
มาร์ครับนโยบายสะดุด เหตุสื่อสารสื่อสารผิดพลาด
มาร์คระเบิดความในใจนโยบายสะดุด เหตุสื่อสารขัดข้องกับ ข้าราชการ เผยผ่านวารสารขรก.ทำเนียบฯ พบบางหน่วยงานทำเกินหน้าที่ จากฝ่ายปฏิบัติแต่ขอเป็นฝ่ายนโยบายเสียเอง แนะขรก.แม่นยำจะได้ไม่โดนฟ้อง
มาร์คระเบิดความในใจนโยบายสะดุด เหตุสื่อสารขัดข้องกับ ข้าราชการ เผยผ่านวารสารขรก.ทำเนียบฯ พบบางหน่วยงานทำเกินหน้าที่ จากฝ่ายปฏิบัติแต่ขอเป็นฝ่ายนโยบายเสียเอง แนะขรก.แม่นยำจะได้ไม่โดนฟ้อง
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี( สลค.) ได้เผยแพร่ บทสัมภาษณ์พิเศษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านวารสาร สลค.สาร ฉบับต้อนรับปีใหม่ โดยวารสารฉบับดังกล่าวได้ถูกนำเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและแจกจ่ายให้ข้าราชการทำเนียบรัฐบาลด้วย ทั้งนี้เนื้อหาส่วนใหญ่พุ่งตรงไปที่การทำงานระหว่างฝ่ายข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ซึ่งนายกฯยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา มีปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำ
โดยนายกฯยกตัวอย่างนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร ที่มอบนโยบายไปอย่างแต่ฝ่ายปฏิบัติกลับทำอีกอย่าง นายกฯยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดทางด้านข้อกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคทำให้ข้าราชการหวาดหวั่นเหมือนกันเมื่อฝ่ายการเมืองสั่งการ
ในบทสัมภาษณ์พิเศษ มีประเด็นน่าสนใจ เมื่อนายกฯวิพากษ์วิจารณ์ ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการบางแห่งที่ทำหน้าที่เกินเลยหน้าที่ เช่น เป็นฝ่ายปฏิบัติแต่กับเสนอแนะเหมือนเป็นฝ่ายนโยบายเสียเอง นอกจากนี้ยังได้เตือนข้าราชการให้มีความแม่นยำเพื่อจะได้ไม่ตกบ่วงกรรมการฟ้องร้องคดี
ต่อไปนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการถามตอบ มุมมองนายกฯกับข้าราชการประจำ สลค.ตั้งคำถามนายกฯว่า ในฐานะที่ท่านนายกฯ ทำงานร่วมกับข้าราชการประจำในการผลักดันนโยบาย อยากทราบว่า ประสบปัญหาหรือไม่ และท่านมีความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างการเมืองกับข้าราชการประจำอย่างไร นายกฯ กล่าววา ถ้ามองในมุมของการประชุมครม. ซึ่งเป็นกระบวนการตัดสินใจในเชิงนโยบาย ปัญหาที่ต้องพยายามปรับปรุงต่อไป ก็คือ ปัจจุบันจะมีเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของครม.จำนวนมาก อาจจะด้วยผลของกฎหมายบ้างหรือด้วยผลของมติครม.ในอดีตบ้าง และเรื่องส่วนใหญ่ที่เข้ามานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาให้แก่งานประจำมากกว่าเรื่องในเชิงนโยบาย เช่น ปฏิบัติไม่ได้เพราะติดขัดในระเบียบ จึงต้องมาขอให้ครม.พิจารณาแก้ไข อย่างนี้เป็นต้น ในขณะที่ในการบริหารแต่ละช่วงจะมีนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการ จึงทำให้มีเวลาที่จะสามารถใช้ในการดำเนินนโยบายต่างๆน้อยเกินไป เนื่องจากมีเรื่องจำนวนมากเป็นการแก้ไขปัญหาในงานปกติ และที่สำคัญก็คือเรื่องประเภทที่กล่าวมานี้มักจะมีเอกสารต่างๆ จำนวนมากซึ่งหากเอกสารมีความสมบูรณ์ก็จะทำให้การแก้ไขตามระบบเป็นไปโดยง่าย แต่เรื่องใดที่เป็นเรื่องนโยบายซึ่งครม.นำมาหาข้อยุติร่วมกัน
“ เมื่อมีมติแล้วกว่าจะสื่อสารออกไปให้เป็นที่เข้าใจสำหรับผู้ที่จะต้องนำไปปฏิบัติพบว่า ยังมีปัญหาอยุ่ ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผมเห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข” นายกฯ กล่าว
นายกฯ เปิดเผยว่า การสื่อสารลงไปอาจจะยังมีความล่าช้าอยู่บ้าง หรือว่ายังขาดความชัดเจน หรืออาจจะเป็นเพราะในหน่วยงานต่างๆ ยังยึดตามแนวคิดของหน่วยงานตัวเองมากกว่าการตัดสินใจในภาพรวม ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม การประชุมครม.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมามีมติเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรโดยอนุโลมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ทำสัญญากับ ธ.ก.ส. ในช่วง 16-30 ธ.ค. 52 สามารถใช้สิทธิรับเงินชดเชยรายได้จากราคาอ้างอิงตามประกาศคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ในช่วง 1-15 ธ.ค. 52 แต่วันรุ่งขึ้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เสนอประกาศให้ผมลงนามโดยจะไม่ชดเชยเพราะว่าราคาอ้างอิงในช่วง 16-30 ธ.ค.52 ได้ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมต้องบอกไปว่าผมลงนามไม่ได้ เพราะครม.มีมติออกไปใหม่ นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการสื่อสาร
มีคำถามว่า ท่านคิดว่าการให้ข้อมูลกับรัฐบาลควรจะ”ลึก” ขนาดไหน นายกฯ ตอบว่า หน่วยงานหลัก เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะวิเคราะห์ในเชิงโครงการ สำนักงบประมาณวิเคราะห์ในเรื่องผลกระทบของงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาให้ความเห็นทางกฎหมายนั้น ก็มีความสำคัญทั้งนั้นและก็มีน้ำหนักทั้งสิ้น
“แต่ก็มีประเด็นเหมือนกันว่า บางกรณีฝ่ายนโยบายมองว่าหลายครั้งการให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะหรือข้อมูลจากราชการประจำเกินเลยเหมือนกับจะมีความเห็นในเรื่องนโยบายเสียเอง ซึ่งก็เป็นปัญหาทุกยุค ก็อยู่ที่ฝ่ายการเมืองว่ามีความชัดเจนเข้มแข็ง ยืนยันหรือไม่ว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นนโยบายต้องเดินตามนโยบาย เพราะที่สุดแล้วฝ่ายการเมืองก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ “ นายกฯ กล่าว
ถามว่า ปัจจุบันมีประเด็นในเรื่องของความรับผิดชอบทางกฎหมายเพิ่มเข้ามามาก นายกฯ กล่าวว่า ในแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องดี ทำให้การทำงานต้องมีความระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งบางครั้งก็ทำให้ยุ่งยากเพราะการฟ้องร้องก็อาจจะง่ายเกินไปมีส่วนทำให้งานช้าไปบ้าง แต่เราก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ
ถามต่อ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่ข้าราชการประจำจะช่วยฝ่ายการเมืองในเรื่องของความรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างไร นายกฯกล่าวว่า จะต้องแม่นยำ ส่วนใหญ่เรื่องที่เป็นปัญหาจะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีใครทราบว่าดุลยพินิจของแต่ละฝ่ายทางกฎหมายเป็นอย่างไร บางทีฝ่ายประจำมั่นใจในความเห็นของตนเองแล้ว แต่ฝ่ายตุลาการหรือศาลเขาเห็นเป็นอีกแบบหนึ่ง
ตบท้าย ถามว่า นายกฯอยากจะบอกกับข้าราชการสำหรับการทำงานในปี 2553 อย่างไร นายกฯตอบว่า ขอให้ทุ่มเททำงานให้ส่วนรวมเพื่อประโยชน์ของประเทส ตามความถูกต้อง และถ้าทำเช่นนี้แล้ว ขอยืนยันว่าฝ่ายการเมืองหรือรัฐบาลจะสนับสนุนและปกป้องอย่างเต็มที่







