
ขวางภาษีใหม่เอื้อรถไฮบริด
ท้าชนอุตฯคลังอุ้มรถคนรวยทอดทิ้งรถเอทานอลเอ็นจีวี
ท้าชนอุตฯคลังอุ้มรถคนรวยทอดทิ้งรถเอทานอลเอ็นจีวี
พลังงานขวางโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ชี้รถยนต์เครื่องเอทานอล เอ็นจีวี เสียเปรียบไฮบริด ครม.รับลูก ไล่ไปทบทวนใหม่
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตีกลับโครงสร้างภาษีรถยนต์ สั่งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ร่วมทบทวนให้รอบคอบ คำนึงถึงประเด็นลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น
โครงสร้างภาษีที่กระทรวงการคลังเสนอมาครั้งนี้ กระทรวงพลังงานตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอัตราภาษีของรถยนต์ที่ใช้เอทานอลกับก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จัดเก็บในอัตรา 30% ยังเป็นอัตราที่ไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่นๆ ที่มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะรถยนต์ประเภทไฮบริดเก็บในอัตรา 20% และไฟฟ้า เก็บในอัตรา 10%
การใช้เกณฑ์ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) จากท่อไอเสีย มาเป็นตัวกำหนดอัตราภาษีรถยนต์ แต่ตามหลักสากล เมื่อเปรียบเทียบมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ควรจะมองตั้งแต่ต้นทางของการผลิตเชื้อเพลิง เช่น เอทานอลจะต้องพิจารณาตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกพืช วัตถุดิบไปจนถึงการผลิตออกมาเป็นเอทานอลที่นำมาผสมกับน้ำมันเป็นแก๊สโซฮอล์จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แค่ 60% เท่านั้น ในปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เท่ากันของเชื้อเพลิงชนิดอื่น
“ไม่ได้คัดค้านรถยนต์ประเภทไฮบริดหรือไฟฟ้า แต่ในอนาคตการใช้ไฟฟ้าในไทยจะปรับสูงขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้าใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ยาก ทั้งนิวเคลียร์และถ่านหิน โรงไฟฟ้าชีวมวลก็ยังถูกต่อต้าน หากไปเน้นรถยนต์ประเภทไฟฟ้าอย่างเดียว ไม่พิจารณาถึงความจำเป็นในเรื่องพลังงานทดแทนก็จะเกิดปัญหาตามมา” นพ.วรรณรัตน์ กล่าว
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการคลังเสนอให้เก็บภาษีรถยนต์จากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ หากรถยนต์นั่งปล่อยเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเพิ่ม 5% ปล่อยน้อยกว่า 150 กรัม จะได้ลดภาษี 5% ขณะที่รถกระบะปล่อยเกิน 200 กรัม ต้องเสียภาษีเพิ่ม 2% และรถดับเบิลแค็บ ปล่อยเกิน 200 กรัม ต้องเสียภาษีเพิ่ม 3% โดยให้เวลาปรับตัว 3 ปี
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จะใช้เวลาทบทวนโครงสร้างภาษีใหม่ เพื่อนำกลับไปเสนอ ครม.ใน 90 วัน ถ้าไม่ทันรัฐบาลชุดปัจจุบันก็รอรัฐบาลใหม่มาสานต่อ
ก่อนหน้านี้ ได้สอบถามความเห็นของบริษัทรถยนต์ไปหลายรอบแล้ว แต่ถ้าภาคเอกชนจะเสนอความเห็นเพิ่มเติมอีกก็ได้ในช่วงที่ทั้ง 3 กระทรวง ทำรายละเอียดภาษีของรถยนต์พลังงานทดแทนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ครม.กำหนดให้พิจารณาการเก็บภาษีป้ายของรถยนต์ที่ใช้แอลพีจีรวมเข้ามาด้วย ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้เก็บปีละ 3.7 หมื่นบาท พิจารณาจากส่วนต่างราคาพลังงานระหว่างใช้น้ำมันกับแอลพีจี







