
มาร์คแถลงการทิ้งทวนลั้นเดินหน้าประชาธิปไตย
ผมเชื่อว่าการยุบสภาครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วย
ผมเชื่อว่าการยุบสภาครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วย
เป็นการเริ่มต้นสำหรับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง และเป็นการเริ่มต้นเดินหน้าประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนและครอบครัว...ผมจึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง และด้วยความหวังว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยจะได้ใช้โอกาสที่สำคัญในครั้งนี้ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า” นายกรัฐมนตรี กล่าว โดยเป็นการยืนยันถึงการรักษาคำพูดตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประชาชนในการประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อนที่จะครบวาระ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวยืนยันว่า ประชาชนสามารถมีทางเลือกที่แท้จริงจากการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยการตัดสินใจว่าจะให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพราะครอบครัวคนไทยทั่วประเทศต่างก็เผชิญหน้าในปัญหาเดียวกัน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขโดยทันที
“ผมตระหนักดีว่า ในปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนและครอบครัวจำนวนมากยังต้องเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพ ข้าวของแพง รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และรอคอยที่จะได้มีการเดินหน้าแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ถามว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นที่พอใจหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ตราบใดที่ยังมีพี่น้องประชาชนและครอบครัวยังคงมีปัญหา เราพอใจไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็พูดได้ว่า การแก้ไขปัญหาปูทางไปสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ดี เป็นงานที่เราได้เริ่มต้นแล้ว”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ประชาชนคนไทยและครอบครัวยังคงหวังให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อไปเพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่
“วันนี้ผมจึงบอกได้ว่า แม้เรายังมีงานต้องทำอีกมาก แต่เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ และวันนี้การตัดสินใจของพี่น้องประชาชน จึงเป็นการตัดสินใจว่า วิธีที่ดีที่สุดในการเดินหน้าประเทศไทย แก้ไขปัญหานั้นคืออะไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์อธิบายในแถลงการณ์ถึงความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสครั้งใหญ่ให้ประเทศสามารถเดินหน้าได้ต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชนและครอบครัวบนพื้นฐานของความคืบหน้าจากการทำงานใน 2 ปีกว่าที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้เริ่มต้นในนโยบายเรียนฟรี 15 ปี โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกันรายได้เกษตรกร ประกันภัยพืชผล การดูแลลูกหลานโดยการปราบปรามกวาดล้างยาเสพติด และเริ่มต้นการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรียังระบุถึงความสำคัญของเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่จะได้แสดงออกถึงความต้องการผ่านการเลือกตั้ง
“การตัดสินใจในวันนี้ในการเดินหน้าประเทศ จึงเป็นการตัดสินใจว่า เราจะให้ประเทศของเราเดินไปในทิศทางไหน จะเดินไปข้างหน้า หรือจะเดินถอยหลัง หรือจะเดินวนจมปลักอยู่กับปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งทำให้ปัญหาอีกหลายๆ อย่างของพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข
“ผมหวังว่า ไม่ว่าประชาชนที่ฟังอยู่จะนิยมชมชอบพรรคการเมืองใด หรือใส่เสื้อสีอะไร เราน่าจะเห็นตรงกันในบางเรื่องเราควรจะเห็นตรงกันว่า หลังจากวันนี้ไปการเมืองการปกครองของไทยนั้นต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เดินออกนอกเส้นทาง ไม่เดินออกนอกรัฐธรรมนูญ ไม่เดินออกนอกกฎหมาย และใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล มาบริหารประเทศ จะต้องยึดมั่นผลประโยชน์ของส่วนรวมและผลประโยชน์ประเทศเท่านั้น ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวตน ของพวกพ้อง ของพรรค” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกพรรคการเมืองควรที่จะเห็นชอบด้วย ได้แก่ การนำปัญหาของประชาชนให้อยู่เหนือปัญหาทางการเมือง หรือของบุคคล หรือพวกพ้อง
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความประสงค์ที่จะเห็นทุกพรรคการเมืองร่วมทำงาน เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากวงจรของความขัดแย้งและให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวแสดงความรู้สึกจากการได้รับใช้ประเทศชาติในฐานะนายกรัฐมนตรีใน 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา
“บางวันเป็นวันที่ผมทำงานและมีความสำเร็จ ผลประโยชน์ต่างๆ ตกสู่พี่น้องประชาชน นั่นคือความภาคภูมิใจ นั่นคือความพึงพอใจของคนที่เป็นนักการเมืองอาชีพของผม แต่อีกหลายวันผมทราบดีว่างานของผมไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางวันก็ทำให้พี่น้องประชาชนหลายส่วนผิดหวัง แต่ไม่ว่าจะเป็นวันที่พี่น้องประชาชนสมหวังหรือผิดหวังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่า ผมได้ทำเต็มความสามารถ เพื่อที่จะตอบแทนสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้ผม...ผมมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้าย







