
โพล ชี้เลือกตั้งครั้งหน้า พท.เฉือนชนะ ปชป.
"นิด้าโพล" เผย เลือกตั้งครั้งหน้า ปชช.ยังเลือกพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มพลังเงียบยังเป็นตัวแปรสำคัญ คาดจัดรัฐบาลแบบผสม
"นิด้าโพล" เผย เลือกตั้งครั้งหน้า ปชช.ยังเลือกพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มพลังเงียบยังเป็นตัวแปรสำคัญ คาดจัดรัฐบาลแบบผสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (7 พ.ค. )ทาง ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การเลือกตั้งสมัยหน้า และความนิยมของประชาชนต่อพรรคการเมือง” ระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคม 2554 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 1,203 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษาและกลุ่มอาชีพ ผลการสำรวจสรุปได้ดังนี้
1. ผู้สมัครฯ จากพรรคการเมืองที่ประชาชนคาดว่าจะเลือก ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง พบว่า ประชาชนร้อยละ 23.36 คาดว่าจะเลือกผู้สมัครฯ จากพรรคเพื่อไทย โดยประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นฐานสนับสนุนเสียงพรรคเพื่อไทยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 20.20 ประชาชนคาดว่าจะเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังคงได้รับคะแนนความนิยมจากประชาชนในภาคใต้มากที่สุด และ “กลุ่มพลังเงียบ” อีกร้อยละ 52.87 ที่ยังไม่ตัดสินใจ และยังคงเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
2. พรรคการเมืองที่ประชาชนคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด ในระบบบัญชีรายชื่อ หรือ Party List พรรคที่คาดว่าจะได้รับเสียง สนับสนุนมากที่สุดในระบบบัญชีรายชื่อ หรือ Party Lis พบว่า พรรคเพื่อไทยร้อยละ 35.41 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 24.69 พรรคภูมิใจไทยร้อยละ3.33 อื่นๆ เช่น พรรครักษ์สันติ พรรคมาตุภูมิร้อยละ 0.33 ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ 36.24
3. ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งต่อไปรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งต่อไป พบว่า ประชาชนคาดว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นแบบพรรคผสม ร้อยละ 43.14 ใกล้เคียงกับที่คาดว่าจะเป็นรัฐบาลแบบพรรคเดียว ร้อยละ 42.39 ส่วนร้อยละ 14.46 ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ
4. ความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองหน้าใหม่ พบว่า พรรครักษ์สันติเป็นพรรคการเมืองหน้าใหม่ที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด ร้อยละ 14.38 รองลงมาเป็นพรรคการเมืองใหม่ ร้อยละ 10.72 ถัดมาเป็นพรรคมาตุภูมิ ร้อยละ 8.73 อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่อีกร้อยละ 66.17 ไม่ทราบรายชื่อพรรคการเมืองหน้าใหม่ หรือไม่แน่ใจว่าจะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด
รศ.ดร.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และประธานที่ประชุมสภาอาจารย์แห่งประเทศไทย (ปอมท.) กล่าวถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ว่า บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่ชัดเจนของประชาชน และชี้ให้เห็นว่า ประชาชนอยู่ในฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจน
“ตัวเลขที่น่าสนใจ คือกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งมีอยู่ร้อยละ 52.87 กลุ่มนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญสามารถชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ และในตัวเลขนี้อาจจะมีกลุ่มที่เป็น Vote No กับอีกกลุ่มที่เป็นพันธมิตรฯ ซึ่งเคยเป็นแนวร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน แต่ภายหลังตั้งเป็นพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ โดยในตัวเลข 52.87 นี้ มีโอกาสเทคะแนนเสียงไปให้พรรคเพื่อไทย หรืออาจจะเทไปให้พรรคประชาธิปัตย์ หรืออาจกระจายคะแนนไปยังพรรครักษ์สันติได้เช่นกัน”
ส่วนรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลนั้น รศ.ดร. ทวีศักดิ์ยังให้ทัศนะต่อไปว่า ในการเลือกตั้งคงเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองใดจะได้รับความนิยมสูงจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลแบบพรรคเดียว แต่เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า น่าจะเป็นรัฐบาลผสม ส่วนจะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็ขึ้นอยู่กับพรรคทางเลือก ที่จะเลือกจับขั้วกับใคร
อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองหน้าใหม่ยังไม่ใช่พรรคทางเลือก เพราะประชาชนยังไม่รู้จัก และพรรคหน้าใหม่เองก็ยังไม่มีการลงพื้นที่ หรือนำเสนอนโยบายอย่างชัดเจน ทำให้พรรคที่มีพื้นที่และฐานเสียงดีอยู่แล้วมีโอกาสมากกว่า
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าพรรคการเมืองหน้าใหม่จะสามารถทำให้ประชาชนร้อยละ 66.17 ซึ่งเป็นพลังเงียบรู้จักได้มากน้อยแค่ไหน และนโยบายรวมทั้งทีมงานมีความสามารถพอที่จะสร้างกระแสให้ประชาชนเลือกได้มากแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถสร้างกระแสได้ ร้อยละ 66.17 อาจจะเป็น Vote No หรืออาจจะเทคะแนนให้กับพรรคการเมืองเดิมก็เป็นได้ กลุ่มพลังเงียบจึงเป็นปัจจัยสำคัญของคะแนนการเลือกตั้งครั้งนี้







