
รถตู้ซิ่งชนท้าย10ล้อย่านปทุมฯเจ็บอื้อ
รถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศซิ่งพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ย่านปทุมธานี ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
รถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศซิ่งพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ย่านปทุมธานี ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ร.ต.ท.สมคิด ดอมมะลัย ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ได้เกิดเหตุมีรถตู้โดยสาร สายกรุงเทพ-อรัญประเทศ ชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย บริเวณองค์การเภสัชกรรม ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถ.รังสิต-นครนายก คลองที่ 10 ม. 4 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย หน่วยกู้ชีพ รพ.ธัญบุรี หน่วยกู้ภัยเทศบาลสนั่นรักษ์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุ ช่วงบริเวณยูเทรน เจ้าหน้าที่พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮธ-3911 กทม. หน้ารถเขียนว่า กรงเทพ-สระแก้ว-ตลาดโรงเกลือ ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-6742 สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 2 ราย ติดอยู่หน้ารถ และ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายซึ่งเป็นผู้โดยสารที่มากับรถตู้คันดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ส่ง ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และ รพ.ธัญบุรี
จากการสอบสวน นายสมคิด ไผ่เครือ บ้านเลขที่ 157 ม.6 ต.แม่ใจ อ.แม่ใจ จ.พะเยา คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ไปรับของจากบริเวณคลอง 9 ธัญบุรี เพื่อไปส่งยัง จ.สมุทรปราการ ขณะที่กำลังจอดรอเพื่อจะเลี้ยงรถกลับตรงทางกลับรถ บริเวณจุดเกิดเหตุ ก็ได้ยินเสียงรถชนท้ายรถของดังสนั่น จึงได้รีบลงไปดูก็พบว่ามีรถตู้มาชนท้ายรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือดังกล่าว
ด้าน ร.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกแล้ว ก็คาดว่ารถตู้บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน เพื่อมุ่งหน้าไป จ.สระแก้ว แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ อาจแซงรถคันหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุกกำลังรอเลี้ยวรถอยู่ ทำให้ชนท้ายเข้าอย่างจัง เบื้องต้นทราบชื่อคนขับรถตู้ว่า นายสุวัตน์ ภูมิพัฒน์ ตอนนี้อาการสาหัส อย่างไรก็ตามหากคนขับรถตู้ หรือผู้โดยสารที่เห็นเหตุการณ์สามารถให้การได้ก็ต้องสอบสวนกันต่อไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท็จจริงเป็นอย่างไร







