posttoday
ยาหอมขึ้นเงินเดือนสก.สข.ปูทางสู่การเลือกตั้ง

ยาหอมขึ้นเงินเดือนสก.สข.ปูทางสู่การเลือกตั้ง

09 พฤษภาคม 2554

ยาหอมขึ้นเงินเดือน สก.สข. ปูทางสู่การเลือกตั้งโดย...อาทิตย์ เคนมี

ยาหอมขึ้นเงินเดือน สก.สข. ปูทางสู่การเลือกตั้ง
โดย...อาทิตย์ เคนมี

เสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้วสำหรับการเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนของ สก. สข. หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสั่งลาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. พิจารณาอนุมัติเทกระจาดงบประมาณแสนล้าน ทิ้งทวนก่อนยุบสภาเพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่

หนึ่งในงบประมาณก้อนนี้คือ การอนุมัติขึ้นเงินตอบแทนและเงินประจำตำแหน่ง สก. สข. 20% อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ครม.เคยศอกกลับเรื่องนี้ไปแล้วถึง 2 ครั้ง โดยให้กระทรวงมหาดไทยกลับไปทบทวนถึงความเหมาะสมและกลั่นกรองให้รอบคอบ

ขณะที่บรรดา สก. นำโดยนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องมาโดยตลอด ด้วยเหตุผลว่า สก. สข. ไม่เคยได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนมานานถึง 17 ปี ต่างกับ อบต. อบจ. และข้าราชการ ที่ได้รับการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกเหตุผลก็คือ ปัจจุบันค่าครองชีพสูงมากขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าใช้จ่ายโดยตรง ดังนั้นหากได้เพิ่มค่าตอบแทนก็จะเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างมาก เพราะ สก.ถือเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ถึง 1 ต่อ 1 แสนคน

แน่นอนว่า ทันทีที่รัฐบาลเตรียมประกาศยุบสภาก็มีการอนุมัติงบประมาณทิ้งทวนไว้มากมายหลายโครงการ ทำให้หนีไม่พ้นข้อครหาว่าเป็นการหาเสียงของรัฐบาลหรือไม่

ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) กล่าวว่า มติ ครม.นัดประวัติศาสตร์ครั้งนี้คงมองเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเป็นการหาเสียงล่วงหน้าของรัฐบาล

“เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลเลยที่มีการขึ้นเงินเดือนในลักษณะนี้ เพราะหากรัฐต้องการกระตุ้นการทำงานขององค์กรปกครองท้องถิ่นก็ควรสนับสนุนด้วยการเพิ่มเบี้ยประชุมแทน ไม่เช่นนั้นก็โดดประชุมกันตลอด ทำให้งานไม่เดินหน้า” เขากล่าว

ณรงค์ กล่าวว่า การขึ้นเงินเดือนเช่นนี้ ไม่มีหลักประกันอันใดที่ยืนยันได้ว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักการเมืองท้องถิ่นได้ อีกทั้งสวนทางกับหลักการของ คปร.ที่ต้องการกระจายอำนาจโดยเพิ่มกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน

เช่นเดียวกับสมศักดิ์ อินทระประสิทธิ์ สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กทม. เครือข่ายพลเมืองชุมชน กล่าวว่า การขึ้นเงินเดือนในสถานการณ์แบบนี้ดูไม่เหมาะสม เพราะรัฐบาลควรจะอนุมัติก่อนหน้านี้หรือหลังจากได้รัฐบาลใหม่ ไม่ใช่ทำก่อนยุบสภา ซึ่งโจ่งแจ้งเกินไป ลักษณะคล้ายเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า

สมศักดิ์ กล่าวว่า เขาไม่เคยคิดคาดหวังว่า หลังจาก สก.สข.ได้ปรับขึ้นเงินเดือนแล้วจะมีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นหรือไม่ แต่เชื่อว่าทุกอย่างคงเหมือนเดิม

“ที่จริงแล้วบทบาทของ สก. สข. ควรรับผิดชอบสังคมให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ฉีดยุง ทำหมันหมาแมว หรือลอกท่อ แต่ควรเปิดโอกาสหรือสร้างเวทีการมีส่วนร่วมให้กับภาคประชาชนมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้มีส่วนในการบริหารจัดการชุมชนของตัวเอง ไม่ใช่แค่พาหัวคะแนนไปเที่ยวดูงานหรือจัดทัวร์ต่างประเทศ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์” สมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่อรทัย ก๊กผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ถือว่ามีเหตุมีผลที่รับฟังได้ เพราะแทบทุกกลุ่มอาชีพก็ได้รับการปรับขึ้นค่าตอบแทนกันหมด แต่สิ่งที่ควรตั้งคำถามหลังจากนี้คือ ในเมื่อขึ้นเงินเดือนให้แล้ว สก. สข.ก็ควรแสดงศักยภาพในการทำงานให้ประชาชนรู้สึกคุ้มค่า และสามารถดูแลผลประโยชน์ของประชาชนได้

“ปัญหาของ กทม.ยังมีอีกมากที่รอการสะสาง คำตอบจึงอยู่ที่ตัว สก.สข.ที่จะต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น ถ้าทำหน้าที่ดีแล้วประชาชนก็คงหมดข้อสงสัย” อรทัย กล่าว

ทั้งนี้ อัตราค่าตอบแทนของ สก.สข.ที่จะมีการปรับขึ้น 20% ประกอบด้วย ตำแหน่ง ประธานสภา กทม. จากเดิม 63,800 บาท เพิ่มเป็น 76,560 บาท รองประธานสภา กทม. จากเดิม 52,200 บาท เพิ่มเป็น 62,640 บาท สก. 54 คน จากเดิม 41,000 บาท เพิ่มเป็น 49,200 บาท ประธานสภาเขต จากเดิม 13,630 บาท เพิ่มเป็น 16,356 บาท และ สข. 507 คน จากเดิม 10,070 บาท เพิ่มเป็น 12,084 บาท

หลังจากนี้ได้แต่หวังว่า ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายจะตั้งใจทำงานให้คุ้มค่า อย่าให้ประชาชนผิดหวัง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ