posttoday
วิธีสังเกตเอสพีเอฟในครีมกันแดด

วิธีสังเกตเอสพีเอฟในครีมกันแดด

06 กุมภาพันธ์ 2553

...มูลนิธิเพื่อเพื่อนบริโภค

ปัจจุบันครีมกันแดดได้ขยับมาเป็นเครื่องสำอางที่จำเป็นสำหรับการปกป้องผิวให้พ้นจากภัยของแดดมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยตลาดเครื่องสำอางครีมกันแดดมีมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 800 ล้านบาท แม้จะเริ่มใช้ครีมกันแดดกันมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังใช้ไม่ถูกวิธีและมักเชื่อโฆษณาที่ว่า ค่าเอสพีเอฟสูงจะดีต่อผิวมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเอสพีเอฟต่ำ

ความจริงค่าเอสพีเอฟจะสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับสภาพของแดดที่ผิวของเราจะต้องเผชิญ ถ้าปกติแค่ไปทำงาน นั่งรถไฟฟ้า รถส่วนตัว เดินบ้างนิดหน่อย เอสพีเอฟ (SPF) ระหว่าง 614 ก็เพียงพอและอาจไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดเลยก็ย่อมได้

แต่ถ้าต้องสัมผัสแสงแดดเป็นระยะเวลายาวนานในแต่ละวัน ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ระหว่าง 1529 ส่วนค่าเอสพีเอฟสูงๆ เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ไปเที่ยวทะเล ภูเขา เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 5060 ก็เพียงพอ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สูงถึง 130 นั้นไม่จำเป็น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่รับรองค่าสูงขนาดนี้ แต่รับรองเพียงค่า SPF สูงสุดที่ 50 เท่านั้น

การทาครีมกันแดดให้ถูกวิธีเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจ การทาครีมกันแดด ควรทาให้ทั่วใบหน้าหรือผิวหนังบริเวณนอกร่มผ้า ปริมาณของครีมที่ทาแล้วได้ผลตามหลักวิชาการต้องทาหนามาก ประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตารางเซนติเมตรของผิวหนัง และทาก่อนออกไปเจอแดด1530 นาที

ในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดทุกตัวค่าเอสพีเอฟจะไม่คงที่ จากการทดสอบของฉลาดซื้อพบว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีค่า SPF ใกล้เคียงกับที่แจ้งไว้บนฉลาก แต่บางผลิตภัณฑ์ก็พบว่ามากกว่า หรือบางตัวก็น้อยกว่าฉลากระบุ

น้ำและเหงื่อเป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของครีมกันแดดลดลง จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพในการกันแดดจะลดลงประมาณร้อยละ 50 หลังจากที่ผิวหนังสัมผัสกับน้ำ ดังนั้นหากจำเป็นต้องอยู่กลางแดดนานๆ ต้องมีการทาครีมกันแดดซ้ำทุก 23 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ