ก่อตั้งวันที่ 21 เม.ย. 2554 ซึ่งร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประกาศจะลงระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 มีสมาชิก 16 คน ไม่มีสาขาพรรค พรรคพลังชลของกลุ่มทายาทกำนันเป๊าะ ก่อตั้งเดือนพ.ค. 2554 มีสมาชิก 17คน ไม่มีสาขาเช่นกัน
ตั้งพรรค 1 ปี ไม่ทำตามเกณฑ์...โดน?
เมื่อพิจารณาจำนวนสมาชิกและจำนวนสาขาพรรคของแต่ละพรรคการเมือง ย่อมเป็นไปได้สูงที่บางพรรคการเมืองจะถูกยุบภายหลังทำกิจกรรมทางการเมืองครบ 1 ปี
สดศรี สัตตยธรรม กกต. อธิบายเหตุผลว่า ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2550 แม้การจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเรื่องง่ายก็จริง แต่หากไม่สามารถทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ภายใน 1 ปี นายทะเบียนพรรคการเมืองก็สามารถส่งยกเลิกหรือประกาศให้ยุบพรรคได้
ประเด็นก็คือว่า หากพรรคเหล่านี้ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งหรือตั้งขึ้นครบ 1 ปี ยังไม่ได้จำนวนสมาชิกครบ 5,000 คน และไม่สามารถเปิด 4 สาขา ในแต่ละภาคได้ ก็จะถูกนายทะเบียนสั่งให้สิ้นสุดการเป็นพรรคการเมือง ตามที่ระบุในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
คำถามก็คือกลุ่มการเมืองขอยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองเพื่อขอรับเงินสนับสนุนด้านเดียวหรือไม่
“การที่พรรคการเมืองจะได้รับเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง จะต้องเข้าตามหลักเกณฑ์ มาตรา 75 และ 81 ที่ต้องส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง สส. เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ได้เงินสนับสนุน 80 ล้านบาท ซึ่งเป็นการคำนวณจากคะแนนเสียงที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสภา จากกรอบวงเงิน 200 ล้านบาท ที่กกต.ได้รับมาจากรัฐบาล”
“การพิจารณาให้เงินสนับสนุนไม่ใช่ กกต.ผู้กำหนดฝ่ายเดียว ยังมีการตั้งกรรมการจากกองทุนฝ่ายละ 1 คน มาจากตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ตัวแทนของพรรคการเมืองที่ไม่มี สส. และกรมบัญชีกลาง ร่วมกำหนดจำนวนเงิน ดังนั้นไม่ได้หมายความว่า จะได้รับเงินสนับสนุนทุกพรรคการเมือง เหตุที่พรรคเพื่อไทย และภูมิไทยไทย จะไม่ได้เงินสนับสนุน เนื่องจากจัดตั้งพรรคขึ้นใหม่ และรับโอน สส.จากพรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบไปแล้วจึงไม่เข้ากฏเกณฑ์”
“เมื่อก่อนยอมรับว่า มีการตั้งพรรคการเมืองเข้ามาเพื่อหวังจะเอาเงินกองทุนพัฒนาการเมือง ซึ่งเคยเกิดกรณีบางพรรคไปนำรายชื่อกลุ่มแชร์ลูกโซ่ข้าวสารมาเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นการหลอกลวง ขณะนี้กำลังถูกดำเนินคดีอยู่ หรือการตั้งสาขาพรรค เคยมีบางพรรคการเมืองใช้โรงนาเป็นสาขาพรรคก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งขณะนี้มีพ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2550 กลุ่มคนที่หวังเอาเงินลักษณะนี้จะทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะการหาจำนวนสมาชิกพรรคในระยะเวลา 1 ปี ส่วนใหญ่จะหาไม่ได้ และยังถูกบังคับให้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง สส. อีก ฉะนั้นพรรคที่จะเหลืออยู่จริงก็จะมีเพียง 20 พรรคเท่านั้น”
อย่างไรก็ดีนอกจากเงินกองทุนสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว สดศรี ระบุว่า พรรคเหล่านี้ยังสามารถหาเงินทางอื่นได้ด้วย เช่น การจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทรัพย์สินที่ได้จากการจัดกิจกรรม การบริจาค จำนวนตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป ดอกผลของเงินและรายได้จากทรัพย์สินของพรรคการเมือง แต่ต้องนำเงินเหล่านั้นมาแจกแจงรายละเอียดอย่างชัดเจนส่งให้กกต.ด้วย
กกต. รายนี้ กล่าวว่า แม้บางพรรคอาจมีเจตนาไม่ชอบ แต่เส้นทางความอยู่รอดของพรรคการเมืองเป็นเรื่องยาก หากไม่มีฐานเสียงแน่นหนาพอ ยกตัวอย่างประกอบว่า พรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย ถูกประกาศให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91 (2) (3) และ(4) โดยส่งชื่อไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กล่าวคือ ไม่ส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้งติดต่อกัน หรือเป็นเวลา 8 ปี ติดต่อกัน มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึง 5,000 คน และไม่มีการประชุมใหญ่หรือไม่ดำเนินกิจการใดทางการเมือง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี
ในอีกด้านหนึ่งในแง่อุดมการณ์ทางการเมืองและจำนวนพรรคการเมือง ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิช
กฏหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนว่า การแข่งขันของพรรคการเมืองเปรียบเสมือนตลาดสดการเมืองที่มีการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยโดยเสรี แต่แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะรู้จักทั้ง 57 พรรคได้หมด ดังนั้นสินค้าในตลาดทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำของออกมาขาย แต่ใครจะซื้อก็ต้องมาแข่งกัน
“การตั้งพรรคการเมืองเป็นเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อเสนอตัวให้ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา และเมื่อเป็นเสรีก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีพรรคการเมืองน้องใหม่เกิดขึ้นมาก แต่สุดท้ายประชาชนจะตัดสินใจเอง เพราะการเมืองมีลักษณะเหมือนธุรกิจที่เจ้าของกิจการใหญ่ ย่อมมีส่วนแบ่งตลาดมาก การที่สินค่าตัวใหม่จะเข้ามาตีตลาดก็เป็นเรื่องยาก แต่ทุกคนก็มีโอกาสเข้ามาในตลาดแห่งนี้ได้เท่ากัน เช่นเดียวกับ สหรัฐ อังกฤษ ก็มีพรรคการเมืองมากกว่า 40 พรรคเช่นกัน” อาจารย์ธรรมศาสตร์มอง
ในแง่ปริมาณและการหายไปของพรรคการเมืองในช่วงที่ผ่านมามีพรรคการเมืองถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคด้วยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อย่างน้อย 4 พรรค คือ พลังประชาขน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ชาติไทย ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ย้อนไปก่อนนั้นพรรคไทยรักไทย ถูกปิดฉากจนสร้างความฮือฮาทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ เพราะมีนักการเมืองถูก







