
ปลัดแรงงานซัดขบวนการยึดเงินสปส.
เชื่อเป็นวิชามารเจอมา20ปีอ้างโพลค้านย้ายสู่บัตรทอง
เชื่อเป็นวิชามารเจอมา20ปีอ้างโพลค้านย้ายสู่บัตรทอง
ปลัดแรงงาน เชื่อมีกระบวนการดิสเครดิต สปส. หวังกินรวบกองทุน
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เปิดเผยว่า การให้ข้อมูลว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดีกว่าระบบประกันสังคมของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นกระบวนการดิสเครดิตเพื่อหวังที่จะควบรวมกองทุน เชื่อว่ามีบุคคลจำนวนมากกำลังคิดเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า สปส.จะหนักแน่นและผ่านพ้นไปได้
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ผู้ประกันตน จำเป็นต้องพิจารณาว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นสมาชิกของระบบหรือตัวแทนแรงงานจริงหรือไม่ หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงอื่น ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เจอกระบวนการรูปแบบดังกล่าวนับครั้งไม่ถ้วน
“อยู่ๆ ก็มีคนมาให้ร้ายว่าประกันสังคมไม่ดี นั่นเพราะเราเป็นหนุ่มหล่อ รวยทรัพย์ จึงมีคนอยากเข้ามาเป็นคู่ครองเยอะ เริ่มแรกเขาก็มาพูดดีๆ เมื่อไม่ได้ผลก็ใช้วิชามารว่าเราเป็นคนไม่ดี และสุดท้ายก็แสดงธาตุแท้ออกมาว่าหากไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เราจะกลายเป็นคนดีทันที” นพ.สมเกียรติ กล่าว
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สปส. กล่าวว่า สิทธิประโยชน์บางประการของ สปส.ดีกว่าบัตรทอง แต่แพทย์ผู้วิจัยกลับจงใจให้ข้อมูลต่อสาธารณชนเพียงด้านเดียว
นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สปสช.มีความต้องการยึดกองทุน สปส.มาอย่างยาวนาน แต่เชื่อว่าผู้ประกันตนจะไม่ยอม และยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อไม่ให้ สปสช.ยึดกองทุนรักษาพยาบาลของ สปส.ไป
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การสร้างข่าวเรื่องบัตรทองดีกว่าประกันสังคม หรือระบบสวัสดิการข้าราชการใช้เงินมากเกินไป เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดการรวมกองทุนเป็นระบบเดียว ซึ่งจะสะดวกต่อการใช้เงินในกองทุนหลายแสนล้านบาทตามอำเภอใจ
พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล นายกสมาคมแพทย์อาชีวเวช ศาสตร์ กล่าวว่า ได้เก็บข้อมูลจากผู้ประกันตน 1,114 ราย พบว่ามี 5% ที่ใช้บริการในระบบประกันสังคม ในจำนวนนี้มี 52% พอใจ และมีเพียง 3% ที่ต้องการย้ายไปใช้สิทธิบัตรทอง







