posttoday
อดีตมิตรเสื้อเหลืองวิจารณ์เถ้าแก่พธม.

อดีตมิตรเสื้อเหลืองวิจารณ์เถ้าแก่พธม.

05 พฤษภาคม 2554

อดีตแนวร่วมพธม. เปิดใจวิพากษ์  "เถ้าแก่, ASTV ,GANGs 0f 4 " VOTE NO -การเมืองใหม่ เพื่อตัวเองหรือส่วนรวม?

อดีตแนวร่วมพธม. เปิดใจวิพากษ์  "เถ้าแก่, ASTV ,GANGs 0f 4 " VOTE NO -การเมืองใหม่ เพื่อตัวเองหรือส่วนรวม?

นายชัยวัฒน์ สุรวิชัย คนเดือนตุลาและอดีตแนวร่วมพธม.  ได้เขียนบทความเรื่อง " จดหมายแลกเปลี่ยนกับเพื่อนมิตร กรณี “ เถ้าแก่” ASTV ,GANGs 0f 4 "  เผยแพร่ลงในเวปไซด์เฟซบุคส่วนตัว มีเนื้อหาว่า

เพื่อนมิตรที่รักของผม,ขอบคุณที่ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมานี่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของคนที่มีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจเช่นพวกเราในโลกนี้ มีคนอยู่ 2 ประเภท  หลังจากเกิดและเติบโตมีประสบการณ์เป็นของตน

ประเภทแรก  คือ  :  คนที่ไม่ได้มีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ เอาผลประโยชน์และเป้าหมายส่วนตนเป็นที่ตั้งประเภทที่สอง  คือ: คนที่มีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ เอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
คนทั้ง 2 ประเภท  มีทั้งทำดีและไม่ดี  บางครั้งทำถูกและบางครั้งทำผิด  ตามเงื่อนไขและโอกาส

หลายครั้ง มีวิกฤตหรือเหตุการณ์ร้าย เกิดขึ้น ในช่วงแรก เราจะสับสน  รวมทั้งครั้งนี้แต่เมื่อเวลาผ่านไป , เมฆหมอกควันหายไป  สายตาจะมองเห็นชัด: ความจริงและความเท็จ

คนประเภทแรก หากเป็นคนเก่ง คนมีอำนาจ  อันตรายจะมีมากขึ้น ตามอำนาจที่มีเราเห็นเป็นประจำ  ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ กลุ่มทุนสามานย์  และในผู้นำมวลชน  บางส่วน,หน้าที่ของเรา  ต้องใช้ความรู้  ความจริง สติ ปัญญา  คิดแยกแยะ คนที่รู้  นอกจากตัวเองเข้าใจแล้ว  ต้องช่วยบอกต่อ เพื่อนมิตร
 
* กลับมายังประเด็นที่เพื่อนมิตร ยังติดใจ

1. เรื่อง เถ้าแก่และASTV    2.เรื่อง VOTE  NO    3.เรื่องพรรคการเมืองใหม่

เรื่องที่หนึ่ง  เรื่องของเถ้าแก่และASTVจอดับประเด็นจะอยู่ที่ : ในขณะนี้ เถ้าแก่ ยังคงเดิมเหมือน 193 วัน หรือ เปลี่ยนไป การใช้ ASTV เพื่อประโยชน์ของใคร  ปกป้องหรือใส่ร้ายใคร

* ทำไมคนดี ในขณะที่สนับสนุนทุ่มเทให้กับ พธม. จะถูกกล่าวถึงในฐานะเป็นคนดีแต่ ณ วันที่ออกไป เพราะมีความเห็นต่าง เสนอแนะด้วยเจตนาดี กลับกลายเป็นคนไม่ดีในทันที  และASTV  ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีใส่ร้ายเขา

ดร.วุฒิพงษ์ ,คุณไชยวัฒน์  สินสุวงค์ ,คุณการุณ , คุณวีระ สมความคิด ,  อ.เจิมศักดิ์,คุณอัญชลี(ปอง),ท่านจันทร์(พระภิกษุ) ,อ.ชัยวัฒน์ สุรวิชัย ,คุณสมศักดิ์ ,คุณสาวิทย์ ,พรรคการเมืองใหม่ ,คุณกาญจนี วัลยเสวี,มรว.รำพิอำภา เกษมศรี ,คุณเบญจวรรณ กระจ่างเนตร ,กลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์ ,กลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ และอ.แก้วสรร อติโพธิ ฯลฯ

* หากใครอยู่ในที่ชุมนุม หรือ ติดตามดู ASTV ,สังเกตุไหม : เรื่องคุณวีระ- ราตรี ซึ่งถูกยกย่องอย่างมากแต่มีการรณรงค์ให้ช่วยสนับสนุนและบริจาคให้แก่ คุณวีระ-ราตรี หรือไม่, เพราะอะไร

มีแกนนำพธม.บางคน ฝากเงินจำนวนหนึ่งให้ผม ไปบริจาคให้เป็นทุนช่วยคุณวีระ-ราตรี ที่กองทัพธรรมทั้งที่ผมรู้ดี, แต่ผมแกล้งถาม ว่า " ทำไม ไม่ประกาศบนเวทีมัฆวาฬ  "แกนนำคนนั้น บอกว่า  " เขา " ไม่ให้ประกาศ (แกนนำบางคน มีเรื่องขัดแย้งกับ คุณวีระ ถึงกับเคยออกรายการ ASTV วิจารณ์ และทางคุณวีระและพวก ก็ใช้ TV บางช่องตอบโต้  )เรื่องสำคัญกว่านั้น

ผมเคยตั้งคำถามถึง "เถ้าแก่ " >>>>เรื่อง "สำคัญ"   แต่ไม่เคยมีคำตอบ เพื่อนที่รัก  มีโอกาส ลองช่วยถามดู
ใคร ? ทีเถ้าแก่พูดถึง ...............
 1. ต่อไปนี้ จะไม่กินยาแทนคนไข้ , หมดเวลากินยาแทนคนไข้ แล้ว
 2. พธม. จะปล่อยให้ อำมาตย์  ทหาร ปชป. สู้กับ ทักษิณและเสื้อแดง เอง
 3. เราพวกกองทัพพระเจ้าตาก จะคุมกำลังอยู่ที่จันทบุรี ปล่อยให้กรุงศรีอยุธยา สู้กับพม่า
 
นี่เป็นเหตุผลสำคัญ ที่พี่น้องพธม.และประชาชนทั่วไป  ที่ใส่เสื้อเหลืองออกมา เพราะ  สู้  เพื่อ ใคร  คนนั้นและเมื่อเถ้าแก่  เปลี่ยนไป  ไม่ได้สู้เพื่อ ใคร คนนั้นแล้ว แต่ทำเพื่อเป้าหมายของตน,

คนส่วนใหญ่ จึงค่อยๆถอนตัวออกไป .......ตามความรับรู้และเข้าใจที่มากขึ้นๆ

ตอนนี้ : คนที่มาชุมนุม เชื่อและทำตามเถ้าแก่  เหลือ ไม่ถึง 10 %การเป็นสมาชิก SMS เดือนละ 200 บาท  ลดลงอย่างน่าใจหาย  จาก ห้าหกหมื่น  เหลือ น้อยเต็มทีสินค้าASTV  ซึ่งหลายสินค้าไม่มีคุณภาพ ราคาแพง ที่สมาชิกและพธม.ช่วยซื้อ  คงเหลือในstock อื้อแสดงให้เห็นถึงอะไร

ประเด็นที่ต้องตอบ คือ
เถ้าแก่ เปลี่ยนไป
หรือ คนส่วนใหญ่  เปลี่ยนไป

 
2. เรื่อง VOTE  NO :  คุณพิภพ เป็นคนเสนอ ในช่วงที่ขึ้นเวทีกับผม เมื่อไม่นานนัก
* คุณพิภพ มีเหตุผลที่ดี  คือ :
ในช่วงนั้น  คุณสนธิ และพลตรี จำลอง : เสนอให้ปิดประเทศ 4  ปี  เพื่อให้ปลอดการเมือง แต่คุณพิภพ เห็นว่า ข้อเสนอที่ไม่มีทางออกที่ชัดเจน มีผลเสีย จึงเสนอ VOTE NO  มาแทน และคุณพิภพ หวังว่า จะใช้ การเสนอ VOTE NO มาเป็นเครื่องมือ สร้างการปฏิรูปโดยจะใช้เวที ASTV  อธิบายให้กับพี่น้องพธม.และผู้ชม แต่ผมติง ว่า  VOTE NO  แม้หลักการดี ถูกกฏหมาย , แต่ความไม่พร้อม และสถานการณ์ไม่เอื้อจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีและการใช้เวที ASTV  ผู้กำหนดทิศทางบนเวที  คือ เถ้าแก่และ GANGs of 4 , คุณพิภพ ทำได้น้อย ซึ่งคงไม่สามารถทำตามความคิดได้  หรือต้องทำตามเป้าหมายของเถ้าแก่ไปในที่สุด

• เป้าหมายของเถ้าแก่ คืออะไร
เถ้าแก่: มิได้เชื่อมวลชน และพรรคการเมืองใหม่  แต่เชื่อในเรื่องอำนาจ :อำนาจกองทัพ ทุน สื่อ
เถ้าแก่: จะใช้สื่อ กลไกที่มีอยู่ และประเด็นที่สังคมสนใจ ,เป็นตัวขับเคลื่อน กดดัน เจรจา กับผู้เกี่ยวข้อง   เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เถ้าแก่: มิได้มีความคิดทางการเมือง ไม่สันทัด ในการวางยุทธศาสตร์ยุทธวิธี  แต่จะเชี่ยวชาญในการใช้สื่อ  มีจิตวิทยามวลชนสูง สามารถโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อถือทำตาม โดยการสื่อด้านเดียว ออกถี่และซ้ำๆ

ประเด็นในการนำเสนอ : บางกรณี เถ้าแก่และGANGs of 4 ,จะเป็นผู้นำเสนอเอง

แต่อีกกรณีหนึ่ง เถ้าแก่จะนำมาจากแกนนำคนอื่น , ที่เถ้าแก่เห็นว่าจะใช้ในการขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมายของตน , โดยทำให้แกนนำคนนั้นๆ รู้สึกว่า “ ตนเป็นเจ้าของประเด็น “

• มาพิจารณาว่า  เป้าหมายของเถ้าแก่เรื่อง VOTE  NO  คืออะไร  ปลายปี2551เถ้าแก่ไปตระเวนปราศรัยที่อเมริกา และกลับมาพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ที่ชาวไทยให้การสนับสนุน
คนใกล้ชิดได้รับการบอกว่า “ จะมีรัฐประหารในเร็วๆนี้ “ และก็เลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ จากกุมภาพันธ์ 2552 มีการอ้างว่า ได้มีการประสานกับหลายส่วนรวมทั้งนายทหารใหญ่  เรื่อง การทำรัฐประหาร เพื่อปฏิรูปประเทศเมื่อไม่ได้ผล  เถ้าแก่และGANGs  of  4  ใช้  ASTV   โจมตีนายทหารและกองทัพอย่างหนัก

มีการอ้างต่อไปว่าได้มีการประสานกับกกต. จะมีการลาออก เพื่อให้เกิดสภาพสูญญากาศเพื่อการเปลี่ยนแปลงและสุดท้าย  คุณสนธิและพลตรีจำลอง : “ได้เสนอให้มีการเว้นวรรคประเทศไทย 4 ปี เพื่อการเปลี่ยนแปลงอีกจุดนี้  คุณพิภพ  เห็นต่าง เพราะเห็นความเสียหายที่จะเกิดขึ้น  จึงได้นำเสนอ VOTE  NO ซึ่งแกนนำ ต่างเห็นด้วย  และขับเคลื่อนทันที

วาระที่แฝงอยู่ ที่มีการแสดงออก จากคนในบางคน ทำให้มีการมองไปในหลายประเด็น คือ : การใช้ VOTE NO  เพื่อมีผล ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง , ทักษิณ จะได้คืนกลับมา ?

(บางส่วน มีความคิดว่า ,เพื่อให้ทักษิณกลับมา จะมีการนิรโทษกรรม และ….ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง,ทหารและประชาชน จะออกมาร่วมกันเปลี่ยนแปลง )การใช้ VOTE NO กดดัน “ คนไข้ ,อำมาตย์ “ ให้ช่วยสนับสนุน การเปลี่ยนแปลง

• ในส่วนของพวกเรา :ในฐานะผู้ทำงานการเมืองภาคประชาชน ที่มีเจตนาดีต่อพธม.และประชาชน:-มองการขับเคลื่อน VOTE NOของแกนนำพธม. ด้วยความเป็นห่วง เพราะแนวโน้มจะมีโอกาสเสียมากกว่า.
ในเชิงวิชาการ, ความไม่พร้อมของแกนนำพธม. ,กระแสและอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน,สถานการณ์ ฯ

*ในเชิงวิชาการ

 : VOTE NO เป็นเรื่องที่ใช้ปฏิเสธการเมืองเก่านักการเมืองเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ถูกกฏหมายรัฐธรรมนูญแต่การนำเสนอ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนว่า “เมื่อไม่เอาการเมืองเก่า”แล้วจะเอาอะไรมาเสนอ

การขับเคลื่อน VOTE NO: สามารถทำประสานกันได้ ระหว่างการขับเคลื่อนนอกสภาและในสภาฯ ซึ่งจะเกิดผลดีมากกว่า  (บทเรียนในต่างประเทศ )
จำนวนสส.และ สว. แม้มีน้อย แต่หากได้คนดีมีความสามารถฯ  ก็สามารถมีผลได้ในบางระดับเช่น สว.รสนา ,สว.คำนูญ ,สว.สมชาย  ฯลฯ  ( บทเรียนในประเทศ )

*ความไม่พร้อมของแกนนำพธม.
การนำเสนอและการขับเคลื่อน VOTE  NO ให้ได้ผลดี : ต้องใช้เวลาในการเตรียมงาน วางแผนการคิดให้รอบคอบ โดยผ่านการแสดงความคิดเห็นของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะนักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์ภาคประชาชน และการมีส่วนร่วมของผู้ชุมนุมและประชาชน

แต่ครั้งนี้ แกนนำพธม.เพิ่งมาคิด “ขับเคลื่อนไปก่อนการวางแผนมาที่หลัง” และไม่ยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ( แกนนำไม่ยอมให้คนที่มีความเห็นต่างเรื่องนี้ ขึ้นเวที ASTV) ใช้การให้ข้อมูลด้านเดียว
-การนำเสนอเรื่องสำคัญเช่นนี้ ในช่วงที่พธม.อ่อนแอ มีคนร่วมน้อย เป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง 
-การนำเสนอ สิ่งใหม่ หรือเป้าหมายของการ VOTE NO  ก็ไม่ชัดเจน อธิบายผู้คนทั่วไปไม่ได้
-การอ้างเป็นมติของพธม. ก็เพียงแต่ถามความเห็นของผู้ชุมนุมประจำหน้าเวทีหลักร้อยเท่านั้น

*กระแสและอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน

ปัจจุบันเป็นกระแสของการเลือกตั้ง และอารมณ์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ต้องการไปเลือกตั้งทั้งคนชั้นกลาง คนในเมือง  และคนต่างจังหวัดในชุมชนและในชนบท คนที่จะไปลง vote no: จะเป็นคนที่สนใจและเข้าการเมืองพอสมควร ซึ่งต้องยอมรับว่า “มีน้อย" และคนที่เข้าใจทางการเมือง ส่วนหนึ่ง ก็มีความเห็นต่าง ในเรื่องของวิธีการ :เช่น เลือกพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ  ซึ่งมีอยู่บางพรรคและบางเขต , หากเขตใดไม่มี  จึงจะ vote no

ฉะนั้นเรา จึงมองเห็นแนวโน้มนี้ได้ค่อนข้างชัด ว่า:คนส่วนใหญ่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งการไปลง VOTE NO จะมีน้อยกว่ามาก

*สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

การที่แกนนำบางคนอ้าง เหตุการณ์ 2 เมษายน 2549 ที่มีตัวเลข การไม่ใช้สิทธิ ประมาณ 10 ล้าน นั้น เป็นสถานการณ์ในช่วงที่ทั้งพรรคการเมืองใหญ่(ปชป.,มหาชน ,ชาติไทย ) และประชาชนในเมืองและคนชั้นกลาง ต่างปฏิเสธทักษิณและพรรคไทยรักไทย

แต่สถานการณ์ปัจจุบัน  ทุกพรรคการเมืองต่างรณรงค์เลือกตั้ง ทั้งหวังจะได้เป็นสส.และการจัดตั้งรัฐบาลคนที่เป็นสมาชิกพรรค  และประชาชนทั้งในเมืองและชนบท  ก็จะออกไปเลือกพรรคและคนที่ตนชอบและไปลงเพื่อมิให้คนและพรรคที่ตนไม่ชอบได้สส.และเป็นรัฐบาล

*ผลดีและผลเสีย

ผลดี : เป็นการรณรงค์ให้ความคิด -ปฏิเสธระบบการเมืองและนักการเมืองเก่า จะได้คนจำนวนหนึ่งไม่มาก
ผลเสีย:โดยตัวของการเสนอ VOTE NO  ก็ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น  ซึ่งเมื่อคนมาลง VOTE NOน้อย ก็จะเกิดผลเสียที่ตีกลับ  ,ฝ่ายการเมืองเก่า : สามารถนำไปกล่าวอ้างได้อย่างมีน้ำหนักว่า

“ คนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับการเมืองใหม่ และยอมรับระบอบการเมืองเก่าอย่างเดิม"

แต่ผลเสียที่เกิดจากกระทำของแกนนำและGANGs of 4: ที่ใช้ ASTVกระทำต่อ พรรคการเมืองใหม่ และผู้มีความเห็นต่าง อย่างใช้อำนาจ ไม่เป็นประชาธิปไตยฯ และการเปลี่ยนท่าทีไปจากเดิมในเรื่องการปกป้องสถาบัน ,การต่อต้านระบอบทักษิณและเสื้อแดง ฯ และที่เสียหายมากต่อพธม.และประชาชน คือ:

ปัญหาการนำของแกนนำพธม.: ที่อัตตวิสัย ขาดวิสัยทัศน์มองแนวโน้มของสถานการณ์ไม่ออก ไม่เข้าใจความเป็นจริงของสถานการณ์ ,ไม่มียุทธศาสตร์ยุทธวิธี แผนงาน ขั้นตอนและจังหวะก้าวในการทำงานใช้อำนาจและท่าทีไม่เป็นประชาธิปไตยต่อพรรคการเมืองใหม่ต่อเพื่อนมิตรและนักวิชาการที่มีความเห็นต่าง ไม่เคารพความคิดเห็นไม่ฟังมวลชน และนำพามวลชน ไปในทิศทางที่ผิดพลาด,เอาความคิดและผลประโยชน์ของตนเป็นใหญ่กว่าผลประโยชน์ของพี่น้องพธม.และประชาชน และเป็นผลเสียต่อการเคลื่อนไหวของพธม.

ในระยะยาว และอาจจะเป็นการนำพาพธม.ไปสู่จุดจบในที่สุด.*การรีบหยุดและถอยออกมา คิดวิเคราะห์และการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนมิตร จะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด *

3.ในเรื่องของพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งเตรียมพร้อมมานานที่จะส่งคนลงเลือกตั้ง และหลายฝ่ายก็ช่วยกันสนับสนุน คุณพิภพและคุณสุริยะใส  ยังชวนผมให้สมัคร PARTY  LIST  แต่ผมปฏิเสธ  เพราะไม่ใช่ทิศทางของผมแต่แล้วก็เกิดการใช้อำนาจ กำหนด บังคับ ให้พรรคการเมืองใหม่  ไม่ให้ลงสมัคร  ให้มาสนับสนุน VOTE  NOมีการกระทำที่มิใช่ประชาธิปไตย เป็นการใช้อำนาจ และ ASTV เป็นเครื่องมือกระทำต่อ เพื่อนมิตร  ต่อพรรคการเมืองใหม่ อย่างไม่เป็นธรรม  มีการอธิบายและพูดด้านเดียว

ผมเสนอให้มีการพูดให้รอบคอบ ทั้งผลดีและผลเสีย ให้ความจริงแก่พี่น้องพธม. แต่แกนนำ บอกว่า  " ไม่ได้ "  เพราะ ตอนนี้เราเดินหน้าไปแล้ว การพูดต้อง: พูดเฉพาะการเห็นด้วยเท่านั้น
เราต้องการ: พธม.ที่เห็นด้วย และยอมรับการนำของเรา เท่านั้น
 
เมื่อผม รู้สึกว่า  " ไม่เป็นธรรม  ไม่ถูกต้อง และยังจะนำไปสู่ผลเสีย " ผม ก็ออกมา ชี้แจงความเป็นจริง ( ตามที่ผมเข้าใจ และผมเห็น ) ผมเขียนเป็นบทความ  เป็นหลักเป็นฐาน ซึ่งเขียนหลายฉบับอย่างต่อเนื่องซึ่งไม่มีการโต้แย้งโดยเนื้อหาและความคิด   จากแกนนำ แต่อย่างใด ถ้าผมผิด ผมพร้อมรับผิดชอบ

ผมถามกลับไปว่า  : หากแกนนำผิด  พร้อมรับผิดชอบไหม ?
 
ประเด็นที่ ทำไม  ผมพุ่งเป้าไปที่ เถ้าแก่  มิใช่ คุณพิภพ  โดยสรุป:เพราะพิภพ เป็นคนที่อยู่ในประเภทที่สอง เช่นเดียวกับเพื่อนมิตรและพวกเรา

ส่วนเถ้าแก่ เขาอยู่ในประเภทที่หนึ่ง  เขาเป็นเจ้าของASTV และสื่อ มีลูกน้องบริวารรับใช้ ทำตาม

สุดท้าย :เรา คือ มิตรที่รักและผม  คงมีความคิดเห็นที่ต่างกันอีกมาก ผม จะอธิบายต่อไป  หากมีประเด็นที่นำมาแลกเปลี่ยน แต่เรื่องบางเรื่อง ที่เป็น: ความคิดเชื่อความศรัทธาส่วนบุคคลคงจะต้องให้  เวลา เป็นครู ที่ให้คำตอบแก่ลูกศิษย์

ผมยังคงชื่นชมเพื่อนมิตรที่เสียสละอย่างมากและสนับสนุนให้เพื่อนช่วยพธม.ที่แท้จริง ต่อไป โดยเฉพาะผู้ที่มาร่วมชุมนุมด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ

เพื่อนมิตรร่วมแผ่นดิน
ชัยวัฒน์   สุรวิชัย   
 


 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง