
รถมลพิษมากเสียภาษีเพิ่ม6พันบ.
คลังชงปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ เลิกเก็บตามขนาดซีซี เน้นลดปริมาณ CO2 เก๋งปล่อยมากกว่า 200 กรัม จ่ายเพิ่ม 6,000 บาท
คลังชงปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ เลิกเก็บตามขนาดซีซี เน้นลดปริมาณ CO2 เก๋งปล่อยมากกว่า 200 กรัม จ่ายเพิ่ม 6,000 บาท
นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายในวันที่ 3 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ให้ ครม.เห็นชอบ
สำหรับสาระสำคัญของการปรับโครงสร้างภาษีใหม่นั้น ในส่วนรถยนต์นั่งจะปรับเหลือแค่ 2 อัตรา คือ 30% สำหรับรถยนต์นั่งที่ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี และ 50% สำหรับเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี ไม่ได้เก็บตามขนาดกระบอกสูบเหมือนเดิมที่เก็บในอัตราตั้งแต่30-40% และจะนำปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มาพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ หากรถยนต์นั่งดังกล่าวมีปริมาณการปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 5% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 6,000 บาทต่อคัน แต่หากปล่อย CO2 ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร ก็จะได้ลดภาษี 5% เช่นเดียวกัน
ด้านรถยนต์ตรวจการณ์ (PPV) เสียอัตราเดิม 20% แต่หากปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ก็จะเสียภาษีเพิ่มอีก 5% ขณะที่รถกระบะยังเก็บอัตราภาษีเท่าเดิม คือ 3% แต่หากปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเป็น 5%
สำหรับรถกระบะดับเบิลแค็บเสียภาษีเท่าเดิม 12% และหากปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 3% เป็น 15% ทำให้รถดับเบิลแค็บจ่ายภาษีเพิ่ม 6,000 บาทต่อคัน
นอกจากนี้ ยังกำหนดลดภาษีเป็นเงินสดอีก 2 หมื่นบาท ให้กับรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนอย่างเอ็นจีวี (เฉพาะที่ผลิตจากโรงงาน) รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 และรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างเบรกเอบีเอส และอีบีดี หรือระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ ก็จะได้ลดภาษีอีกคันละ 2 หมื่นบาทเช่นกัน
ทั้งนี้ จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวเป็นเวลา 3 ปี







