
เปิดใจคู่หูมาร์คแผน"ทิ้งเชื้อ"ปมใหญ่รอรัฐบาลใหม่
ไม่ใช่แค่เชื้อ มันเป็นเรื่องที่ดำเนินเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลอื่นเข้ามา ถ้าจะยกเลิกก็ต้องไปรองรับผลกระทบของคนที่ได้ไปแล้วด้วยว่าจะทำยังไง เรื่องใหญ่นะเรื่องนี้....
ไม่ใช่แค่เชื้อ มันเป็นเรื่องที่ดำเนินเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลอื่นเข้ามา ถ้าจะยกเลิกก็ต้องไปรองรับผลกระทบของคนที่ได้ไปแล้วด้วยว่าจะทำยังไง เรื่องใหญ่นะเรื่องนี้....
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
"ไม่ใช่แค่เชื้อ มันเป็นเรื่องที่ดำเนินเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลอื่นเข้ามา ถ้าจะยกเลิกก็ต้องไปรองรับผลกระทบของคนที่ได้ไปแล้วด้วยว่าจะทำยังไง เรื่องใหญ่นะเรื่องนี้"
ตรงไปตรงมาจาก สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี คู่หูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในการวางแผนนโยบายให้รัฐบาลประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยผ่านโพสต์ทูเดย์ถึงการขับเคลื่อนนโยบายโฉนดชุมชนที่อยู่ระหว่างทางสองแพร่งเดินหน้าหรือยกเลิก หากรัฐบาลใหม่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศ
ไม่เพียงแต่นโยบายโฉนดขุมชน หากแต่นโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าเป็นนโยบายโบว์แดง เบรกไว้เช่นกัน จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งยังไม่อาจฟันธงตอนนี้ได้ว่า พรรคใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ จะสานต่อนโยบายเดิม หรือ รื้อทิ้ง!!!
ยิ่งการแข่งขันทางการเมืองสองขั้ว ระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย มีนโยบายต่างกันราวฟ้ากับเหว ประชาธิปัตย์ ต้องการประกันราคาข้าว แต่พรรคเพื่อไทยยืนกรานนโยบายจำนำข้าว เมื่อเป็นเช่นนี้ หากนโยบายหลายด้านเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบรุนแรงอย่างไร
โฉนดชุมชนเป็นตัวอย่างแรก
สาทิตย์ เผยความคืบหน้าการจัดโฉนดชุมชนก่อนถึงวันยุบสภาว่า ได้พื้นที่มาแล้วเกือบล้านไร่ คลอบคลุม 30-40 จังหวัด จนออกเป็นพระราชกฤษฏีกาตั้งสำนักงานโฉนดชุมชน มีผู้ยื่นความจำนง 200 กว่าราย และเตรียมเสนอให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีอำนาจขอที่ดินนำมาทำโฉนดชุมชนได้เพื่อให้นโยบายบรรลุผล แต่น่าเสียดายว่านายกฯอภิสิทธิ์จะยุบสภาไม่กี่วันนี้ ทำให้ไม่ได้อยู่เห็นการได้รับโฉนดชุมชนต่อเนื่อง
ธนาคารที่ดิน เดินทางมาเกินครึ่งทางสามารถออกฤษฏีกา จัดตั้งธนาคารที่ดินสำเร็จ ล่าสุดสาทิตย์เร่งเครื่องแต่งตั้งผู้บริหาร และทำข้อมูลเรื่องที่ดิน ซึ่งขณะนี้มีการจัดงบประมาณไว้ก่อนหนึ่งเพื่อซื้อที่ดินภาคเหนือ จัดให้คนยากจนได้อยู่อาศัยในรูปแบบโฉนดชุมชน กับอีกเรื่องสำคัญ คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษการเกษตรซึ่งสาทิตย์ยอมรับกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่ถ้ามีโอกาส ประชาชนเลือกกลับมาก็จะมีโอกาสเดินต่อในเรื่องนี้
ถาม เป็นการทิ้งเชื้อหรือเปล่า สาทิตย์ตอบ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายคนเป็นรัฐบาล คือ ทุกเรื่องที่เป็นกฎหมายแล้ว ถ้ารัฐบาลไหนไม่เอาด้วยยกเลิกได้ อย่างโฉนดชุมชน พรรคเพื่อไทยพูดชัดเลยว่าไม่เห็นด้วย เขาบอกเลยว่าไม่ใช้รูปแบบโฉนดชุมชน ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีไหน ก็มีโอกาสที่เพื่อไทยจะยกเลิก หรือธนาคารที่ดิน พรรคเพื่อไทย ไม่เคยสนับสนุนเลย กฎหมายภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่เป็นการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า เพื่อไทยไม่เคยสนับสนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษการเกษตร เพื่อไทยก็ไม่ได้สนับสนุน เพราะฉะนั้นตอบได้เลยว่าถ้ารัฐบาลอื่นเข้ามา ถ้าไม่เห็นด้วยเขาเลิกได้ทั้งหมด
จะมีผลกระทบรุนแรงหรือไม่เมื่อนโยบายทั้งหลายต้องยกเลิก ประเด็นนี้ สาทิตย์ตอบทันทีว่า “ จะต้องกระทบกับคนที่ยื่นมาแล้วกว่าล้านไร่ ประมาณเกือบๆ แสนครัวเรือน กระทบเยอะถ้าเขายกเลิก ไม่ใช่แค่เชื้อ มันเป็นเรื่องที่ดำเนินเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลอื่นเข้ามา ถ้าจะยกเลิกก็ต้องไปรองรับผลกระทบของคนที่ได้ไปแล้วด้วยว่าจะทำยังไง เรื่องใหญ่นะเรื่องนี้ คือการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน มันหมักหมมมานาน รัฐบาลปชป. เราเข้ามาคลี่คลายปมปัญหาที่หมักหมมมานานแล้ว โฉนดชุมชนเรียกร้องมาเป็นสิบๆ ปีไม่มีใครทำ พอเราทำ คนในเพื่อไทยซะอีกที่ออกมาคัดค้าน เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเป็นทางเลือกของประชาชนว่าท่านจะเลือกอะไร
“พอถึงเวลารัฐบาลใหม่เข้ามาไม่เห็นด้วย และตอนนั้นเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ตอนนั้นคงจะต้องมีเรื่องที่ต้องคุยกันเยอะ ผมยินดีที่จะต่อสู้ปกป้องคนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ เพราะถ้าถึงเวลานั้นรัฐบาลที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไมคุณไม่เอาโฉนดชุมชน แล้วคนที่ได้ไปแล้วคุณทำยังไง แล้วคนที่ไม่ได้จะทำอย่างไร คนที่อยากได้จะทำอย่างไร แล้วคุณมีอะไรดีกว่าเรา”สาทิตย์ย้ำ
อีกระเบิดเวลาคือ นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งพรรคเพื่อไทยปฏิเสธนโยบายนี้ เห็นได้ชัดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถึงขนาด นายอภิสิทธิ์ ท้าทายนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้นำการอภิปรายขณะนั้น กล้าที่จะยกเลิกนโยบายประกันรายได้เกษตรกรหรือไม่
"ประกันรายได้เป็นเรื่องใหญ่สุด ผมคิดว่า มาถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนเค้าพูดถึงเฉพาะเรื่องจำนำ แต่จำนำนี่คนเข้าถึงโครงการ 400,000 กว่าราย แต่ประกันรายได้ คนเข้าถึงเกือบ 4,000,000 ครัวเรือน ทุกวันนี้เกษตรกรที่เป็นชาวนา ข้าวโพด มีหลักประกันว่าขายสินค้าอย่างไรก็ไม่ขาดทุน และช่วยทุกคนที่ปลูกทุกครอบครัวชาวนาราคราข้าวที่ไม่ดี มีเงินชดเชยส่วนต่าง ให้ไม่ขาดทุน โอนถึงบัญชีทุกรอบ พรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาคัดค้านเพราะเห็นว่าประชาชนชอบ แต่ตัวเองไม่เคยเสนอทางออกเลย ถ้าคุณยกเลิกประกันรายได้แล้ว จะทำอย่างไร ปชป. นอกจากจะไม่ยกเลิกแล้ว เราจะเพิ่มประกันพืชผลด้วย"
ส่วนที่เพื่อไทยเกทับจะเพิ่มราคาจำนำ สาทิตย์คำนวณทางเศรษฐศาสต์เห็นว่า ได้แค่ 400,000 ราย แล้วคุณทิ้งคนอีก 3,000,000 กว่าไปไหน ไปถูกนายทุนกดราคาฉ้อโกงตกเขียวหรือ เพื่อไทยมีวิธีคิดแบบเถ้าแก่เอาเงินมาเกทับ แต่ไม่เคยคิดถึงความเป็นธรรม การกระจายนโยบายทุกครอบครัวที่ควรจะได้ เที่ยวนี้การประกันรายได้ ชาวนาบอกว่าเขาไม่เคยได้ประโยชน์จากจำนำเลย เขาเพิ่งมาได้ตอนรัฐบาลประชาธิปัตย์ 3,000,000 กว่าครัวเรือน
ผลกระทบหากเปลี่ยนแปลงนโยบายประกันราคาจะรุนแรงมากจะทำให้คนประมาณ 3,000,000 ครัวเรือน หลุดออกจากระบบการช่วยเหลือโดยรัฐ ระบบจำนำ จะไปเอื้อประโยชน์กับคนที่มีที่นาขนาดใหญ่ และมีความอิงแอบแนบชิดกับเส้นสายที่เกี่ยวโยงกับพวกโรงสีทั้งหลาย
อดีตที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่า บรรดานักการเมืองที่ต้องการหาเสียงกับโครงการรับจำนำ ก็จะได้ประโยชน์ก็จะรู้ก่อนว่า จะเปิดโต๊ะที่ไหน อย่างไร และจะเป็นช่องทางให้โรงสีที่ไม่ดีมากดราคารับจำนำ ด้วยการตีเปอร์เซ็นต์ความชื้นของข้าว ส่วนการประกันพืชผลที่จะมี คือ กรณีที่เราเห็นว่ามันจะเกิดโรคระบาด เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม ชาวนาบางคนหมดตัว ก็รอความช่วยเหลือจากรัฐ บางทีก็มีหนี้ ระบบประกันพืชผลก็เป็นระบบที่เป็นนโยบายหนึ่งพรรคปชป. ที่ต้องการหาแนวทางการรองรับในกรณีเกิดภัยที่คาดไม่
*******************
ตัวแปรชนะเลือกตั้งเลือก ”อภิสิทธิ์”หรือ”ผู้นำโฟนอิน”
มองข้ามช็อตถึงกลยุทธ์หาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย สาทิตย์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกผู้นำประเทศ ระหว่างคุณอภิสิทธิ์ ก็จะประกาศตัวเป็นนายกฯ อีกครั้ง ส่วนเพื่อไทยยังไม่รู้ว่าใคร รู้แต่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณสั่ง เพื่อไทยทำเท่านั้น แต่ของปชป. ประชาชนคิด อภิสิทธิ์ทำ เพราะฉะนั้นการต่อสู้เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ยังเป็นทางเลือกใหญ่ของคนไทยในการเลือกตั้ง คิดว่านโยบาย นอกจากที่พรรคเสนอแล้วซึ่งมีโอกาสที่เหมือน หรือ คล้ายหรือต่างกันได้ แต่ตัวสำคัญที่จะทำให้นโยบายบรรลุผลสำเร็จคือใคร
“วันนี้ผมเรียกร้องว่าเพื่อไทยต้องประกาศให้ชัดว่า ตัวเลือกคุณเป็นใคร พล.อ.ชวลิต คุณยิ่งลักษณ์ คุณมิ่งขวัญ พล.ต.อ.ประชา ร.ต.อ.เฉลิม คุณเสนาะ หรือใคร เพราะตอนนี้เขาพยายามใช้วิธีการที่ให้มีนายกฯ จำแลง ก็คือเหมือนกับว่า คุณทักษิณเป็น เพราะคุณทักษิณสั่ง ซึ่งคุณทักษิณไม่มีทางรู้ว่าวันนี้ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เพราะเขาไม่ได้อยู่เมืองไทยตั้งนานแล้ว นายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ไม่อาจจะเป็นหุ่นเชิดของใคร มันต้องเป็นตัวของตัวเอง นายกฯตัวจริง ต้องนั่งอยู่ในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น้ำท่วมนี่ นายกฯต้องไปสัมผัสมือกับคนที่เดือดร้อนที่สุด ไม่ใช่แค่โฟนอิน ประเทศไทยมีนายกโฟนอินไม่ได้ ปัญหายังมีอีกเยอะ นี่คือปัจจัยใหญ่ของการเลือกตั้งครั้งหน้า”
ผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง ประเมินว่า พรรคปชป.หรือเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหรือไม่ คนจะตัดสินใจในช่วงสถานการณ์เลือกตั้ง ซึ่งพิจารณา 2-3 เรื่อง 1.ตัวผู้นำ ยิ่งในช่วงหาเสียง คนที่จะเป็นแคนดิเดตผู้นำจะนำประเทศไทย ตรงนี้สำคัญที่สุด ผมให้ 70-80% ของการตัดสินใจเลือกตั้ง 2.จะตัดสินใจจากตัวนโยบายทั้งหลายที่นำเสนอ และ 3.ดูจากประวัติหนหลังของแต่ละคน เพราะฉะนั้น คิดว่า ที่บลั๊ฟกันไปว่าใครจะได้200-300 เสียงนะ เพราะรวมกันแล้วตอนนี้ได้สักพันแล้ว ทั้งสภา มันเป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าวิเคราะห์ถึงโอกาสของความเป็นจริง จะต้องดูว่า หนึ่ง ในเวลานี้ มันเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาเป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียว นอกจากจะเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ในหลายพื้นที่มันก็จะมีกระแสของตัวบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้จะเห็นกันชัดเมื่อประกาศตัวครบทุกเขตแล้ว และประกบตัวต่อตัว วิเคราะห์กัน แต่ปัจจัยเที่ยวนี้ที่ทำให้การเลือกตั้งแปรเปลี่ยน ที่ทำให้พรรคใหญ่ ที่ทำให้คนมีสิทธิ์ได้มากก็คือ ปาร์ตี้ลิส ขึ้นไป 125 พอขึ้นไป 125 กระแสหัวหน้าพรรคกับตัวพรรคก็เป็นปัจจัย
เพราะฉะนั้น ก็มีเงื่อนไข อีกตัวเข้ามาคือ เลือกตั้งเที่ยวนี้ เบอร์เขตกับเบอร์พรรคเบอร์เดียวกัน เพราะ ฉะนั้นหัวหน้าพรรคเป็นเรื่องสำคัญ ชอบอภิสิทธิ์ก็กาอภิสิทธิ์สองใบ ชอบยิ่งลักษณ์ก็กาเบอร์เดียวกันสองใบ ผมคิดว่าปัจจัยตรงนี้เป็นตัวแปร เมื่อวิเคราะห์ตรงนี้การจะบอกว่าใครเป็นร้อยหรือกี่ร้อยขึ้นอยู่กับ 1. เมื่อประกาศเขตครบ 2 . เมื่อประกาศตัวแคนดิเดทเบอร์ 1 ครบ วันนี้ ยังประกาศไม่ครบเลย เพราะเพื่อไทยมีแค่นายกฯ โฟนอิน กับประกาศหาคนหายอยู่
"วันนี้ถ้าเป็นมวยชิงแชมป์ ฝั่งที่เป็นแชมป์อยู่ ยืนบนเวทีแล้ว ส่วนอีกข้าง พี่เลี้ยงตามหานักมวยกันอยู่เลย"สาทิตย์ กล่าวทิ้งท้าย
*******************
คุณด่าเผด็จการทุกวัน คุณนั่นแหละเผด็จการ
แม้ทุกฝ่ายพยายามเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่เป็นไปด้วยความเข้มข้น เริ่มมีกลยุทธ์พลิกพลิ้วออกมาให้เห็นแล้วเสมือนจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงแสดงท่าที ถ้าประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง ก็จะโจมตีว่าได้มาซึ่งกลโกง มีทหารหนุนหลังบ้าง จนเป็นเหตุให้ต่อต้านการตั้งรัฐบาล หรือ ถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแต่จับได้ไล่ทันว่าโกงการเลือกตั้ง ก็จะหาเหตุเคลื่อนไหวกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งโดยอำนาจรัฐ
กลายเป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้น
ประเด็นเหล่านี้ นักวิเคราะห์การเมืองอย่างสาทิตย์ มองว่า จะไม่มีประเด็นเรื่องไม่ยอมรับการเลือกตั้ง เพราะถ้าเราดูโพลล์คนอยากเลือกตั้ง เมื่อถามย้ำแต่มีสัญญาณแกนนำคนเสื้อแดงหาเหตุไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งถ้าเพื่อไทยไม่ได้เป็นรับบาล สาทิตย์ ตอบด้วยท่าทีจริงจังว่า ประเทศมันปกครองโดยกฎหมู่ไม่ได้ มันมีกฎหมาย นี่คือสังคมประชาธิปไตย ปรัชญาที่สำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ต้องเป็นเรชันนัลโซไซตี้ เป็นสังคมมีเหตุมีผล ถ้าคุณใช้กฎหมู่ของคนเสื้อแดงมาปกครองประเทศ ก็คือว่า พอใจเอา ไม่พอใจกูไม่เอามันทำอย่างนั้นไม่ได้ คุณใช้หลักนี้ไม่ได้ ผมไม่เชื่อว่าคนเสื้อแดงจะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมคิดว่าคนที่อยากเห็นประเทศสงบเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
สมมติเพื่อไทยชนะแต่ฟอร์มรัฐบาลไม่ได้ ภาพจะเป็นอย่างไร
“ไม่ครับ เพื่อไทยชนะ คุณก็มีโอกาสฟอร์มรัฐบาล คุณต้องฟอร์มให้ได้สิครับ แต่พอฟอร์มไม่ได้คุณก็มาบอกว่า กูขอล้มประเทศแล้วกูขึ้นปกครองเอง ทำได้หรอ คุณด่าเผด็จการทุกวัน คุณนั่นแหละเผด็จการ คุณไม่ยอมรับเสียงและระบบ ซึ่งคุณบอกว่ามันเป็นระบอบประชาธิปไตย ผมว่าทุกวันนี้กลุ่มเสื้อแดงและเพื่อไทย พยายามสร้างเงื่อนไขทุกอย่างให้ตัวเองชนะ และเมื่อตัวเองชนะ ทุกอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม”
“เคสคุณทักษิณนี่ชัดที่สุด วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้คุณทักษิณพ้นคดีซุกหุ้น โอ้ยศาลบริสุทธิ์ยุติธรรม ทุกคนกราบไหว้บูชา แต่ในวันที่ถูกยึดทรัพย์ ไอ้คนที่ดีกลายเป็นคนไม่ดีไปแล้ว แปลว่าถ้าได้ดั่งใจนั่นแหละดี ไม่ได้ดั่งใจอ่ะเลว นี่คือสองมาตรฐานตัวจริง “
สาทิตย์แสดงสีหน้าเคร่งเครียด บอกที่พูดไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ประเทศนี้มันมีนายกโฟนอินไม่ได้ น้ำท่วมทีนึงต้องโทรไปถามดูไบก่อนว่าควรไปเยี่ยมน้ำท่วมมั้ย จะบ้าเหรอ ทำไม่ได้หรอก นายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยที่อยู่ตึกไทย ต้องติดจอทักษิณไว้ข้างตัวเหรอ
กับผลการเลือกตั้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย สาทิตย์ยืนยันว่า ทั้งสองพรรคไม่น่าได้เสียงเด็ดขาด "ไม่เกินครึ่งหรอก ไม่มีทางเกินครึ่ง ไม่ว่าพรรคไหนไม่มีทางเกินครึ่งแต่คุณบอกว่าถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไปเอาด้วยกับเพื่อไทย โอ้ย บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่มาเอาด้วยกับปชป. โอ้ยทหารสั่งเอาเหอะประเทศนี้ต้องทักษิณสั่งหรอถึงจะชอบธรรม อย่างงี้ก็ไม่ใช่ประเทศแล้ว"







