posttoday
พท.เร่งเครื่องเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

พท.เร่งเครื่องเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

07 พฤษภาคม 2554

เพื่อไทยเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง ชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการ ลั่น 8 พ.ค. ยกทีมลงพื้นที่หาเสียง รับฟังปัญหาประชาชน ด้านทักษิณเล็งเสนอนโยบายสลายสีเสื้อ

เพื่อไทยเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง ชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการ ลั่น 8 พ.ค. ยกทีมลงพื้นที่หาเสียง รับฟังปัญหาประชาชน ด้านทักษิณเล็งเสนอนโยบายสลายสีเสื้อ

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้วว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยพรรคได้เร่งให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ นำนโยบายที่พรรคเปิดตัวไปแล้วอธิบายให้กับประชาชนฟังถึงที่มาและความเป็นไปได้ในทุกหัวข้อ สำหรับการนำเสนอแนวนโยบายของพรรคนั้นจะเน้นไปที่ปากท้องและสวัสดิการที่ดีของประชาชน จะมองข้ามความขัดแย้ง มุ่งเป้านำพาประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลกอีกครั้ง ในวันที่ 8 พ.ค.นั้น แกนนำพรรคพร้อมทั้งทีมเศรษฐกิจและทีมแก้ปัญหาสังคมของภาคกทม.ของพรรคจะไปรับฟังปัญหาประชาชนในเขตคลองเตย คาดว่าจะมีประชาชนมาพูดคุยกันกว่า 300 คนโดยเฉพาะในเรื่องของการแพร่ระบาดของยาเสพติด และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะสไกป์มารับฟังปัญหาด้วย

ชี้สร้างเมืองใหม่ทำได้แน่ศึกษามา 2 ปี

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า พรรคได้ทำการสำรวจในช่วงระหว่างวันที่ 1-5 พ.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบนโยบายของพรรคและยังเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้จริง สำหรับนโยบายการสร้างเมืองใหม่ด้วยการถมทะเลนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดหรือพูดขึ้นมาลอยๆ แต่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบมากว่า 2 ปีแล้วว่าสามารถทำได้จริง ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทีมที่ปรึกษายังได้ศึกษาการถมทะเลในหลายประเทศด้วยเช่น สิงค์โปร์ มาเก๊า ฮ่องกง และ อีกหลายประเทศในยุโรป ซึ่งทุกที่ล้วนเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากกว่าพรรคการเมืองบางพรรคในรัฐบาลนี้ที่พยายามออกมาเตะตัดขานโยบายของพรรคอื่นโดยไม่ยอมเปิดโลกทัศน์และยอมรับความเจริญของโลก ทำตัวเป็นกบในกะลา เอะอะอะไรก็จะใช้ให้ NGO มาต่อต้าน ขอให้มองทางทิศใต้บ้าง เมืองปุตราจายา ศูนย์ราชการของมาเลเซีย ก็สร้างกลางป่าเป็นแสนๆ ไร่ และไม่มีปัญหาเรื่องการถางป่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการวางผังที่ดี

โวยป้ายหาเสียงถูกเก็บเกือบหมด  

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่กทม.ขณะนี้พบว่า ทั้ง 50 เขตของกทม.มีการเก็บป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ทั้งๆ ที่การติดตั้งป้ายดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ เพราะมีตัวนโยบายและชื่อพรรคระบุไว้อย่างชัดเจน หากข้าราชการวางตัวเป็นกลางก็ควรจะเก็บป้ายหาเสียงของทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่เก็บเฉพาะของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว ขอตั้งข้อสังเกตว่าในกทม.มีป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองไหนมากที่สุดที่ไม่ถูกเก็บ

ตั้ง“ทีมเงา”เกาะติดขรก.เอียงข้าง

นายจิรายุกล่าวว่า พรรคได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและตรวจสอบข้าราชการทุกกระทรวงและกรุงเทพมหานครที่วางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยคณะทำงานชุดดังกล่าวจะทำงานคู่ขนานกับเจ้าหน้าที่น่าจะถูกรัฐบาลสั่งการให้ช่วยเหลือในการเลือกตั้งของพรรครัฐบาล โดยวันนี้ทีมเฉพาะกิจของพรรคสามารถระบุได้ว่าเป็นข้าราชการคนใด อยู่หน่วยงานไหน มีพฤติกรรมทำอะไรแบบไม่เป็นกลาง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข่าวว่ารัฐบาลใช้งบลับในการจัดตั้งคนเหล่านี้ให้ลงพื้นที่ในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นคณะอดีตนายทหารและตำรวจของพรรคจึงได้ใช้สายสัมพันธ์ที่มีอยู่จัดตั้ง “ทีมเงา”เข้าไปประกบข้าราชการทั้งทหารและตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่เขตที่ออกอาการเอียง วางตัวไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน ทีมเงาของเราจะติดตามพฤติกรรมรวมถึงประวัติการทำงานในช่วงที่ผ่านมาและความร่ำรวยผิดปกติ พฤติกรรมการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองซีกรัฐบาลในทุกมิติ ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่มาจากข้าราชการที่มีใจเป็นกลางส่งเข้ามาให้กับพรรคเป็นจำนวนมาก ดังนั้นขอเตือนไปยังข้าราชการบางคนที่กำลังหน้ามืดตามัวรับใช้รัฐบาลจนไม่ลืมหูลืมตาว่าท่านจะทำอะไร ไม่สามารถเล็ดรอดสายตาและกล้องวีดีโอรวมทั้งกล้องถ่ายรูปไปได้อย่างแน่นอน

ลั่นตามกัดติดงบเทกระจาด

นายจิรายุ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี อนุมิติโครงการต่างๆ รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาทในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำก่อนการยุบสภานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ และ ไม่มีมารยาททางการเมือง การนำเงินเหล่านั้นไปใช้คงต้องมีการตรวจสอบอย่างแน่นอนว่านำไปใช้ตามโครงการที่ได้ยื่นขอต่อครม.จริงหรือไม่ อยากถามไปยังนายอภิสิทธิ์ด้วยว่าตรวจสอบในแต่ละโครงการดีหรือยัง ดำเนินการถูกต้องแล้วหรือไม่ รัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจอนุมัติผ่านครม.อย่างน่าละอาย เหมือนเปิดมิดไนท์เซล แถมเปิดโอทีจนถึงตีสามอีกด้วย

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวเสริมว่า ถือเป็นการกระทำที่ผิดมารยาททางการเมือง และชุ่ยมาก พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า หลังจากนี้โครงการต่างๆ ที่ครม.ชุดนี้ได้อนุมัติไป ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม เรายืนยันว่าจะเกาะติดและตรวจสอบทุกโครงการเหล่านี้ แต่หากเราได้เป็นรัฐบาลและตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง เราจะเรียกคืนงบประมาณดังกล่าวอย่างแน่นอน

“ทักษิณ”ร่างนโยบายเล็งสลายสีเสื้อ

พท.เร่งเครื่องเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีเสวนารับฟังปัญหากับประชาชนที่ตลาดสายเนตร รามอินทรากม.8 เขตคันนายาว โดยใช้ชื่อเวทีเสวนา "แก้ปัญหาปากท้องและของแพง" โดยมีแกนนำพรรค เช่น นายวิชาญ มีนชัยนนท์ นายสมพล เกยุราพันธุ์ นายนิวัติธำรงค์ บุญทรงไพศาล ร่วมในเวทีด้วย โดยการฟังปัญหาของประชาชนครั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ร่วมสนทนาผ่านโปรแกรมสไกป์ด้วยเช่นเคย

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากหาอะไรสักอย่างเป็นโครงการที่ทำให้คนไทยหันมาสามัคคีกัน และทำให้คนไทยมีความหวัง และเป็นประโยชน์ต่อคนไทยจนลืมสีลืมฝ่ายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งคิดไว้แล้วแต่ยังไม่พูดเพราะรัฐบาลนี้ลอกเร็ว และมีเครื่องมือใช้งบหลวงโฆษณาเยอะ ขนาดพูดเรื่องบ้านหลังแรกยังลอกเลย ดังนั้นโครงการนี้จะประกาศช่วงโค้งสุดท้ายของเลือกตั้ง ตอนนี้ส.ส.เพื่อไทยทุกคนเปลี่ยนชื่อเล่นว่า ทักษิณ เพื่อหาเสียงกันหมดแล้ว ซึ่งตนคิดถึงบ้านอยากกลับบ้าน และขอขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจตลอดเวลา มั่นใจว่าถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ปัญหาที่ท่านบ่นจะใช้เวลาแก้ไขไม่นาน

สับละเอียดรัฐไม่เข้าใจปัญหารากหญ้า

ทั้งนี้ชาวบ้านได้เรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณแก้ไขเรื่องไข่ไก่ชั่งกิโล การเข้าแถวซื้อน้ำมันพืช ปัญหาค่าครองชีพที่ไม่สมดุล ปัญหาหาบเร่แผงลอย เนื้อหมูราคาแพง ข้าวสารแพง ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ปัญหาคือเม็ดเงินที่เลี้ยงเศรษฐกิจหายไป เงินไม่ลงสู่รากหญ้า ไม่มีเงินหมุนเวียนในระบบดีพอ และผู้บริหารไม่มีประสบการณ์การบริหาร เปรียบกับบริษัทที่พอไปได้แต่ไม่ถึงกับดีมาก เมื่อเปลี่ยนผู้บริหารทั้งชุดก็มีทั้งผู้บริหารไม่เป็นและผู้ที่ฉกชิงวิ่งราว บังเอิญบริษัทมีเครดิตก็กู้เขามาใช้อย่างโง่ๆ เงินแทนที่เงินจะเลี้ยงบริษัท ก็มีแต่เข้ากระเป๋าผู้บริหารและลิ่วล้อ รัฐบาลไม่เข้าใจความยากจน คนหาเช้ากินค่ำ เพราะผู้นำไม่เคยทำมาหากิน จึงไม่เข้าใจว่าเขาลำบากยังไง ปัญหาที่เกิดทุกวันนี้เพราะเอาใจแต่พ่อค้าคนกลางและพ่อค้ารายใหญ่ แต่ไม่เข้าใจคนระดับข้างล่าง หากเป็นตนจะเชิญพ่อค้ารายใหญ่ อย่างเช่น ซีพี สหพัฒน์ มีไม่กี่เจ้ามาคุยกันว่าเอาต้นทุนมาคุยกับตนว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นธรรมกับรายย่อยและลูกค้า ถ้ามีการผูกขาด ราคาที่ไม่เป็นธรรม ตนก็จะเปิดให้แข่งขันมากขึ้น เพราะระบบการแข่งขันที่เสรีทำให้สินค้าราคาเป็นธรรม

ชี้ต้องพักหนี้ เพิ่มกำลังซื้อปรับสมดุล

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงต้นตอปัญหาเศรษกิฐว่า เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไป การแข่งขันไม่เสรีจริง และมีการทุจริตของฝ่ายการเมือง ส่วนปัญหาปาล์มน้ำมันนั้นก็เป็นสุราษฎร์คอนเน็คชั่น เป็นปัญหาการคอรัปชันที่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งนี้ ตัวเล็กตัวน้อยได้หมด เหมือนทำนาบนหลังคน ส่วนปัญหาค่าครองชีพไม่สมดุลกับราคาสินค้านั้น ต้องเพิ่มรายได้ประชาชนและเพิ่มกำลังซื้อคนไทย วันนี้คนรายได้น้อยแต่ของแพงขึ้น ดังนั้นต้องพักหนี้ก่อน ประเทศไทยต้องจัดระเบียบ ทำตลาดให้เยอะ คืนทางเท้าให้ประชาชนเหมือนสมัยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ทำตลาดน่าซื้ออาหารปลอดภัย เพราะในเมื่อตลาดไม่เพียงพอก็ต้องเพิ่มตลาด ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากเพื่อความเป็นระเบียบ และแก้ปัญหาการใช้นักเลงหากินที่ต้องเลิก ส่วนการแก้ปัญหาหมูแพงนั้น เกิดจากการค้าที่ไม่เสรี ผูกขาดตั้งต้นทางทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ อาหาร ผูกขาดมากแล้วยังจ่ายใต้โต๊ะ ซึ่งตนจะเปิดเสรีการค้าอย่างจริงจัง ส่วนเรื่องไข่นั้น คิดว่าไข่ต้มน่าขายเป็นกิโลมากกว่าไขดิบ เพราะไม่แตกเหมือนไข่ดิบ

เล็งเพิ่มกองทุนหมู่บ้าน สร้างที่อยู่คนจน

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวด้วยว่า กองทุนหมู่บ้านต้องเพิ่มอีกหมู่บ้านละ 1 ล้านบาทเพื่อให้เม็ดเงินลงฐานราก ให้ประชาชนมีทุนใกล้ตัว ส่วนรถไฟฟ้านั้น ถ้าเป็นรถไฟฟ้าที่ดีต้องวิ่งไปหาชุมชนต้องถึงชานเมือง ดังนั้นต้องเปิดชุมชนใหม่ แล้วสร้างสถานีรถไฟฟ้าที่ยังไม่มีชุมชน โดนตนจะสร้างแฟลตขายราคาต้นทุนเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของคนมีรายได้น้อยด้วย ปัจจัยสี่ยุคนี้ บ้าน สุขภาพ แหล่งทุน การเดินทางคมนาคม ต้องทำให้เต็มที่ 4 อย่างนี้ขาดไม่ได้ และจะรีบทำในรัฐบาลชุดหน้า โดยปัญหาความยากจนจะเสร็จใน 4 ปี ปัญหายาเสพติดต้องหมดใน 12 เดือน
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท