posttoday
Moral Quotient

Moral Quotient

01 พฤษภาคม 2554

ที่ไปของคนดี (1)

ที่ไปของคนดี (1)

โดย..คุณสลิล

อาทิตย์ก่อน MQ พูดถึงเรื่องคนพาล ความทุกข์ในปัจจุบัน และที่ไปของคนพาล โดยอ้างอิงจาก “พาลบัณฑิตสูตร” วันนี้จึงขอนำเอาด้านตรงกันข้าม คือ เรื่องของ คนดี มาคุยกันเพื่อความครบถ้วน ในพระสูตรนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงถึงลักษณะของ บัณฑิต หรือ สัตบุรุษ หรือ คนดี นั้นว่า มีลักษณะ 3 อย่าง คือ

1.มักคิดความคิดที่ดี

2.มักพูดคำพูดที่ดี

3.มักทำการทำที่ดี

ผู้ที่เป็นคนดีนั้น ย่อมได้รับความสุข ความโสมนัสยินดี ไม่เฉพาะเมื่อเขาตายไปแล้วเท่านั้น แม้ในปัจจุบันชาติ ก็จะได้รับสุขโสมนัส 3 อย่างด้วย คือ

ถ้าบัณฑิตนั่งในสภาก็ดี ริมถนนรถก็ดี ริมทางสามแพร่งก็ดี ชนในที่นั้นๆ จะพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขา ถ้าบัณฑิตเป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต เว้นขาดจากอทินนาทาน เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร เว้นขาดจากมุสาวาท เว้นขาดจากเหตุเป็นที่ตั้งความประมาทเพราะดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย ในเรื่องที่ชนพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขานั้น บัณฑิตจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า ปกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเราก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้นด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตย่อมเสวยสุขโสมนัสข้อที่หนึ่งดังนี้ในปัจจุบัน ฯ

จะเห็นได้ว่า คนดี ย่อมได้ความสุขประการแรก ด้วยการได้รับความสบายใจ ปลื้มใจ เมื่อผู้อื่นพูดถึงความดี พูดชมคุณความดี เพราะเขามีความดีนั้นอยู่ในตน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก บัณฑิตทั้งหลายเห็นราชาทั้งหลายจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด (เช่น โบยด้วยแส้บ้าง ตัดมือเท้าบ้าง ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง เป็นต้น) ในขณะที่เห็นนั้น บัณฑิตจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า เพราะเหตุแห่งกรรมชั่วปานใดแล ราชาทั้งหลายจึงจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ก็ปรกติเหล่านั้นไม่มีอยู่ในเรา และเราก็ไม่ปรากฏในปรกติเหล่านั้นด้วย ฯ

หากจะพูดโดยคำง่ายๆ ก็น่าจะหมายความว่า เมื่อเห็นใครถูกลงโทษ เพราะทำความชั่ว คนดี ย่อมไม่เดือดร้อนใจ ย่อมสบายใจ ไม่กลัว เพราะเขาไม่เป็นคนเช่นนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก กรรมงามที่บัณฑิตทำไว้ในก่อน คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ย่อมปก คลุม ครอบงำบัณฑิตผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น เปรียบเหมือนเงายอดภูเขา ย่อมปก คลุม ครอบงำแผ่นดินในสมัยเวลาเย็น ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล กรรมงามที่บัณฑิตทำไว้ในก่อน คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ย่อมปก คลุม ครอบงำบัณฑิตผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียงหรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้นบัณฑิตจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่าเราไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้ทำความร้าย ไม่ได้ทำความเลว ทำแต่ความดี ทำแต่กุศล ทำแต่เครื่องป้องกันความหวาดกลัวไว้ ละโลกนี้ไปแล้ว จะไปสู่คติของคนที่ไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้ทำความร้าย ไม่ได้ทำความเลว ทำแต่ความดี ทำแต่กุศล ทำแต่เครื่องป้องกันความหวาดกลัวไว้เป็นกำหนด บัณฑิตนั้นย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบากใจ ไม่คร่ำครวญ ไม่ร่ำไห้ทุ่มอก ไม่ถึงความหลงพร้อม ฯ

คนดี ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็สบายใจ มีความสุขใจ เพราะรู้ว่าตนทำความดี ไม่ได้ทำชั่ว เกิดความอบอุ่นใจ ว่าแม้จะตายก็ได้ทำเครื่องป้องกันความหวาดกลัว คือ ได้ทำกุศลไว้แล้ว จะเป็นที่พึ่งของตนในปรโลกได้ จึงเป็นความสุขในปัจจุบันอีกประการหนึ่ง

นอกจากนั้น พระพุทธองค์ยังทรงตรัสถึงที่ไปของคนดี หรือ บัณฑิต เมื่อตายแล้วไว้ด้วย ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตนั้นนั่นแลประพฤติสุจริตทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเมื่อจะกล่าวถึงสุคติซึ่งเขาพูดหมายถึงสวรรค์นั้นแลโดยชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ส่วนเดียว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงสวรรค์เป็นสุข ก็ไม่ใช่ง่ายนัก ฯ

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบความสุขในสวรรค์ไว้ว่า ยิ่งกว่าความสุขโสมนัสอันยิ่งของพระเจ้าจักรพรรดิ ขนาดที่ว่าเทียบกันไม่ได้เลยกับความสุขอันเป็นทิพย์ในสวรรค์ เหมือนแผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ เทียบกับภูเขาหิมพานต์ พระพุทธองค์ทรงแสดงความสุขของพระเจ้าจักรพรรดิ ด้วยเพราะพระเจ้าจักรพรรดิ มีแก้ว 7 ประการ และความสัมฤทธิผล 4 อย่าง ดังสรุปย่อๆ ได้ว่า

แก้ว 7 ประการ ของพระเจ้าจักรพรรดิ คือ

1.จักรแก้ว ปรากฏขึ้นเองด้วยบุญ เป็นจักรแก้วทิพย์มีกำตั้งพันพร้อมด้วยกงและดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทุกอย่าง พระราชาผู้มีจักรแก้วปรากฏย่อมเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ สามารถสั่งจักรแก้วให้ไปพิชิตดินแดนต่างๆ ได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ เมื่อทรงส่งจักรแก้วไป พระราชาและไพร่พลค่อยเสด็จตาม แล้วพระเจ้าจักรพรรดิย่อมสอนให้ประชาชนอยู่ในศีล 5

“จักรแก้วนั้นพิชิตยิ่งตลอดแผ่นดิน มีสมุทรเป็นขอบเขต แล้วกลับมาสู่ราชธานีเดิมประดิษฐาน อยู่เป็นเสมือนลิ่มสลักพระทวารภายในพระราชวังของพระเจ้าจักรพรรดิ ทำให้งดงามอย่างมั่นคงอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ย่อมปรากฏจักรแก้วเห็นปานนี้แก่พระเจ้าจักรพรรดิ ฯ”

เพิ่งจะกล่าวถึงแก้ว 7 ประการได้เพียง 1 คือจักรแก้วเอง แต่เนื้อที่หมดเสียแล้ว ขอยกยอดไปต่อตอนจบในสัปดาห์หน้านะคะ

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท