
"ทักษิณกลับบ้าน" แค่วาทกรรมสร้างกระแส
ช่วงฤดูหาเสียง คำพูดของนักการเมือง ผู้ฟังในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะนโยบายที่หาเสียงหลายเรื่องดูเกินจริง
ช่วงฤดูหาเสียง คำพูดของนักการเมือง ผู้ฟังในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะนโยบายที่หาเสียงหลายเรื่องดูเกินจริง
ทำไม่ได้ แต่นักการเมืองต้องพูดให้ถูกใจ เพราะต้องการ “ขายฝัน” ไว้ก่อน ทำได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่อง
ไม่ต่างจากการหาเสียงของฝ่ายพรรคเพื่อไทย ที่หลายโพลคาดว่าจะชนะเลือกตั้ง และมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน
ทักษิณ ชินวัตร ลงทุนด้วยตัวเอง ใช้ระบบสไกป์ส่งเสียงจากแดนไกลมายังพี่น้องเสื้อแดงทุกเวทีเปิดตัวผู้สมัคร สส.ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดครึกโครม ให้เลือกเพื่อไทยมากๆ จะได้กลับประเทศไทยเสียที
“ผมจะกลับบ้าน” เป็นวลีที่คนไทยได้ยินตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้าไล่เรียงก่อนมีคำประกาศยุบสภา ทักษิณ พูดเรื่องอยากกลับบ้านแทบทุกเวที
1 พ.ค. ในงานปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ฝั่งธนบุรี ทักษิณ โฟนอินว่า
“ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลน้ำจะไม่ท่วม เพราะเราจะทำเขื่อนกั้นน้ำ แต่พรรคเพื่อไทยต้องชนะเลือกตั้ง ผมจะได้กลับมา และพี่น้องจะเป็นคนที่ช่วยให้ผมกลับบ้าน อย่าเพิ่งลืมผม”
3 พ.ค. ที่ จ.อุดรธานี ทักษิณ โฟนอินว่า “อยากกลับบ้านแล้ว ตอนนี้เก็บกระเป๋าแล้ว เลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะชนะมากกว่าครึ่งและได้เป็นรัฐบาล”
6 พ.ค. ที่ จ.ศรีสะเกษ “ถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ผมจะขอกลับมาอยู่ประเทศไทย และจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งนำตัวนายวีระ สมความคิด ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมไว้ที่กรุงพนมเปญ กลับมายังประเทศไทย”
8 พ.ค. ที่เขตคลองเตย “ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดให้ได้ภายใน 12 เดือน แค่ผมลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ รับรองพ่อค้ายาเสพติดหยุดขายทันที”
มีการกำหนดเดือนกลับที่ชัดเจน “ปลายปีจะกลับบ้าน ปีหน้าจะมาฉลองปีใหม่ที่เมืองไทย พบกันประมาณเดือน พ.ย.” 24 เม.ย. ทักษิณ สไกป์ในงานเปิดตัวนโยบายพรรคที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
“ถ้าผมได้กลับไทย จะไม่มีคำว่าแก้แค้น มีแต่แก้ไข จะกลับไปในสภาพเดิมที่คนไทยมีความสุข ราชวงศ์มีความสุข ผมกลับไปไม่มีใครทำร้ายราชบัลลังก์แน่นอน ถ้าผมกลับไปแล้วไม่จงรักภักดี ขอให้ประชาชนรุมประชาทัณฑ์ผมได้เลย”
ทักษิณ สร้างฝันกับมวลชนที่รักเขา เลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาล แล้วจะได้ทักษิณกลับมาเนรมิตความสุขต่างๆ เหมือนเดิม
แต่เวลาเปลี่ยนสู่สถานการณ์ปัจจุบัน “ทักษิณ” ได้เป็นศูนย์กลางความขัดแย้ง หลายฝ่ายเชื่อว่าเขาจะคิดแก้แค้น และจะกลับมาล้างบางทุกขั้วอำนาจ
ความจริงแล้วไม่มีใครห้ามทักษิณกลับไทย เพราะเจ้าตัวได้หลบหนีออกจากประเทศไทย ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีซื้อที่ดินรัชดาฯ เมื่อปี 2551 ศาลฎีกาฯ จึงออกหมายจับ “ทักษิณ-พจมาน” ก่อนจะมีคำพิพากษาจำคุกทักษิณเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาทักษิณไปปรากฏตัวที่อังกฤษ จนถูกทางการอังกฤษเพิกถอนวีซ่า ก่อนที่เจ้าตัวจะร่อนเร่ไปประเทศต่างๆ แถบยุโรป และมาปักหลักที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากโทษคำพิพากษาจำคุกที่ติดตัว 2 ปี ทักษิณยังมีหมายจับ 5 คดี คือ 1.คดีทุจริตจัดซื้อกล้ายาง 2.คดีหวยบนดิน 3.คดีให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยกู้ให้พม่า 4.คดีก่อการร้าย และ 5.หมายจับโทษฐานเบี้ยวไม่มาตามศาลนัดในคดียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินเท็จต่อ ป.ป.ช. อันเป็นผลสืบเนื่องจากคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท จนมีการออกประกาศจับทักษิณไปทั่ว
ดังนั้น หากทักษิณจะเดินทางกลับไทย ก็ต้องมารับโทษคดีอาญาในเรือนจำ 2 ปี ในฐานะนักโทษหนีคดีก่อน
ทว่า ที่ผ่านมาทักษิณไม่กล้า มิฉะนั้นก็คงกลับไทยนับแต่ที่เขาลั่นวาจากับพี่น้องเสื้อแดงระหว่างการชุมนุมสงกรานต์เลือดปี 2552 ว่า
“ถ้ามีเสียงปืนนัดแรก ผมจะกลับมานำหน้าพี่น้องประชาชน” แต่จนวันนี้เสื้อแดงผ่านสมรภูมิพฤษภาเลือดเมื่อปีที่แล้วจนสองฝ่ายเสียชีวิต 91 คน ทักษิณก็เงียบ ไม่มีวี่แววที่จะกลับมาช่วยคนเสื้อแดง
เขาบอกว่า ถ้าไม่กลับก็ไม่ซีเรียส อยู่ต่างแดน ทำธุรกิจ ทำเหมืองทอง มีความสุขกว่ากันเยอะ
หนทางที่ทักษิณจะได้กลับไทย คือ พรรคเพื่อไทยต้องได้เป็นรัฐบาลเท่านั้น จากนั้นออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยกเลิกความผิดทุกคดีหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งรวมถึงคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ ที่เป็นชนักติดหลังทักษิณ
เป็นปฏิบัติการยกโทษความผิดให้กับทุกฝ่าย “ทักษิณแกนนำ นปช.แกนนำเสื้อเหลืองทหารแกนนำรัฐบาล” จากผลของการต่อสู้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า หากทักษิณจะกลับประเทศไทยได้ก็มีอยู่เพียง 2 วิธีเท่านั้น คือ การกลับมารับโทษ หรือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พ้นความผิด ซึ่งขั้นตอนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นต้องให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก่อน แล้วจึงออก พ.ร.บ.หรือพระราชกฤษฎีกาออกมา ก็สามารถทำให้ทักษิณพ้นผิดได้ทันที
แต่นักกฎหมายผู้นี้เชื่อว่า ที่สุดแล้วกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะจะไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ อีกทั้งยังมีกระแสต่อต้านจากหลายๆ ฝ่าย ซึ่งหากทักษิณจะกลับประเทศไทยจริงๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นที่จะต้องรับโทษตามที่ศาลได้ตัดสินไว้
นี่จึงเป็นภาระหนักของผู้นำพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะหากเป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าได้เป็นนายกฯ ในอนาคต จะถูกตั้งคำถามว่าการเป็นน้องสาวแล้วมาผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับพี่ชายตัวเองจะมีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะเกิดแรงเสียดทานตามมาจนกระเทือนต่อรัฐบาลเพื่อไทย
การนิรโทษกรรมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายในสภาพความขัดแย้งแตกแยกในปัจจุบัน แต่คำประกาศ “ผมจะกลับบ้านมาสร้างความสุขให้กับประเทศ” เป็นแค่วาทกรรมหาเสียงที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้ 1-2 ปีนี้







