posttoday
ทำนายไม่เกิน 2 ปี ไทยเจอวิกฤตอากาสวิปริตรุนแรง

ทำนายไม่เกิน 2 ปี ไทยเจอวิกฤตอากาสวิปริตรุนแรง

09 พฤษภาคม 2554

ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

 
โดย...อัสวิน ภักฆวรรณ

ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ซึ่งสังเกตได้จากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุล้วนมาจากฝีมือมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แต่หากมนุษย์ร่วมไม้ร่วมมือกันปลูกต้นไผ่ ตามหัวไร่ปลายนา หลังบ้าน ข้างบ้าน บริเวณที่ทำงาน หรือสำนักงานก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้

มะนัด ละม้ายศรี ประธานกลุ่มไม้ไผ่ 9 ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง บอกว่า ขณะนี้วิกฤตทางด้านภูมิอากาศเกิดขึ้นชัดเจนและสภาพภูมิอากาศไม่เป็นไปตามฤดูกาล คาดว่าไม่เกิน 2 ปีทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิฤตอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างหนัก จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่คนไทยต้องระดมกันปลูกไผ่ให้ได้ประมาณ 2 ล้านไร่ โดยให้ปลูกกันบริเวณหัวไร่ปลายนา ข้างบ้าน หลังบ้าน บริเวณที่ทำงาน สำนักงาน และสถานที่ต่างๆ โดยหากไม่ดำเนินการเช่นนี้ให้ได้ ประเทศไทยก็ไม่สามารถเรียกฤดูกาลมาได้อีกเหมือนเดิม

ทำนายไม่เกิน 2 ปี ไทยเจอวิกฤตอากาสวิปริตรุนแรง

“หากคนไทยช่วยกันปลูกต้นไผ่ทั่วทุกภาค เท่ากับช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ ป่าไผ่ยังสามารถผลิตก๊าซออกซิเจนได้มากกว่าต้นไม้ทั่วไป 35% และเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 75% อีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการปลูกน้อยกว่า เพราะใช้เวลาไม่ถึง 7 ปีก็สามารถให้ปริมาตรไม้ที่เก็บกักคาร์บอนได้ในปริมาณที่เทียบเท่ากับป่าธรรมชาติที่ต้องใช้เวลา 40 ถึง 100 ปีเลยทีเดียว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนและอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงได้” มะนัด กล่าว

สัญญา วัชรพันธ์ ประธานชมรมไม้ไผ่สีทองภาคใต้ บอกว่า ไม้ไผ่สามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ เช่น ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ผ่านมาได้ทดลองปลูกทุกสภาพพื้นที่แล้ว ปรากฏว่าต้นไผ่สามารถขึ้นงอกงามได้ทั้งหมด เพียงแต่ขอให้ต้นไผ่ได้รับแสงอาทิตย์

วลัยลักษณ์ มิตรณรงค์ เลขานุการชมรมผู้ปลูกไผ่ภาคใต้ อยู่บ้านเลขที่ 314 หมู่ 7 ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน บอกว่า หน่อไม้ไผ่สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูแล้วแต่ผู้บริโภคโปรดปราน ส่วนไม้ไผ่ก็ยังสามารถนำมาเป็นพลังงานทดแทน ทั้งเม็ดพลังงานเชื้อเพลิง ก๊าซชีวมวล น้ำมันชีวมวล และถ่านไม้ไผ่ ที่สำคัญต้นไผ่เป็นเครื่องฟอกอากาศ ดูดซับก๊าชคาร์บอน และลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

วลัยลักษณ์ บอกอีกว่า ทุกวันนี้ความต้องการใช้ไม้ไผ่ในประเทศไทยมีปริมาณสูงมากจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี สิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ไผ่สามารถเก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ได้นานหลายสิบปี หรือนับร้อยปี อีกทั้งไผ่ยังเป็นวัตถุดิบในการสกัดน้ำมันที่ให้ผลผลิตน้ำมันดิบสูงกว่าพืชพลังงานทดแทนชนิดอื่นอย่างสบู่ดำและปาล์มน้ำมัน

เลขานุการชมรมผู้ปลูกไผ่ภาคใต้ บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานด้านวิศวกรรมอยู่ที่ จ.สงขลา แต่ด้วยบิดาไม่สบายเลยลาออกมาดูแล ขณะเดียวกันก็ต้องหางานทำใหม่ ซึ่งญาติที่กรุงเทพฯ แนะนำให้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวพร้อมแนะนำสูตรให้ แต่บังเอิญได้พบกับขวัญใจ กลับสุกใส ปรมาจารย์วงการไม้ไผ่ ได้บอกเล่าเรื่องราวการปลูกไม้ไผ่ จึงสนใจปลูกตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ในเนื้อที่ 7 ไร่

ทั้งนี้ไผ่ที่ปลูกเป็นไผ่ตงลืมแล้ง หลังปลูกประมาณ 7 เดือนก็เก็บผลผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบและหน่อ ขายได้หมด โดยเฉพาะกิ่งพันธุ์เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ช่วงปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 2.5 แสนบาท จากการส่งจำหน่ายกิ่งละ 200 บาท ทั้งใน จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พัทลุง ส่วนหน่อมีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ ราคากิโลกรัมละ 40 บาท

“จากนั้นได้เข้าอบรมผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ก็ได้นำลำต้นของไผ่และกิ่งที่เหลือจากการตอนมาผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อนสูง แปลงพลังงานชีวภาพเป็นถ่านไม้ไผ่ แล้วนำมาบดให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ไทยทาเกะที่เน้นดูแลสุขภาพผิวกาย อาทิ สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพูและยาสีฟัน” วลัยลักษณ์ กล่าว

ปลูกต้นไผ่ ให้ความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม รวมถึงด้านนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย !!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท