posttoday
จอมโจรไม้จิ่มฟัน หากินง่ายไม่น่าเชื่อ

จอมโจรไม้จิ่มฟัน หากินง่ายไม่น่าเชื่อ

02 พฤษภาคม 2554

โจรแสบรายนี้จะลงทุนเพียงแค่ “ไม้จิ้มฟัน” อันเดียว ขโมยฉกเงินจากตู้เอทีเอ็มทำชาวบ้านสูญเงินจำนวนมาก 

โจรแสบรายนี้จะลงทุนเพียงแค่ “ไม้จิ้มฟัน” อันเดียว ขโมยฉกเงินจากตู้เอทีเอ็มทำชาวบ้านสูญเงินจำนวนมาก 

โดย...วัลยศ งามขำ

หลังตำรวจจับกุม วสันต์ ศรีอักษร เจ้าของฉายา “จอมโจรไม้จิ้มฟัน”

ก็เหมือนเป็นการตอกลิ่มให้เห็นว่าการไปยืนทำธุรกรรมทางการเงินหน้าตู้เอทีเอ็มไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว นั่นเป็นเพราะมีหลากเล่ห์เพทุบายที่เหล่ามิจฉาชีพขุดขึ้นมาใช้ หวังฉกเงินที่เก็บหอมรอมริบมาด้วยความเหนื่อยยากไปจนหมด

จอมโจรไม้จิ่มฟัน หากินง่ายไม่น่าเชื่อ

แทบไม่น่าเชื่อว่าไม้จิ้มฟันเพียงอันเดียว จะทำให้ วสันต์ ยอดโจรแสบ จะใช้วิธีทุจริตหาเงินได้เฉลี่ยถึงวันละ 1.5 แสนบาท และหากตำรวจหนุ่มอย่าง พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้กำกับการ 3 ศูนย์สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ไม่ได้เฉลียวใจเร่งติดตามตัว ก็อาจทำให้ชาวบ้านอีกหลายคนต้องตกเป็นเหยื่อความแสบของจอมโจรรายนี้

ที่สำคัญถึงแม้ตำรวจจะลากคอวสันต์เข้าซังเตไปได้ แต่กลอุบายหลากแบบของโจรแสบหากินกับตู้เอทีเอ็ม ก็ยังกระจัดกระจายท้าทายความสามารถของตำรวจ

พ.ต.อ.อุเทน เลือกหยิบคดีนี้มาสืบสวน หลังจากดูข่าวโทรทัศน์ที่บ้านพักในวันหยุด พบข่าวชาวบ้านหลายรายตกเป็นเหยื่อแก๊งดูดเงินจากเอทีเอ็ม ซึ่งโจรแสบรายนี้จะลงทุนเพียงแค่ “ไม้จิ้มฟัน” อันเดียว ด้วยประสบการณ์ของเขาที่เคยทลายแก๊งประเภทนี้มาก่อน ทำให้เขารู้ทันทีว่ามันกำลังกลับมาระบาดอีกครั้ง

เช้าวันจันทร์ของการเปิดทำงานตามปกติ พ.ต.อ.อุเทนเช็กกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งที่เขาสร้างฐานข้อมูลไว้สำหรับการสืบจับกุมผู้กระทำความผิดทางการเงิน ก็พบว่ามีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งตกเป็นเหยื่อของ “จอมโจรไม้จิ้มฟัน” แต่ข่าวคราวกลับเงียบกริบ เพราะธนาคารปกปิดคดีที่เกิดขึ้นเพราะกลัวเสียชื่อเสียง โดยยอมชดใช้ความเสียหายให้กับเหยื่อแลกกับการปิดคดีอย่างไม่ต้องถึงมือตำรวจ

ถึงแม้ธนาคารจะไม่ดิ้นรน แต่นายตำรวจหนุ่มไม่หยุดนิ่ง เขาเริ่มขุดคุ้ยข้อมูลต่อกระทั่งพบว่า นอกจากที่ อ.แม่สอด ยังมีอีกหลายคดีที่อยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 พื้นที่รับผิดชอบ และอย่างน้อย 2 คดีที่เกิดขึ้นก็เกิดอยู่ในพื้นที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พื้นที่หนึ่งที่เขามีความชำนาญ จึงยกหูตรวจสอบไปที่ สภ.วิหารแดงทันที และเหมือนกับโชคเข้าข้าง เพราะทั้งสองคดีที่เกิดขึ้นนั้น ตำรวจวิหารแดงได้ออกหมายจับคนร้ายไว้แล้ว นั่นก็คือ วสันต์ ศรีอักษร

สมมติฐานแรก เขาเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนคนเดียวกับโจรที่ อ.แม่สอด เพราะพฤติกรรมของคนร้ายเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน นั่นคือการใช้ “ไม้จิ้มฟัน” เป็นอุปกรณ์หลักโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็ม

เมื่อได้ภาพวงจรปิดของคนร้ายที่ตำรวจวิหารแดงได้มาจากตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุ ก็ประสานไปยังโรงพักแม่สอดทันที เพื่อขอเปรียบเทียบใบหน้ากับคนร้าย ผลลัพธ์ที่ออกมาโป๊ะเชะ กล้องวงจรปิดของทั้งสองเหตุการณ์ยืนยันตรงกันว่า “จอมโจรไม้จิ้มฟัน” เป็นวสันต์

ไม่ถึง 1 สัปดาห์ พ.ต.อ.อุเทน และทีมงาน ก็แกะรอยได้ว่า วสันต์ไปสร้างบ้านหลังโตให้เมียไว้ที่ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร มีรถหรูขับอย่างผิดหน้าผิดตา แต่วสันต์ออกจากบ้านไปก่อนที่ตำรวจไปถึงเพียง 2 วัน

แนวทางการสืบสวนก็ดำเนินการต่อเนื่อง และพบว่าบัญชีของวสันต์มีการเคลื่อนไหวที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งใน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ชุดสืบสวนจึงบึ่งขึ้นเมืองเหนือทันที

การตามล่า “จอมโจรไม้จิ้มฟัน” เป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากพื้นที่กว้างใหญ่ เมื่อไปถึงพื้นที่บัญชีก็ไม่เคลื่อนไหวอีกเลย กระทั่งผ่านไปเกือบสัปดาห์ บ่ายวันที่ 22 เม.ย. เขาจึงงัดมุขเก่าออกมาเล่นอีกครั้ง เขาเดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์ อ.พร้าว พร้อมกับโชว์ภาพของวสันต์ที่ได้จากกล้องวงจรปิด เพื่อถามว่าเคยไปส่งจดหมายให้กับคนในภาพบ้างหรือไม่

ทำให้ทราบข้อมูลว่าชายคนในภาพพักอยู่ที่บ่อตกปลา ห่างออกไปจากอำเภอราว 45 กิโลเมตร เมื่อไปยังเป้าหมายตำรวจก็สามารถจับตัว “จอมโจรไม้จิ้มฟัน” ได้โดยไม่มีสิทธิจะขยับตัวหนี

การสอบสวนทำให้ทราบว่าคนร้ายจะเอาไม้จิ้มฟันไปสอดไว้ในช่องสอดบัตร ก่อนที่จะทำทีไปยืนต่อคิวที่ด้านหลังเหยื่อ เพื่อคอยแอบดูรหัสเอทีเอ็ม เมื่อบัตรค้างอยู่ในตู้ เนื่องจากติดไม้จิ้มฟัน คนร้ายก็จะเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งเจ้าของบัตรออกจากตู้ไป จากนั้นคนร้ายก็จะแคะเอาบัตรออกมา และกดเงินสดไปจนหมดบัญชี โดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้

“หรือไม่คนร้ายก็จะทำทีเข้าไปช่วยเหลือเจ้าของบัตร แล้วหลอกถามรหัสพร้อมกับกดทำรายการให้ด้วยความหวังดี เมื่อบัตรไม่ออกมาก็พยายามกดดันเจ้าของบัตรให้รีบไปแจ้งธนาคาร พอรีบเดินออกไปคนร้ายก็แงะบัตรออกมาแล้วนำไปกดที่ตู้อื่นใกล้เคียงให้เร็วที่สุด ก่อนที่บัตรจะถูกอายัด” พ.ต.อ.อุเทน แฉเล่ห์กลลวง

อย่างไรก็ตาม คนร้ายรายนี้ได้วิชามาจากคนจีนมาเลเซีย ต้นตำรับการโจรกรรมเงินทางตู้เอทีเอ็ม และคาดว่าคนร้ายน่าจะมีหลายแก๊ง การก่อเหตุแต่ละครั้งจะได้เงินราว 12 หมื่นบาท เฉลี่ยตกวันละ 1.5 แสนบาท โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม เอทีเอ็มนั้นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่หากต้องการทำธุรกรรมการเงินที่ซับซ้อนควรติดต่อกับธนาคารโดยตรงจะดีที่สุด !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท