
คุณภาพชีวิตแรงงาน
วันที่ 1 พ.ค.ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ
วันที่ 1 พ.ค.ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ
ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันแรงงานโลกด้วย เป็นวันที่แสดงถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและของโลก
ระบบเศรษฐกิจไทยได้เปลี่ยนโครงสร้างจากที่ทำการเกษตรมากก็เปลี่ยนมาเป็นประเทศอุตสาหกรรม แรงงานจึงมีทั้งแรงงานในภาคเกษตรและในภาคอุตสาหกรรม
การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานของประเทศไทย ไม่ได้หมายความแค่เพียงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้แรงงานมีรายได้มากขึ้น ตามที่หลายพรรคการเมืองพยายามชูประเด็นเรื่องการขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำมาหาเสียง ทำให้เห็นว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญกับคุณภาพเรื่องรายได้เป็นตัวเงินมากกว่าในเรื่องอื่นๆ
คุณภาพชีวิตแรงงานนั้นมีความหมายกว้างกว่าเงิน และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้แรงงาน
ถามว่าวันนี้แรงงานไทยมีคุณภาพชีวิตดีหรือยัง คำตอบนี้เห็นได้จากการชุมนุมเรียกร้องหลายๆ ครั้งของกลุ่มแรงงานที่ประท้วงนายจ้าง หรือทำหนังสือร้องเรียนมายังกระทรวงแรงงาน ทำให้เห็นว่ายังมีช่องว่างเรื่องคุณภาพชีวิตแรงงานที่ต้องปรับปรุงอีกมาก
คุณภาพชีวิตแรงงานนั้นไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่หมายถึงความปลอดภัยในการทำงาน การดูแลสุขภาพคนงาน สภาพแวดล้อมในการทำงานที่จะต้องมีความสะอาดและถูกสุขอนามัย ตามประเภทของอุตสาหกรรม ไม่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ
เรายังพบข่าวนายจ้างเอาเปรียบลูกจ้างอยู่เรื่อยๆ และแรงงานได้รับการบาดเจ็บขณะทำงาน สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลความปลอดภัยต่างๆ ของแรงงานยังไม่ดีพอ จึงต้องมีระบบเฝ้าระวังและระบบข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับผิดชอบได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยการทำงานร่วมมือกันกับหลายภาคส่วนในลักษณะเครือข่าย เพื่อที่จะได้ประสานกันและทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการและนโยบายที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานในหลายๆ ด้าน รวมถึงด้านอาชีวอนามัย
เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับแก้ไข) ให้ขยายการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ โดยมีการร่วมจ่ายจากรัฐ เพื่อขยายผลต่อจากนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบทุกกลุ่ม ตามที่สำนักงานประกันสังคมเสนอ
นอกจากนี้ทางด้านแรงงานได้ผลักดันให้มีการจัดตั้ง “สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้เป็นองค์กรอิสระตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยมุ่งหวังให้สถาบันแห่งนี้มีบทบาทส่งเสริม สนับสนุน และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และกลุ่มแรงงานเอง ในการพัฒนาระบบตรวจสอบและเฝ้าระวัง เพื่อนำไปสู่การลดความเสี่ยงและอันตรายจากการทำงาน
รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตแรงงานให้มากพอๆ กับค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้แรงงานไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น







