
ศุกร์ที่13สยองเพลิงเผาตึกแถวย่างสด2พ่อลูก
เกิดเหตุสยองกลางดึกคืนวันศุกร์ที่ 13 เพลิงเผาไหม้ตึกอาคารพาณิชย์กลางเมืองอุบลราชธานีย่างสด 2 พ่อลูก
เกิดเหตุสยองกลางดึกคืนวันศุกร์ที่ 13 เพลิงเผาไหม้ตึกอาคารพาณิชย์กลางเมืองอุบลราชธานีย่างสด 2 พ่อลูก
พ.ต.ท.อดิศร อินทนาม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีได้รับแจ้งเมื่อเวลา 22.45 น.เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พ.ค.ว่าเกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ เลขที่ 56 - 58 ถนนชยางกูร บริเวณสี่แยกกิโลศูนย์ ถนนชยางกูร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้แจ้งไปยังเทศบาลนครอุบลราชธานีให้นำรถดับเพลิงมาทำการควบคุมเพลิง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันพวนพุ่งจากชั้นล่างด้านหน้าของอาคารพาณิชย์ โดยด้านหน้าเป็นประตูเหล็กถูกปิดกุญแจจากด้านในตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพังประตูเข้าไปเพื่อทำการควบคุมเพลิงแต่เพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นไปยังชั้นที่ 2 อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันงัดเหล็กดัดและใช้น้ำฉีดเพื่อทำการดับเพลิง
ขณะเกิดเหตุ นายสุรพล สายพันธ์ ผวจ.อุบลราชธานี และนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุและสั่งการในการควบคุมเพลิงและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารอย่างใกล้ชิด โดยได้ให้เทศบาลนครอุบลราชธานี ระดมรถน้ำและรถดับเพลิง ที่มีทั้งหมด 16 คัน รวมทั้งได้ประสานงานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองวารินชำราบ และกองบินที่ 21 นำรถดับเพลิงมาช่วยกันสกัดกั้นไม่ให้เพลิงลุกไหม้ไปยังอาคารข้างเคียง เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่กลางใจเมือง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงได้
อย่างไรก็ตามหลังเพลิงสงบลงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พบนางเค็ง แซ่เตีย อายุ 70 ปี ซึ่งสวมชุดนอนหลบอยู่ภายในห้องน้ำ โดยนางเค็ง ได้ใช้สายยางฉีดน้ำใส่ร่างกายจนเปียกทั้งร่าง จึงได้นำตัวออกมาพบว่าปลอดภัยและยังสามารถควบคุมสติได้ และได้บอกเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ไปให้ช่วยชีวิตสามีและบุตรสาวด้วย ซึ่งอยู่ด้านบนชั้นที่สองของอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฯ ได้ไปค้นหาสามีและลูกสาวของนางเค็ง ซึ่งพบว่าทั้ง นายศักดิ์ชัย แซ่เตีย อายุ 74 สามี และน.ส.วันเพ็ญ ศิริจิระพัฒนา อายุ 50 ปี ลูกสาวได้เสียชีวิตที่บริเวณห้องนอน โดยมีไฟไหม้เกรียม เสียชีวิตในสภาพที่ทั้งสองกอดกันทั้ง 2 ศพ
นางเค็ง กล่าวว่า ขณะที่เกิดเหตุไฟไหม้ด้านล่าง จึงให้สามี ได้ขึ้นไปปลุกลูกสาวที่นอนหลับอยู่ที่ชั้น 2 แต่ไม่กลับลงมา จึงได้ไปหลบในห้องน้ำโดยใช้น้ำฉีดใส่ลำตัวและใบหน้าเอาไว้ เพื่อไม่ให้สำลักควัน จึงรอดชีวิตได้
สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายและสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ ต้องรอสำรวจความเสียหายและรอให้ตำรวจวิทยาการได้เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้ง







