posttoday
ชินวรณ์ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้า

ชินวรณ์ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้า

30 เมษายน 2554

ชินวรณ์  ย้ำแม้ไม่มีรัฐบาลการปฏิรูปการศึกษาต้องเคลื่อนต่อ แนะท้องถิ่นยึดโมเดลครูสอนดีขยายผลในพื้นที่พัฒนาเด็กยากไร้ให้ได้  ด้านสสค.เล็งลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา ดึงระบบซีเอ็มยู ดูแลเด็กขาดโอกาส

ชินวรณ์  ย้ำแม้ไม่มีรัฐบาลการปฏิรูปการศึกษาต้องเคลื่อนต่อ แนะท้องถิ่นยึดโมเดลครูสอนดีขยายผลในพื้นที่พัฒนาเด็กยากไร้ให้ได้  ด้านสสค.เล็งลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา ดึงระบบซีเอ็มยู ดูแลเด็กขาดโอกาส

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในการประชุม “จังหวัดและชุมชนท้องถิ่นจะปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้อย่างไร” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเซฟ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด และองค์กรสาธารณประโยชน์ ร่วม 600 คน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัญหาด้านการศึกษาถือเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เพราะการศึกษาเป็นการพัฒนาคนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นเครื่องมือที่สร้างโอกาสให้กับคนได้มีโอกาสเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นหลักคิดในการปฏิรูปการศึกษา จึงได้มีการจัดสมัชชาปฏิรูปการศึกษาในทรรศวรรษที่สอง และได้ร่วมกันขับเคลื่อนให้มีการจัดตั้งสสค. หรือสสส.ทางการศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นไว้ 2 เรื่องว่าการปฏิรูปการศึกษาจะต้องเดินหน้าต่อไป และงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษานั้นจะต้องถูกวางระบบไว้ชัดเจนโดยเฉพาะสสค.   ที่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการขั้นตอน.ห้มีกฎหมายรองรับ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณ 

“ผมขอชื่มชมสสค.ที่ตั้งใจจริงในการร่วมกันคัดเลือกครูสอนดี เพราะครูเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นตัวของทุกอย่างตามคำขวัญของยูเนสโก้ที่ได้ให้ไว้ในปีนี้ เมื่อเรามีความเชื่อว่าครูจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและต้องเป็นครูเพื่อเด็ก เป็นครูสอนดี จึงมีความจำเป็นที่สังคมจะต้องช่วยกันสร้างฝันให้ครูของเราสอนดี ถ้าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในนี้ได้กลับไปสร้างกระบวนการและบริบทที่แตกต่างกัน เราก็จะได้ครูสอนดีที่คนยกย่องถึง 20,000 คน ซึ่งจะเป็นการจุดประกายครั้งสำคัญ ของการปฏิรูปการศึกษา  และเป็นการสร้างกลไกครูสอนดีเพื่อสร้างโมเดลให้นำไปขยายผลและต่อยอด”นายชินวรณ์  กล่าว

ชินวรณ์ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้า

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงสถานการณ์เด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสทางสังคม รวมถึงกลุ่มแรงงานขั้นต่ำ จำนวนถึง 13.8 ล้านคน จำแนกได้ 5 กลุ่มหลัก ดังนี้ 1) กลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษา จำนวน 2-3 ล้านคน 2) เด็กพิการทางกายและทางการเจริญทางสมอง จำนวน 1.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของเด็กในระบบการศึกษาที่มีอยู่ประมาณ 14-15 ล้านคน  3)เด็กชนบทห่างไกล จำนวน 1.6 แสนคน  4) เด็กเยาวชนที่ต้องคดี จำนวน 50,000 คน และอีกจำนวน 10,000 คน ที่พ้นจากสถานพินิจในทุกปี  ซึ่งต้องการทักษะอาชีพ และ 5) กลุ่มแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่หลุดจากระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 8.8 ล้านคน การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการ “คืนโอกาสสู่สังคม” รัฐบาลจึงมอบหมายให้สสค.ดำเนินการทำใน 4 มาตรการสำคัญ คือ 1) ป้องกัน 2) แก้ไข 3) ฟื้นฟูและ 4) ประกันอนาคต ด้วยการขับเคลื่อนร่วมกันทั้งภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

ชินวรณ์ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้า

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชาการสสค.กล่าวว่า ในการปฏิรูปการเรียนรู้ของสสค.จะดำเนินการให้ครอบคลุมถึงเด็กที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อการออกจากระบบการศึกษาก่อนกำหนดมี 4 ปัจจัย คือ 1 ความยากจน  โดยพบว่ามีเด็กยากจนถึง 50,000 คน ที่ครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง 1,600 บาท/เดือน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงของการลาออกกลางคัน 2 สภาพครอบครัว จากปัญหาพ่อแม่แยกทางกันเฉลี่ยร้อยละ 10-15 คิดเป็นจำนวน 10,000-15,000 คน ที่มีความบอบช้ำทางจิตใจและอาจนำสู่การมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆทั้งเรื่องเพศ ความรุนแรง 3 ผลสัมฤทธิ์การเรียนต่ำ หรือต่ำกว่า 2.0 คิดเป็นร้อยละ 10 ของในแต่ละโรงเรียน โดยมีความรู้สึกล้มเหลวทางการศึกษา และ 4 สภาพแวดล้อมในชุมชนที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ในแต่ละจังหวัดโดยเฉลี่ยยังมีเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ ได้แก่ เด็กที่มีที่บกพร่องการเรียนรู้ (LD) สมาธิสั้น (ADHD) หรือออทิสติกที่ไม่รุนแรงจำนวนถึง 20,000-25,000 คน รวมถึงภาวะการผลิตซ้ำของแม่วัยรุ่น ที่เริ่มมีคุณยายวัย 30 เกิดขึ้น โดยมีแม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ทำคลอดเฉลี่ย 3-4 คน/วัน เด็กเหล่านี้ต้องการระบบการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ชินวรณ์ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้า

“นับเป็นครั้งแรกที่จังหวัดและท้องถิ่นได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้านการศึกษา โดยเฉพาะการเกิดหน่วยจัดการดูแลรายกรณี ทั้งในระดับโรงเรียนและชุนชน  หรือที่เรียกว่า “Case Management Unit” (CMU) ซึ่งจะทำหน้าที่รวมทุกเรื่อง ตั้งแต่ระบบสวัสดิการ การประกบตัวในเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา การสร้างงานสร้างรายได้ รวมถึงการส่งต่อเด็ก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาระบบในการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ภายใต้การขับเคลื่อนโดยสสค.ในการประสานและปลดล็อคระบบที่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ โดยเป้าหมายในปี 2554 คือ การช่วยเหลือเยาวชนผู้ด้อยโอกาส 30,000-50,000 คน และเมื่อขยายผลเต็มรูปแบบจะส่งผลต่อเด็ก 5 ล้านคน และพ่อแม่กว่า 10 ล้านคน ที่จะได้ประโยชน์จากระบบดูแลนี้” ที่ปรึกษาสสค. กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท