
คาดถกทวิภาคีพรุ่งนี้
"อภิสิทธิ์" เผย พร้อมถก 3 ฝ่าย แก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา ยันไทยยึดสันติ ด้าน "ฮอร์ นัม ฮง" ยันไม่ถอนกำลังออกจากปราสาทพระวิหาร คาดได้ถกทวิภาคีพรุ่งนี้
"อภิสิทธิ์" เผย พร้อมถก 3 ฝ่าย แก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา ยันไทยยึดสันติ ด้าน "ฮอร์ นัม ฮง" ยันไม่ถอนกำลังออกจากปราสาทพระวิหาร คาดได้ถกทวิภาคีพรุ่งนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่าง ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 18 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอินโดนีเซีย ถึงข้อพิพาทระหว่างไทย - กัมพูชา ว่า หากการหารือ 3 ฝ่าย คือ ไทย อินโดนีเซีย และกัมพูชา สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ไทยก็ไม่มีปัญหา และคิดว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไทยไม่ต้องการให้ปัญหาดังกล่าว กระทบต่อภาพรวมของอาเซียน และการก้าวไปสู่การสร้างประชาคมอาเซียน ดังนั้น ไทยต้องการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ขณะเดียวกัน ต้องแน่ใจว่า จะไม่มีฝ่ายไหนต้องการให้นานาชาติเข้ามายุ่งเกี่ยว และสร้างปัญหานี้ให้มากขึ้นไปอีก ไทยเปิดเสมอสำหรับการเจรจาทวิภาคี แต่หากจะมีอินโดนีเซีย เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวก ในฐานะประธานอาเซียน ไทยก็ไม่มีปัญหา
ด้าน นายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะพบกับนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาเมื่อใด แต่จะเป็นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งนี้ อย่างแน่นอน โดยในส่วนของกัมพูชาได้บอกไทยไปแล้วว่า กัมพูชาพร้อมเปิดเจรจาคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา (JBC) หากไทยรับข้อเสนอเรื่องผู้สังเกตการณ์ของอินโดนีเซีย แต่จะไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารโดยเด็ดขาด
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในคณะของนายอภิสิทธิ์ ที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกับสมาชิกว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานใคร และไม่ได้ก่อปัญหานี้ขึ้น ทั้งนี้ไทยและกัมพูชา มีความขัดแย้งกัน ไทยจึงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้กลไกลต่างๆ ที่มีอยู่ ในระดับทวิภาคี ทั้งการประชุม GBC และ JBC เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ต้องการให้ผลความขัดแย้งกระทบต่ออาเซียน แต่กัมพูชากลับพยายามที่นำปัญหานี้ไปยังสหประชาชาติและศาลโลก ซึ่งเรื่องนี้สมาชิกอาเซียนให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ปัญหานี้ควรอยู่ในระดับใช้กลไกลทวิภาคีและอาเซียน โดยให้อาเซียนเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกในการประสานงาน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังชี้ให้ที่ประชุมเห็นด้วยว่า ไทยยินดีพูดคุยกัมพูชา จะเป็นวันนี้ พรุ่งนี้ ก็ได้
นายปณิธาน เผยว่า นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง การส่งผู้สังเกตการลงพื้นที่ด้วยว่า ได้แจ้งให้สมาชิกอาเซียนดำเนินการตามเจตนารมณ์คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และชี้แจงให้ข้อมูลเรื่องนี้กับสมาชิกอาเซียนว่า ไทยมีความกังวลเรื่องการส่งผู้สังเกตการณ์ 2 เรื่อง คือ กังวลว่าทหารของกัมพูชาที่อยู่บริเวณปราสาท ขัดข้อตกลงของคณะกรรมการมรดกโลก และ กองกำลังและชุมชนอยู่ในพื้นที่ จะทำให้เกิดความซับซ้อนในการให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไป ดังนั้น ต้องแก้ปัญหาให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ และไทยยืนยันว่า เจตนาดีและยินดีมุ่งมั่นแก้ไขปัญหา ขณะที่ ผู้นำประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ให้ความเห็นกว้าง ๆ ว่า ยึดมั่นในหลักการสันติ ที่จะแก้ไขปัญหาในลักษณะที่ไม่ใช้กำลัง และต้องการให้อยู่ในกรอบที่ตกลงของอาเซียน และหวังว่าจะมีการพูดคุยกันในระดับทวิภาคี
ส่วนการหารือทวิภาคีกับกัมพูชานั้น นายปณิธาน กล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แจ้งว่าอยู่ระหว่างการประสานงาน แนวโน้มอาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ หากกัมพูชาพร้อม อาเซียนอาจช่วยเรื่องการประสาน แต่จะเป็นการพูดคุยกันระหว่างไทย-กัมพูชาเป็นหลัก ส่วนบรรยากาศการประชุมอาเซียนดีขึ้น หลังได้รับฟังปัญหาโดยตรงจากทั้ง 2 ฝ่าย
นายปณิธานยัง กล่าวว่า ประธานอาเซียนยังแจ้งที่ประชุมว่า หากต้องการรับฟังข้อมูลเรื่องไทยกับกัมพูชา ยังมีเวลาอีก 1-2 วัน สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เชื่อว่าบรรยากาศการประชุมโดยภาพรวมคงดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีใช้เวลาชี้แจงกับอาเซียนประมาณ 10 นาทีชี้แจง ประมาณ 8-9 ประเด็น







